บทที่ 3 คู่กัด - 02 - หุ้นส่วน

 “งั้นเธอต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจะเดินออกไปกับฉันดี ๆ หรือจะให้ฉันอุ้มเธอออกไป” บะ บ้าไปแล้ว อีตานี่มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้

“เหวออออ... อีตาบ้าบาสเตียน ปล่อยฉันลงนะ ปล่อย!!!” ขณะที่สาวน้อยกำลังคิดด่าผู้ชายตรงหน้าในใจ ร่างบางของเธอก็ถูกชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายกขึ้นพาดบ่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ฉันรู้นะว่าเธอแอบด่าฉัน” เฮ้ยยย เขารู้ได้ไงอ่ะ ตะ แต่!! มือของบาสเตียนกำลังจะเปิดประตูห้องทำงานของเค้ก

“ฉันยอมไปแล้ว ปล่อยฉันลงก่อน” ฝีเท้าที่กำลังจะขยับของบาสเตียนหยุดลง

“ยอมตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องใช้กำลัง รู้ไหมว่าแบกหมูมันหนักขนาดไหน” ชายหนุ่มค่อย ๆ วางหญิงสาวลงอย่างไม่แรงมากนัก

“มะ หมู นี่!! ไอ้บ้าบาสเตียน นายว่าฉันเป็นหมูเหรอ!!” บาสเตียนยักไหล่ให้หญิงสาวเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กจับประสานแล้วผลักประตูห้องทำงานให้เปิดออก

สุดาเห็นเจ้านายป้ายแดงของเธอเดินออกมาพร้อมชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตา

“เอ่อ... คุณเค้กคะ หุ้นส่วนที่นัดวันนี้บ่ายโมง ขอเลื่อนเวลาเป็นบ่ายสามโมงตรง และฝากขอโทษมาด้วยค่ะ เนื่องจากติดธุระด่วนกะทันหัน” เค้กพยักหน้ารับ ก่อนเดินออกไป

“เบบี๋ อยากทานอะไรครับ” บาสเตียนเอ่ยเสียงยียวนขณะที่มือทั้งสองยังจับประสานกันอย่างลึกซึ้งก่อนถูกมือเรียวเล็กสะบัด

“นายเลิกพูดอะไรแบบนี้สักทีได้ไหม ขนลุก” บาสเตียนรั้งสะโพกหญิงสาวให้เข้าหาขณะที่ตัวเองพิงผนังลิฟต์อยู่อย่างใจเย็น

“ไม่ได้หรอก เธอกำลังจะเป็นเมียฉันนะ ฉันก็ต้องพูดดี ๆ กับเธอซิ เบบี๋” บ้า ผู้ชายคนนี้มันบ้าไปแล้ว

“นายพูดอะไรของนาย แล้วนายมาที่นี่ทำไม ไปเลยนะ” หญิงสาวเอ่ยปากไล่อย่างไม่สบอารมณ์

“เดี๋ยวเธอก็รู้ว่าฉันมาทำไม”

บาสเตียนก้มหน้าประชิดกกหูของหญิงสาวสูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอ ขณะที่ท่อนแขนแกร่งยังคงโอบรอบเอวบางของหญิงสาวไว้

ชายหนุ่มเดินจูงมือหญิงสาวมาที่รถยนต์คันหรูของตัวเองมือหนาเอื้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ

“ฉันขับไปเองได้ ฉันมีรถนะ” มือหนาดันตัวร่างบางให้ลงนั่งตรงเบาะข้างคนขับ

“รู้จ้ะ ว่ารวย รวยมากกกกก แต่จะรวยแค่ไหนก็ควรประหยัดนะ” ว่าจบปิดประตูแล้วรีบวิ่งมาฝั่งคนขับ

“นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย” ชายหนุ่มมองสีหน้าเป็นกังวลของหญิงสาวเพียงเล็กน้อย

“กินข้าวไง ฉันหิวแล้ว” บาสเตียนเดินจับมือหญิงสาวเข้ามาที่ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรู

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด นั่น ๆ ๆ ๆ ๆ คุณบาสเตียนมากับคุณเค้ก” เสียงระเบ็งเซ็งแซ่ของหญิงสาวกลุ่มหนึ่งดังขึ้นก่อนจะมีผู้คนกรูกันเข้ามาเพื่อถ่ายรูป และจ้องมองสองนักธุรกิจดาวรุ่ง ที่หล่อ สวย รวยมาก ๆ ชื่อเสียงของทั้งสองคนดังกว่าดาราซูเปอร์สตาร์บางคนเสียอีก

เป็นเค้กที่จับมือของบาสเตียนไว้แน่น บาสเตียนเองก็ตอบสนองเธอเป็นอย่างดีด้วยการจับมือเธอแน่นเช่นกัน ราวกับบอกให้เธอรู้เป็นนัย ๆ ว่าจะไม่มีวันปล่อยมือเธอเป็นอันขาด บอดี้การ์ดของบาสเตียนกันผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ให้เข้าใกล้ผู้เป็นนาย และนายหญิงในอนาคตของเขาไว้

“ขอเวลาส่วนตัวให้คุณบาสเตียน กับคุณเค้กด้วยนะครับ”

“เขาคบกันเหรอคะ”

“เขาเป็นอะไรกันเหรอคะพี่”

“เขาต้องคบกันแน่ ๆ”

“เป็นข่าวใหญ่แน่ เจ้าพ่อวงการโรงแรม และเรือสำราญ กับผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าแม่วงการการท่องเที่ยว และรีสอร์ต”

ชั่วเวลาไม่ถึงสามสิบนาที บรรดานักข่าวจากหลายสำนักก็มายืนรอกันอยู่หน้าร้านอาหารที่ชายหญิงทั้งคู่รับประทานอาหาร ด้วยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก และเป็นกันเอง แสงแฟลชจากกล้องนับร้อย ที่สะท้อนเข้ามาภายในร้านอาหาร

“คนพวกนั้นมาได้ยังไง”

“เฮียจะไปรู้ได้ไงละ เฮียก็มาพร้อมเบบี๋เนี่ย” ดะ เดี๋ยวนะ สรรพนามนั่น อะไรกัน?

