บทที่ 8 ตอนที่ 8 เค้กส้ม

ตอนที่ 8 เค้กส้ม

ผ่านไปยี่สิบนาที ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ้าดังใต้ตึกก็ถูกส่งขึ้นมา ทั้งคู่นั่งกินข้าวร่วมกันที่เคาน์เตอร์ครัว พีชญากินอย่างมีความสุข แก้มสองข้างพองออกเวลาเคี้ยว ส่วนคชาที่ปกติกินแต่อาหารหรูๆ กลับนั่งมองเด็กสาวแล้วกินตามอย่างอารมณ์ดี

#เวลา 13:30 น.

หลังจากชามก๋วยเตี๋ยวต้มยำสองใบถูกล้างสะอาดและจัดเก็บเข้าที่เรียบร้อย บรรยากาศภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง พีชญาเดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงานริมกระจกใสวิวเมือง พร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆ

“อิ่มแล้วก็ทำหน้าจริงจังเชียวนะ ยัยเด็กแสบ”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ ชายหนุ่มถือแก้วกาแฟดำร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นไว้ในมือ นัยน์ตาคู่คมปรายมองม้วนแบบแปลนโครงสร้างที่วางกองอยู่ตรงหน้าเธอ

“หนูต้องรีบทำไงคะ” พีชญาเงยหน้าเอ่ยพูดน้ำเสียงเรียบ พยายามไม่สบสายตาคมคู่นั้นตรงๆ “เดี๋ยวเย็นเกินไปแล้วหนูจะกลับหอลำบาก”

“กลับลำบากอะไร?” คชาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ฉันมีคนขับรถพาไปส่งถึงหน้าประตูหอพักอยู่แล้ว หรือถ้าเธอไม่อยากให้คนขับรถไปส่ง... ฉันขับไปส่งเองก็ได้”

“ไม่ต้องเลยค่ะ” พีชญารีบปฏิเสธทันควัน “ถ้าคุณคชาขับรถไปส่งหนูถึงหน้าหอ มีหวังพวกเพื่อนๆ ในตึกได้แตกตื่นกันพอดี แค่นี้บิวก็แซวหนูแย่แล้วค่ะ”

“แซวว่ายังไง?”

“ก็... ก็แซวว่า...” พีชญาอึกอัก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรีบคว้าปากกาเคมีขึ้นมาถือไว้ในมือเพื่อกลบเกลื่อน “ไม่บอกหรอกค่ะ เรื่องของพวกผู้หญิง คุณคชาอย่ารู้เลย”

“หึ! ไม่บอก ฉันก็พอจะเดาออก” คชาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโต “คงแซวว่าฉันกำลังเปย์เธอ อยู่ใช่ไหม?”

“คุณคชา!” พีชญาเบิกตากว้างทำตาเขียวใส่เขาทันที “รู้แล้วยังจะมาถามอีกทำไมคะเนี่ย คุณคชานี่นิสัยไม่ดีเลย ชอบแกล้งหนูตลอด”

“ถ้าฉันไม่แกล้งเธอ แล้วจะให้ฉันไปแกล้งใคร?” คชาตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าฟังดูนุ่มนวลอย่างประหลาด ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปหยิบปากกาเคมีในมือเล็กของเธอออก แล้ววางลงบนโต๊ะ “หยุดพักสายตาสักสิบนาทีก่อน เอกสารพวกนี้ไม่ได้รีบขนาดนั้น”

พีชญามองมือตัวเองที่เพิ่งถูกเขาดึงปากกาออกไปอย่างงงๆ

“อ้าว... ก็นึกว่าคุณคชาจะเร่งให้หนูจัดให้เสร็จภายในวันนี้นี่คะ”

“ฉันเป็นเจ้านาย ย่อมมีสิทธิ์สั่งให้เธอพัก” คชาเอ่ยพูด พร้อมเลื่อนสายตาไปทางเคาน์เตอร์ครัว “ไปเปิดตู้เย็นสิ”

พีชญาทำหน้าตาสงสัย แต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็นขนาดใหญ่สองประตู เมื่อเปิดออกดู ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง เพราะบนชั้นวางกระจกใสตรงกลาง มีจานแก้วเล็กๆ ที่ใส่เค้กส้มหน้านุ่มชิ้นโตสีส้มสดใสน่าทานวางตั้งไว้อย่างดี

“เค้กส้ม?” พีชญาเอ่ยขึ้นมา พลางหันกลับมามองคชาที่เดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง

“กินสิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเมื่อกี้มันเผ็ดไม่ใช่หรือไง? กินของหวานตบท้ายจะได้แก้เผ็ด” ชายหนุ่มเอ่ย พลางรินน้ำชาอุ่นๆ ใส่แก้วเซรามิกยื่นส่งให้เธอ

พีชญามองเค้กส้ม สลับกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา

“อย่าบอกนะคะ... ว่าคุณคชาสั่งให้แม่บ้านซื้อเค้กส้มมาไว้ให้หนูด้วยเหมือนรองเท้าสลิปเปอร์?”

คชานิ่งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมเบือนหลบสายตาของเธอไปทางอื่นเล็กน้อย ราวกับเด็กหนุ่มที่ถูกจับได้ว่าทำความผิด

“ผมแค่วานให้คนซื้อเข้ามา... ช่างมันเถอะ จะกินหรือไม่กิน?”

รอยยิ้มหวานสดใสขยายกว้างบนใบหน้าของพีชญา เด็กสาวหยิบจานเค้กส้มกับช้อนคันเล็กออกมาวางบนโต๊ะอาหาร

“กินสิคะ น่าทานขนาดนี้ ใครไม่กินก็บ้าแล้ว!”

พีชญาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้สูงทรงบาร์ ใช้ช้อนตักเนื้อเค้กส้มชิ้นนุ่มเข้าปาก รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวของซอสส้มผสมกับความนุ่มฟูของเค้กทำเอาเธอเคี้ยวแก้มป่องด้วยความฟิน

“อร่อยมากเลยค่ะ นุ่มแล้วก็หอมส้มสุดๆ เลย”

คชานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างๆ เธอ พร้อมเท้าคางมองเด็กสาวที่กำลังกินเค้กอย่างมีความสุขด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่ริมฝีปากเล็กโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว

“อร่อยก็กินเยอะๆ ผอมเป็นซี่โครงแบบนี้ เวลาเดินถือแฟ้มหนาๆ ที่ไซต์งานเดี๋ยวก็ล้มพับไปอีก” คชาเอ่ยพึมพำ

“หนูไม่ได้ผอมขนาดนั้นสักหน่อย” พีชญาเถียงทั้งที่ยังมีเค้กอยู่เต็มปาก “หนูแข็งแรงจะตายไป วันก่อนที่หน้ามืดเพราะหนูอดข้าวต่างหากล่ะคะ”

“แล้วทำไมถึงอด?” คชาถามขึ้นเสียงเข้มขึ้นนิดๆ แววตาดุดันแฝงความห่วงใยปรากฏขึ้นอีกครั้ง “เงินไม่พอทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก? ”

“ก็... หนูเกรงใจนี่คะ หนูเป็นแค่ลูกศิษย์ จะให้หนูเดินไปขอเงินอาจารย์เฉยๆ ได้ยังไง ศักดิ์ศรีหนูก็มีนะคะ”

“ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ พีชญา” คชาเอ่ยเสียงนุ่มลง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยคราบครีมเค้กส้มที่เปื้อนอยู่ตรงมุมปากเล็กของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วเรียวทำเอาพีชญาตัวแข็ง ลมหายใจสะดุด “ต่อไปนี้... มีปัญหาอะไร เงินไม่พอ ค่าอุปกรณ์ตัดโมเดลขาด หรือเครียดเรื่องเรียน ให้บอกฉันเป็นคนแรก เข้าใจไหม?”

พีชญาสบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความจริงจังและมั่นคงของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมา

“ทำไม... ทำไมคุณคชาต้องดีกับหนูขนาดนี้ด้วยค่ะ”

คชานิ่งมองใบหน้าหวานตรงหน้า นัยน์ตาคู่คมฉายแววยากจะคาดเดา

“ฉันบอกไปแล้วเมื่อคืนไง... ลืมแล้วหรือไง?”

“ไม่ลืมค่ะ” ร่างกายบอบบางร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เด็กสาวรีบยกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มทันที เพื่อแก้เขินจนเกือบจะสำลัก

“ค่อยๆ ดื่มสิ ซุ่มซ่ามจริง” คชาเอ่ยยิ้มๆ พลางยื่นทิชชูส่งให้เธอ

“ก็... ก็คุณคชาพูดอะไรก็ไม่รู้นี่คะ” พีชญาเอ่ยเสียงอุบอิบ วางแก้วชาลงแล้วรีบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานทันที “หนูไปทำงานต่อดีกว่าค่ะ”

คชาหัวเราะทุ้มต่ำในลำคออย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินตามกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองบ้าง

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็น แสงแดดสีส้มรำไรยามเย็นเริ่มกระจายไปทั่วท้องฟ้า มองเห็นผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องเพนต์เฮาส์ พีชญาที่นั่งตรวจเอกสารและจัดหมวดหมู่แบบแปลนโครงสร้างมาตลอดทั้งบ่ายในที่สุดก็ปิดแฟ้มเล่มสุดท้ายลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ฟู่... เสร็จหมดทุกแฟ้มแล้วค่ะ” พีชญาเอ่ยบอกเสียงใส พลางยืดแขนขึ้นบิดไล่ความปวดล้าของเรือนร่าง

คชาละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ หันมามองกองแฟ้มเอกสารที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินมาตรวจเช็กดูทีละเล่ม ก่อนจะยักไหล่เบาๆ

“ใช้ได้นี่ จัดหมวดหมู่ถูกต้อง ลายมือเขียนสติ๊กเกอร์หน้าแฟ้มก็อ่านง่าย สมกับเป็นนักศึกษาสถาปัตย์”

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ หนูบอกแล้วไงว่าหนูทำงานคุ้มค่าจ้างแน่นอน” พีชญาชูคอตอบอย่างภาคภูมิใจ

“เก่งมาก ยัยเด็กแสบ” คชาขยี้ผมศีรษะเล็กของเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “เย็นนี้ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? เดี๋ยวฉันพาไป”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณคชา วันนี้หนูกินทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ทั้งเค้กส้ม อิ่มจนท้องจะแตกอยู่แล้วค่ะ” พีชญารีบปฏิเสธ พลางยกมือเกาแก้มเขินๆ “หนูว่า... หนูควรรีบกลับหอพักดีกว่าค่ะ ป่านนี้บิวคงนั่งรอหนูกลับไปกินข้าวเย็นด้วยกันแล้ว”

คชามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือแล้วพยักหน้ารับ

“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันพาลงไปข้างล่าง รถยนต์จอดรออยู่”

“เอ่อ... ให้คนขับรถไปส่งหนูก็พอค่ะ คุณคชาไม่ต้องลงไปส่งเองหรอกค่ะ” พีชญาบอกอย่างเกรงใจ

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าคำสั่งเจ้านายถือเป็นสิทธิ์ขาด?” คชาดุด้วยสายตาเรียบ “ฉันจะลงไปส่งเธอที่รถเอง และพรุ่งนี้วันอาทิตย์... ไม่ต้องมาทำงาน ให้พักผ่อนอยู่หอหนึ่งวัน”

“พรุ่งนี้ไม่ต้องมาเหรอคะ แล้วงานเอกสารส่วนที่เหลือล่ะคะ?”

“งานที่เหลือฉันจัดการเองได้ เธอพักผ่อนซะ วันจันทร์มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือไง” คชาบอกน้ำเสียงนุ่มนวล “ส่วนวันเสาร์หน้า... ค่อยมาทำงานที่นี่ใหม่ เวลาเดิม”

“รับทราบค่ะคุณคชา” พีชญาเอ่ยตอบรับเสียงใส พร้อมรอยยิ้มหวาน

ทั้งคู่เดินออกจากห้องเพนต์เฮาส์ ลงลิฟต์มาจนถึงชั้นจอดรถVIP คชาเดินไปส่งเด็กสาวถึงประตูรถยนต์คันหรู ชายหนุ่มเปิดประตูให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรุษ พีชญาก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง แล้วหมุนกระจกลงมามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ข้างรถ

“ขอบคุณสำหรับอาหาร แล้วก็เค้กส้มวันนี้มากนะคะ”

“เดินทางกลับดีๆ ถึงหอแล้วโทรบอกฉันด้วย” คชาสั่งเสียงเรียบ นัยน์ตาคมจ้องมองเธอด้วยความห่วงใย “ถ้าฉันไม่ได้รับสาย ให้ส่งข้อความมา เข้าใจไหม?”

“เข้าใจค่ะเจ้านาย”

คชากระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นมือหนาไปขยี้ผมเธอเบาๆ อีกครั้ง

“ขับรถดีๆ นะครับลุงเชิด ส่งถึงหน้าหอพักให้เรียบร้อย” ชายหนุ่มหันไปกำชับกับคนขับรถ

“ครับคุณคชา” ลุงเชิดคนขับรถรับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถยนต์คันหรูออกจากที่จอดรถไป

พีชญานั่งมองผ่านกระจกหลัง เห็นร่างสูงใหญ่ของคุณคชายังคงยืนกอดอกมองตามรถของเธอไปจนกระทั่งสุดสายตา หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกสับสนในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความผูกพันและอ่อนหวานที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นในใจทีละน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป