บทที่ 4 ตอนที่ 2 เจ็บฉิบหายเลยว่ะแม่ง
ตอนที่ 2 เจ็บฉิบหายเลยว่ะแม่ง
การแอบรักเพื่อนก็เหมือนยืนอยู่ตรงขอบเหว ก้าวไปก็เจ็บ ถอยหลังก็ไม่ทันแล้ว
เฉกเช่นเดียวกับคีรินทร์ในตอนนี้ ปากได้แต่บอกกับตัวเองว่าไหว แต่น้ำตากลับไหลถึงฝ่าตีน
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย! เจ็บฉิบหายเลยว่ะ” ร่างโปร่งนั่งชันเข่าอยู่ตรงระเบียงห้องพักมานานร่วมหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ไม่เคยคิดเลยว่าการแอบรักใครสักคนจะทรมานได้ถึงขนาดนี้ ทั้งชีวิตไม่เคยมีความรัก ไม่เคยคบใคร และไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนไหนเลยด้วยซ้ำ
ยกเว้น...ไอ้เพื่อนเวรนั่นเพียงคนเดียว
แล้วก็ดันโดนเท ไม่สิ…เรียกว่าแทบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ลองคบเลยดีกว่า
หลังจากที่คีรินทร์โกหกออกไปว่า คำสารภาพรักที่พูดกับไทป์เป็นเพียงแค่การซ้อมบอกรักผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกชอบหรือรู้สึกรักอย่างที่มันเข้าใจ หนำซ้ำยังพูดกระแทกเข้าไปอีกเพราะกลัวมันจะไม่เชื่อ
‘มึงอย่าหลงตัวเองให้มากไอ้ไทป์’
อันที่จริงปรเมศวร์ไม่ได้หลงตัวเองหรอก แต่คีรินทร์ต่างหากที่หลงผิดไปชอบคนเจ้าชู้อย่างมัน
ชอบเพราะอะไรไม่รู้ แต่เคยลองพยายามเลิกชอบแล้ว มันทำไม่ได้จริง ๆ
“ฮึก!…ทำไมวะ เกย์อย่างกูก็มีหัวใจนะโว้ย มึงไม่ชอบเกย์ก็ไม่จำเป็นจะต้องเกลียดกันเลยนี่ ฮึก!” มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นมาปาดคราบธารสีใส สายตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตามองนาฬิกาข้อมือตัวเอง เวลานี้ปาเข้าไปสี่ทุ่มสมควรแก่เวลานอนแล้ว
ร่างโปร่งค่อย ๆ หยัดตัวลุกขึ้นยืน
ทว่า…
โป๊ก!
“โอ๊ยยย!” คีรินทร์ร้องเสียงหลง เมื่อจู่ ๆ ไม้ถูพื้นที่พิงติดฝาผนังด้านข้างล้มลงมาใส่ศีรษะเข้าอย่างจัง หัวไม่แตกไม่โนก็ดีเท่าไรแล้ว
ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จากที่กำลังอารมณ์ดิ่งกลับต้องมาหงุดหงิดที่ถูกท่านเทวดากลั่นแกล้ง
เสียใจเพราะแอบรักเพื่อนขนาดนี้ยังไม่หนำใจอีกสินะ ถึงได้ซ้ำเติมให้เขาต้องเจ็บตัวเพิ่ม
คีรินทร์เดินกระทืบเท้าเข้าไปในห้อง คว้าผ้าขนหนูสีขาวได้ก็รีบตรงเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน
ทว่า…
“เวรเอ๊ย! เอาเถอะ วันนี้ไม่ใช่วันของกู” ไม่รู้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหรือเปล่า เพราะจู่ ๆ น้ำก็ดันไม่ไหลอีกต่างหาก ดังนั้นเขาจึงเหวี่ยงผ้าขนหนูลงพื้นด้วยอารมณ์คุกรุ่น แล้วเดินคอตกเข้ามาล้มตัวนอนบนเตียงทั้งอย่างนั้น โดยที่ใบหน้ายังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่แห้งเกรอะกรังแทบดูไม่ได้เลย
อ่า…น่าสมเพชดีไหมล่ะ!
.
หลายวันต่อมา…
หลังเลิกเรียนเย็นนี้ยังไม่ได้กลับหอพัก ตอนนี้คีรินทร์และเพื่อน ๆ ได้ก้าวเข้าสู่ชั้นปีที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต้องอยู่เตรียมตัวเข้ากิจกรรมรับน้องปีหนึ่งที่ถูกจัดขึ้นหน้าคณะวิศวกรรมศาตร์
แน่นอนว่าพี่ว้ากของรุ่นคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากคีรินทร์และตันหยงซึ่งสามารถทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และจัดระเบียบความเรียบร้อยของน้อง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ทางด้านสมยศก็คอยช่วยเหลือแจกเอกสารให้กับเด็กปีหนึ่งอย่างตั้งใจ บางครั้งที่เผลอโดนตัวผู้หญิงก็จะสะดุ้งราวกับต้องของร้อนอย่างไรอย่างนั้นเลย
ส่วนเฟิงก็ไม่เอาอ่าว เข้าหารุ่นน้องก็จริง แต่สนใจเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีหน้าตาสะสวย และผู้ชายที่หุ่นบางร่างน้อยเท่านั้น คงหวังจะหิ้วเอาไปทำเรื่องอย่างว่านั่นแหละ
บอกตรง ๆ ว่าคีรินทร์เหนื่อยใจมากที่มีเพื่อนแบบนี้ แต่ในเมื่อคบไปแล้วจะทำอย่างไรได้ ก็ต้องคบต่อไป
กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด
นั่นแหละครับ…ที่ยังไม่ได้พูดถึง เจ้าของเสียงกรี๊ดของน้องใหม่ทั้งคณะ เมื่อเห็นคุณชายปรเมศวร์เดินเข้ามายังสถานที่รับน้อง นั่นทำให้คีรินทร์ที่กำลังพูดคุยอยู่กับน้อง ๆ หน้าแถวถอนหายใจระอา
ยอมรับว่าแอบหึงเล็กน้อย แต่คำว่าเพื่อนมันค้ำคออยู่ เขาจึงทำอะไรไม่ได้มาก
“เอาละครับน้อง ๆ พี่จะให้แยกกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อออกตามล่าหาลายเซ็นรุ่นพี่ปีสอง ไม่ว่ารุ่นพี่จะให้ทำอะไรก็ต้องทำตามจนกว่าจะได้ลายเซ็นนั้นมา ใครไม่ทำตาม และไม่ให้ความร่วมมือจะถูกลงโทษ” สิ้นประโยคนี้ รุ่นน้องก็ขานรับทราบเสียงดังลั่นหน้าคณะ เขาจึงเดินกลับมานั่งอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่ไม่ไกลนัก จ้องมองไปยังกลุ่มสาว ๆ ที่วิ่งเข้าไปรายล้อมไทป์ราวกับแมลงวันตอมขี้
อ่า…แต่ทำไมวันนี้ไอ้คีย์ถึงรู้สึกว่าอยากตอมขี้ด้วยคนจังวะ
เสน่ห์แรงขนาดนี้ กูจะเอาอะไรไปสู้เขาได้
“พี่คีย์คะ ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ” หนึ่งในน้องเฟรชชี่เอ่ยขึ้น ทว่าด้วยเหตุที่เธอเอาแต่ยืนบังเพื่อนซึ่งเป็นคนที่คีรินทร์แอบชอบ เขาจึงรีบคว้าสมุดเล่มเล็กจากมือเธอมาเซ็นอย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการเร่งให้เธอหลีกทางเสียที โดยไม่จำเป็นต้องเต้นแร้งเต้นกาใด ๆ ให้เหนื่อย
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำหน้าไม่ค่อยเอ็นจอยเลยน่ะ” ตันหยงเอ่ยพลางทรุดนั่งลงด้านข้าง ก่อนจะโยนขวดน้ำเย็นเฉียบให้คีรินทร์ หลังจากที่เขายืนพูดมานานคงคอแห้ง
“เปล่า แค่อากาศร้อนนิดหน่อย”
“แน่ใจ?” สาวผมม้าเลิกคิ้วถาม
“อะ เออสิวะ” คีรินทร์ตอบพลางเบือนสายตาหนี เสียงที่เปล่งออกมาฟังดูตะกุกตะกักอย่างไม่ปกติ จากที่หันหน้าไปทางไทป์ เขารีบหมุนตัวกลับเข้ามาหาโต๊ะม้าหินอ่อนแทน พยายามจดจ่อกับสิ่งอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ยังเก็บงำเอาไว้ลึก ๆ ในใจ
“ไม่มีอะไรก็ดี งั้นกูไปสนใจรุ่นน้องต่อดีกว่า เบื่อมึง ชอบทำหน้าบูดเหมือนตูดลิง” ตันหยงไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนหันไปสนใจรุ่นน้องที่เดินมาขอลายเซ็น
ส่วนคีรินทร์ก็หันไปมองบรรยากาศการรับน้องที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน อดนึกถึงวันแรกที่เขารู้จักกับปรเมศวร์ไม่ได้ เป็นวันแรกที่พวกเขาได้พบหน้ากัน
และนั่นก็เป็นวันที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกดีกับไอ้เวรนั่น กระทั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกที ก็ถอยออกมาไม่ทันเสียแล้ว
จะว่าไปท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวกลับมีรุ่นพี่คนหนึ่งใช้ความเงียบในการรับน้อง มันเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากสมยศ ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่ใช่ด่านที่ยากในการได้ลายเซ็นจากมัน แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการนั่งสมาธิอยู่นิ่ง ๆ โดยที่ไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้เลย
ไอ้สมยศก็ไม่ยอมเซ็นให้ง่าย ๆ ด้วย สงสัยจะเอาให้รุ่นน้องบรรลุเป็นพระอรหันต์เลยละมั้ง
“พี่ครับ ผมขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมครับ” หนึ่งในเสียงเรียกของรุ่นน้องเอ่ยฉุดดึงความสนใจของคีรินทร์ให้หันกลับไปมอง
รุ่นน้องคนนี้น่าจะสูงกว่าเขาประมาณห้าเซนติเมตร ป้ายเล็ก ๆ ที่ห้อยคอเขียนชื่อเอาไว้ว่า ‘มาร์ค’ ใบหน้าคมเข้มถูกทาด้วยแป้งสีขาวและสีแดงจนดูตลก รวมทั้งยางหลากสีที่มัดเอาไว้บนหัวเป็นจุกหลายอันนั้น ไม่สามารถบดบังความหล่อได้เลย
แวบแรกคีรินทร์รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กคนนี้มาก รอยยิ้มที่ส่งมาเหมือนกับว่าเขาเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่พอมองดี ๆ ก็อาจจะเป็นคนหน้าเหมือนใครบางคนก็ได้
“เอามาดิ เดี๋ยวเซ็นให้”
“พี่ไม่ให้ทำอย่างอื่นแลกลายเซ็นเหรอครับ” มาร์คหมายถึงการเต้น วิ่ง วิดพื้น เหมือนที่รุ่นพี่คนอื่นเขาทำกัน
“ไม่ต้องอะ หน้านายก็ไม่มีที่ให้ทาแป้งแล้วนิ”
“พี่คีย์ใจดีจังเลยนะครับ น่ารักด้วย”
“เปล่าหรอก แค่วันนี้ไม่มีอารมณ์” เพียงเท่านั้นเขาก็จับสมุดที่ถูกเซ็นยัดใส่มือรุ่นน้อง มาร์คส่งยิ้มจนดวงตาแทบปิด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เดินออกไปจากตรงนี้เสียที
“มัวมายืนทำอะไร ไม่รีบไปหาลายเซ็นเพิ่มล่ะ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”
“คะ ครับ” มาร์ครีบวิ่งออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ปรเมศวร์เดินสวนเข้ามานั่งลงด้านข้าง แน่นอนว่าโลกที่เคยสงบสุขกลับวุ่นวาย เพราะสาวรุ่นน้องก็มะรุมมะตุ้มกันมาขอลายเซ็น
เหมือนเดินมาตอกย้ำให้กูเจ็บมากกว่าเดิม เวรเอ๊ย!
จังหวะที่คีรินทร์กำลังกระดกน้ำ พลันสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทที่แอบชอบกำลังแจกลายเซ็นให้รุ่นน้องตัวเล็ก ป้ายคล้องคอเขียนเอาไว้ว่า ‘น้ำปิง’ เธอเป็นคนน่ารัก ไม่แปลกที่ไทป์จะแถมเบอร์โทรใส่ไปให้ด้วย
“อันนี้อะไรเหรอคะพี่ไทป์” น้ำปิงเอ่ยถาม น้ำเสียงใสซื่อนั่นยิ่งทำให้คีรินทร์กลอกตาขึ้นบนด้วยความระอา
ก็เห็นอยู่ว่าเป็นเบอร์โทร เขาไม่ได้ใบ้หวยเธอหรอกสาว
“อย่าลืมโทรมาหาพี่นะครับ” ไทป์ขยิบตาเจ้าเล่ห์พร้อมทั้งยื่นปากกาให้รุ่นน้องที่ยืนอมยิ้มท่าทางกระมิดกระเมี้ยน
เขินหรือสันนิบาตแดกกันแน่? คีรินทร์กระแนะกระแหนในใจ
“มึงจะหลอกล่ออะไรน้องเขาอีกวะ” อดไม่ได้ที่เขาจะเอ่ยถาม คนที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
“น้องก็น่ารักดี กูว่าจะจริงจัง”
“ถุย! คนที่แล้วมึงก็พูดแบบนี้”
“ก็คนที่แล้วมันหลอกว่าไม่มีผัว ต่อให้บอกเลิกผัวแล้วกลับมาหากูก็ไม่เอาหรอก ไม่ชอบเป็นตัวเลือกของใคร” ปรเมศวร์พูดจบก็คว้าขวดน้ำที่คีรินทร์กำลังจะกระดกเข้าปากไปดื่มเสียเอง ราวกับว่าสิ่งที่ทำอยู่มันเป็นเรื่องปกติ
แต่มันไม่ใช่เว้ย! นั่นเขาดื่มจนน้ำลายเปื้อนปากขวดไปหมดแล้ว
“เย็นนี้ไปดื่มกับกูปะ”
“ไม่ไปอะ” คีรินทร์ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด อันที่จริงเขาควรจะดีใจและตอบตกลง แต่ครั้งล่าสุดที่เขาไปเที่ยวร้านเหล้ากับไอ้เวรนี่ เป็นความรู้สึกที่แย่มาก เพราะเขาต้องมานั่งรอมันไปเอากับสาวจนเสร็จ
แม่งเจ็บจี๊ดในกระดองใจ
สู้ไม่รับรู้ ไม่เห็น นอนคุดคู้อยู่ในห้องยังดีเสียกว่า
“กูเลี้ยง ไปเถอะ” คุณชายปรเมศวร์ใช้ข้อศอกกระทุ้งแขนของคีรินทร์เพื่อเป็นการรบเร้า ก่อนจะถือวิสาสะยกมือขึ้นมากดหัวของคีรินทร์ให้เป็นเชิงพยักหน้า
“โอเค มึงรับปากแล้วนะ เดี๋ยวเย็นนี้ไปพร้อมกู”
“เดี๋ยวสิไอ้ไทป์ กูยังไม่ตอบตกลงเลย”
ไทป์ไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนเดินออกไปแจกลายเซ็นน้องปีหนึ่งต่อ ทั้งที่เมื่อกี้ไม่ต่างจากการบังคับเพื่อนเลย
คีรินทร์เหนื่อยหน่าย เหมือนคนน้ำท่วมปาก ดังนั้นตกเย็นเขาจึงเดินตามตูดไอ้เวรนี่มาติด ๆ เพื่อจะไปดื่มหลังเลิกเรียนอย่างจำใจ
ถามว่าดีใจไหม ก็ดีใจอยู่หรอก แต่อีกใจก็กลัวเหตุการณ์มันซ้ำรอย กลัวว่ามันจะหิ้วสาวเข้าห้องแล้วทิ้งเขาไว้คนเดียว
ครืด ครืด
กำลังจะออกรถอยู่แล้วเชียว ทว่าเสียงโทรศัพท์ของไทป์ก็ดังขึ้นเสียก่อน พอควักขึ้นมาดูหน้าจอก็ปรากฏเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อ
“อ้าว! น้องน้ำปิงเหรอ”
“…”
“ใช่ ๆ พี่ไทป์เองครับ”
“…”
“อ๋อ…ไปตอนนี้เลยเหรอ ได้สิ”
“…” ได้ก็เหี้ยแล้ว ถามความสมัครใจคีรินทร์หรือยัง
“โอเคครับ ไว้เจอกันครับ”
หลังจากวางสาย คีรินทร์ก็รู้สึกได้ถึงความฉิบหายบางอย่าง ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้
“ไอ้คีย์ กูขอโทษจริง ๆ ว่ะ วันนี้กูไปดื่มกับมึงไม่ได้แล้ว” ไทป์ไม่พูดเปล่า เขายังปลดล็อกรถพร้อมทั้งยื่นตัวมาปลดเข็มขัดของคีรินทร์ออก ใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเขาเพียงแค่คืบทำให้ใจสั่นไม่เป็นจังหวะ
“วันนี้มึงกลับบ้านเองนะ กูมีนัดกับน้ำปิง”
“แต่มึงนัดกูก่อนนะ” คีรินทร์สวนทันควัน เขาขมวดคิ้วแน่นแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเจน
“กูขอโทษ แต่มึงก็รู้ว่าโอกาสนี้ไม่ได้มีง่าย ๆ”
“มึงแม่งเลวจริง ๆ ถ้าไม่ไป วันหลังก็ไม่ต้องนัด”
“เดี๋ยวกูชดเชยให้มึงวันหลังนะเพื่อน ยังไงสาว ๆ ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว เพราะเพื่อนอย่างมึงหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”
เพียงเท่านั้นคีรินทร์ก็ถูกผลักให้ลงมาจากรถยนต์ กลายเป็นว่าเขาต้องเดินกลับหอด้วยตัวเองอีกแล้ว
แม่งเจ็บฉิบหาย!
หันกลับมาเมื่อไรก็เจอกูเหรอ กูมันมีประโยชน์แค่เพื่อนแดกเหล้าในตอนที่มึงอกหักเท่านั้นหรือไง ไอ้เวร!