“นายเลิกพูดอะไรที่น่าขนลุกแบบนั้นสักทีได้ไหม จะอ้วก”

บาสเตียนนั่งขำกับปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า แม่ของลูกชัด ๆ หัวสมอง และหัวใจของเขาตอบเขาได้แค่ เค้กนี่แหละแม่ของลูก จะว่ารักแรกพบก็ได้ เขาหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบครั้งแรก ไอ้เหตุบังเอิญที่ไปจุ๊บปากเธอตอนรับน้องอะไรนั่น มันไม่ใช่เรื่องจริงหรอก

เขาตามจีบเธอมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรก ถึงแม้การจีบของเขาจะแตกต่างจากคนอื่นไปหน่อยก็เฮอะนะ มือหนายกมือเรียกบริกรเพื่อสั่งอาหาร

“เบบี๋ อยากทานอะไรคะ สั่งเลย เดี๋ยวเฮียเพย์เอง” สายเพย์ใช่ไหม ได้เลยบาสเตียน อยากเล่นบทป๋าเพย์นักใช่ไหม

“งั้นเค้กไม่เกรงใจแล้วนะ” หญิงสาวตรงหน้าเลือกเมนูที่แพงที่สุดในร้านมาสามสี่อย่าง สายตาคมกริบของคนตรงหน้าจ้องมองเธอทุกการกระทำของเธอด้วยความเอ็นดู

• • • • •

[สองชั่วโมงผ่านไป]

“ฉันต้องกลับบริษัทแล้ว มีประชุมกับผู้ถือหุ้นคนใหม่”

ชายหนุ่มพยักหน้า วางเงินไว้บนโต๊ะอาหารจำนวนหนึ่ง แล้วยื่นมือจับประสานมือเล็กเดินออกจากร้านอาหารขณะที่ยังมีผู้คนคอยมองพฤติกรรมของหนุ่มสาวทั้งคู่

บาสเตียนยกยิ้มพอใจกับกระแสข่าวเพราะมันยิ่งทำให้เขา และเค้กลงเอยกันได้ไม่ยาก หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการมัดมือชกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งต่อหน้าผู้คนมากมายเค้กก็ทำตัวน่ารัก คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่พาเธอมาในที่ผู้คนพลุกพล่านขนาดนี้

“แล้วนายมาทำไมเนี่ย ฉันมีประชุม ไม่ว่างมานั่งกัดกับนายหรอกนะ” ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลงมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวโดยไม่พูดอะไร เขาก้มลงจูบขมับของคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ท่อนแขนแกร่งโอบรอบเอวบางเดินเข้าบริษัทของเธอ ทำให้หญิงสาวยิ่งงงหนัก

“นี่!!! ช่วยตอบฉันที นายมาทำไมเนี่ย”

“...”

“เอ้า!! อีตาบ้าบาสเตียน ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ นายมายุ่มย่ามอะไรในบริษัทของฉันกันฮะ!!” หญิงสาวเริ่มโวยวายเสียงดังลั่น (ลั่นลิฟต์) บาสเตียนอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมากับพฤติกรรมของเธอ เขาพาเธอเดินมาส่งหน้าห้องทำงาน

“คุณเลขา หุ้นส่วนที่พ่อกับแม่เค้กดีลไว้เขามารึยังคะ” สุดามองหน้าบาสเตียนเลิ่กลั่ก บาสเตียนขยิบตาให้สุดาหนึ่งครั้งเป็นอันรู้กัน

“มาแล้วค่ะ คุณเค้ก เดี๋ยวดิฉันเอาข้อมูลให้เมื่อคุณเค้กเข้าห้องประชุมนะคะ”

“เบเบี๋คะ เฮียไปก่อนนะ เฮียมีประชุมเหมือนกัน”

“จะไปไหนก็ไปเถอะ”

• • • • •

[ภายในห้องประชุม]

เค้กนั่งรอผู้ร่วมหุ้นอย่างใจจดใจจ่อที่หัวโต๊ะในห้องประชุม จวนเวลาแล้วที่ผู้ร่วมหุ้นจะมา

แกร่ก~

หญิงสาวลุกขึ้นยืนก้มหน้า เมื่อผู้ร่วมหุ้นเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ

“สวัสดีค่ะ เค้กเป็นประธานคนใหม่ของบริษัท ทำหน้าที่ดูแลคุณแทนคุณพ่อกับคุณแม่ ทางเรายินดีมาก ที่คุณสนใจร่วมหุ้นดะ...!!” ทุกอย่างเงียบสนิทเมื่อเค้กเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของผู้ร่วมหุ้น อะ... ไอ้... ไอ้บ้านิ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย

“ไอ้บ้าบาสเตียน นะ นายมาทำอะไรตรงนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป