บทที่ 12 คนที่ไม่อยากเจอ
EP12.คนที่ไม่อยากเจอ
ตกเย็น….
กว่าคณะนักศึกษาจากมหาลัยL จะเดินทางมาถึงก็ปาเข้าไปหลายชั่วโมงทีเดียว เนื่องจากหมู่บ้านนี้ค่อนข้างที่จะอยู่ห่างไกลหรือเรียกง่ายๆว่าอยู่บนเขาที่มีทางเข้ายากลำบาก กว่าจะเข้ามาได้ก็ค่อนข้างยาก เพราะทางเป็นถนนลูกรัง แต่ทุกคนก็ยินดีที่จะทำโปรเจคนี้โดยไม่มีใครบ่นอิดออดเลยสักคำ
มาถึงที่พัก มาร์โคก็ปลีกตัวออกมาพักผ่อน เขายังไม่ได้เจอกับคนที่ตัวเองอยากเจอเลย แต่ชายหนุ่มก็มีแผนอยู่ในหัวแล้วล่ะ ว่าเขาจะทำยังไงกับคู่หมั้นสาวดี
ด้านของเอมิกา เมื่อเจอกับเพื่อนๆครบหมดทุกคนหญิงสาวก็พาทุกคนไปยังห้องพัก ห้องพักของที่นี่ถูกสร้างด้วยไม้เป็นห้องยาวติดต่อกัน แถวละสามห้อง แต่ละห้องจะพักได้สองคน ซึ่งเอมิกาเลือกที่จะนอนกับออมสิน ส่วนติน่ากับธัญนอนด้วยกัน สองคนนี้จริงๆไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับโปรเจคของเธอ
แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ทั้งสองจึงอยากมาช่วยด้วยอีกแรง การนอนด้วยกันของติน่ากับธัญถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสองคนนั้นสนิทกันก่อนที่จะมาสนิทกับเธอเสียอีก จึงสามารถนอนด้วยกันได้อย่างสนิทใจ
“ห้องดูดีกว่าที่คิดนะ มีเตียงด้วยอะ” ออมสินเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี คิดไม่ถึงว่าบนดอยที่ห่างไกลความเจริญ จะมีอะไรแบบนี้อยู่ด้วย
“ผู้ใหญ่บ้านบอกว่ามีคนมาบริจาคของทุกปี เขาก็เลยสร้างเอาไว้ให้คนที่ตั้งใจมาโดยเฉพาะ จะได้มีที่นอนเอาไว้นอนแบบสะดวกๆ”
ออมสินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะจัดการเปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเองกางออกพร้อมกับเอาของในกระเป๋าออกมาเรียงราย เวลาใช้งานจะได้หยิบมาใช้สะดวกมือ
“แล้วหมอนทีล่ะออม เรายังไม่เห็นหน้าหมอเลยตั้งแต่มาถึง” เอมิกาหันไปถามเพื่อน
“เห็นว่ามีชาวบ้านพาไปส่งที่ห้องพักส่วนตัวแล้วนะ” ออมสินตอบไปตามสิ่งที่เห็น เนื่องจากที่พักของหมอหนุ่มอยู่ไกลจากที่พักของพวกเธอหลายร้อยเมตร เอมิกาจึงยังไม่ได้เห็นหน้า
เธอเป็นคนเตรียมห้องนั้นไว้ให้เขาเอง เพราะเขาไม่ใช่นักศึกษาอย่างพวกเธอ เป็นหมอที่มาช่วยทำงานฟรีๆ ห้องที่ได้พักจึงเป็นห้องที่สะดวกสบายกว่าพวกเธอ มีห้องน้ำอยู่ในตัวด้วย
“อ๋อ โอเค”
“นี่…หมอนทีหล่อเป็นบ้าเลยนะมี่ แต่เสียอย่างเดียวดูหยิ่งหน้าตายไปหน่อย” ออมสินชวนคุยแบบไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่คำพูดของเพื่อนทำเอาร่างบางชะงัก เพราะท่าทางของหมอนทีที่ออมสินเอ่ยมา มันคล้ายกับ…อดีตคู่หมั้นของเธอ แต่ช่างมันเถอะ หมอนทีก็คือหมอนที…เธอจะไปนึกถึงผู้ชายไร้หัวใจคนนั้นทำไมอีก
ในเมื่อ….เธอกำลังจะตัดใจจากเขาแล้ว
“งั้นเหรอ”
ตกค่ำ…..
วันนี้ยังไม่มีกิจกรรมอะไร เพราะการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ทุกคนกำลังล้อมวงกันนั่งกินข้าวที่ชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมไว้ให้ด้วยงบของพวกเธอที่ได้มา จู่ๆออมสินก็รู้สึกเหมือนคนยังมาไม่ครบ….และหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าคนที่ยังไม่ออกมากินข้าว นั่นก็คือหมอนที….
“นี่มี่…ฉันยังไม่เห็นหมอนทีออกมาทานข้าวเลยนะ” ออมสินหันไปกระซิบข้างหูเพื่อนสาว ในขณะที่เพื่อนๆเริ่มทยอยอิ่มกันแล้ว
“อุ๊ย…นั่นใครอะยัยมี่ หล่อลากดินมากกกก” มีมี่หันไปตามเสียงของติน่า
หญิงสาวชะงักค้าง หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ เมื่อสายตาของเธอหันไปปะทะกับใครบางคน เขาคือ…..คนที่เธอไม่ได้อยากเจอเลยในตอนนี้
ร่างบางตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินใกล้เข้ามายังกลุ่มของพวกเธอ คือมาร์โค! ไม่ใช่หมอนทีอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ในตอนแรก
ที่มันอะไรกัน!
เขามาได้ยังไง!
“สวัสดีค่ะคุณหมอ มาทานข้าวใช่ไหมคะ เดี๋ยวออมสินไปตักให้ค่ะ” เมื่อเห็นว่ามีมี่มัวแต่ชะงักค้างออมสินจึงตัดสินใจเดินไปจัดแจงทุกอย่างด้วยตัวเอง
ตอนนี้หัวสมองของมีมี่คิดอะไรไม่ออก ดวงตากลมโตสั่นระริก เมื่อจู่ๆคำพูดของเขากับผู้หญิงอีกคนก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของเธอ
‘นิเอาแหวนหมั้นมาคืนมาร์คค่ะ คืนนั้นมาร์คน่าจะทำหล่น นิเจอมันตกอยู่ใต้เตียง’
‘แต่เรานอนด้วยกันมานานแล้วนะ นิรู้ว่ามาร์คไม่เต็มใจหมั้น เพราะงั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิกความสัมพันธ์ของเรานี่มาร์ค’
‘ถ้าเต็มใจทำไมมาร์คต้องเอาข้าวที่คู่หมั้นทำมาให้ทุกวันไปให้คนอื่นกินด้วยล่ะ’
มาร์โคเองก็เอาแต่จ้องร่างบางของเอมิกาไม่วางตา เขารับรู้ได้ถึงท่าทางอันแปลกไปของเธอ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจเอ่ยอะไรขึ้นมา ชายหนุ่มหันไปรับจานข้าวจากเพื่อนของคนตัวเล็กมาไว้ในมือแต่โดยดี
“หื้ม…บริการดีจังนะ” กายอดแซะไม่ได้ เมื่อเห็นเพื่อนสาวอย่างออมสินยืนยิ้มหน้าบานให้หมอหนุ่มสุดหล่อ
“ไอ้นี่ หึงหรือไง” เมฆเอ่ยแซวขึ้นมาตามหลัง ซึ่งกายก็หัวควับกลับไปจ้องหน้าเพื่อนด้วยสายตาคาดโทษ
“มึงบ้าเหรอกูจะหึงเพื่อ” เขาปฎิเสธกลับด้วยอารมณ์โมโหนิดๆ
“โอ้ย เลิกพูดมากได้ล่ะ” ออมสินหันไปตวาดเพื่อนทั้งสอง
“คุณหมอไปนั่งทานตรงนั้นก็ได้ค่ะ พวกเราอิ่มกันหมดแล้ว”
“ครับ” เขาตอบรับแค่นั้น เมื่อเห็นว่าเอมิกาหันหน้าหลบไปทางอื่น ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อที่จะไปนั่งกินข้าวคนเดียว
ในขณะที่ทุกคนไม่ได้มีใครสังเกตุเห็นบรรยากาศอึมครึมระหว่างเอมิกากับหมอคนนั้น แต่ธัญเห็นทั้งหมด เพราะเขาแอบชอบเอมิกา ทุกการกระทำของร่างเล็กมักจะตกอยู่ในสายตาของเขาเสมอ และธัญเองก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นแปลกๆระหว่างหมอหน้านิ่งคนนั้นกับเพื่อนสาวของตัวเอง
เขาว่าเขาต้องพิสูจน์อะไรบางอย่าง….
ผ่านไปสักพัก
“มีมี่ มีอะไรให้พวกเราช่วยอีกไหม” เสียงเพื่อนคนอื่นๆที่มาด้วยเอ่ยถามขึ้นมา
“ไม่น่าจะมีแล้วล่ะ ตอนกลางวันเราเตรียมไปเกือบหมดแล้ว” เสียงใสเอ่ยออกมา เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เพื่อเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้
“โอเค งั้นพวกฉันไปนอนก่อนนะ เดินทางเหนื่อยมาก อยากนอนแล้ว” เสียงเพื่อนที่เป็นสาวสองอีกคนเอ่ยขึ้น
“อืม โอเค ตอนเช้าเจอกัน เดี๋ยวจะบรีฟงานอีกที”
“ได้ๆ ฝันดีนะทุกคน”
ในขณะนั้นทุกคนก็ทยอยกันกลับไปพักผ่อน บริเวณนี้จึงเหลือแต่เพื่อนๆในกลุ่มเธอกับเพื่อนต่างสถาบันอีกสองคนเท่านั้น ถัดไปก็จะเป็นหมอนทีที่ทุกคนเข้าใจแบบนั้นกำลังลอบนั่งสังเกตุการ์ณอยู่เงียบๆ
“มี่อะไรติดหน้าเธอไม่รู้” ธัญยื่นมือไปปัดรอยสีดำๆที่ติดแก้มหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา มันน่าจะเป็นสีของถ่านที่ใช้ทำอาหารเมื่อตอนเย็น
มีมี่งุนงงอยู่เล็กน้อยที่จู่ๆ เพื่อนหนุ่มก็ใช้มือเช็ดแก้มเธออย่างแผ่วเบา ซึ่งการกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเขา….
หัวใจของชายหนุ่มวัย 34 ปี เริ่มเต้นผิดจังหวะ เลือดในสูบฉีดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากได้เห็นภาพนั้น เขากำลังรู้สึกไม่พอใจ ที่ร่างบางทำตัวใกล้ชิดกับเพื่อนผู้ชายของตัวเองมากเกินไป ทั้งๆที่ไอ้หมอนั่นเป็นผู้ชาย แต่เธอกลับยอมให้มันแตะตัวได้อย่างง่ายๆ
“อ๋อ อืม ขอบใจนะ” เธอยิ้มให้แบบไม่คิดอะไร
“ไม่ธรรมดา…ชอบมี่เหรอวะ” คำถามของกายทำเอาทุกคนเกือบชะงักค้าง ยกเว้นออมสินที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
เมฆมองหน้าธัญด้วยแววตาเรียบนิ่ง เขาพยายามปกปิดความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อเพื่อนสาวคนใหม่ ในระหว่างที่ติน่าได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าหงุด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะอยากออกไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้เลย
“….ก็ชอบ”
“หื้อ?” มีมี่เงยหน้ามองธัญด้วยสีหน้างุนงง
ในจังหวะนั้นเองธัญได้หันไปแสยะยิ้มให้หมอหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล เขาได้ยินทุกอย่างและเห็นเหตุกาณร์ทั้งหมด แววตาเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจนั่นทำให้ธัญเริ่มมั่นใจแล้วว่า หมอคนนั้นอาจจะไม่ใช่หมอนทีตัวจริง
ผีเห็นผี….มันมองกันออก
“ชอบแบบเพื่อนไง ก็เธอเป็นเพื่อนฉันนี่ จะให้ฉันเกลียดเธอหรือไง” ธัญเอ่ยติดตลก แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่ตลกด้วย เพราะติน่ารู้ดี ว่าประโยคเมื่อกี้ เขาไม่ได้พูดเล่น
“ฉันไปนอนก่อนนะ ง่วงแล้วอะ ไว้เจอกันทุกคน” พูดจบติน่าก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที ธัญได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยแววตานิ่งงัน
“งั้นฉันไปก่อนนะ ไม่อยากให้ยัยนั่นเดินมืดๆคนเดียว” เขาตอบกลับก่อนจะยิ้มให้เพื่อนสาว
“อืม ฝันดีนะธัญ”
“งั้นพวกเราไปนอนกันเถอะ เริ่มง่วงเหมือนกัน แถมเริ่มหนาวด้วย” ออมสินเอ่ยชวนเพื่อนที่เหลืออยู่ ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ในระหว่างที่มีมี่กำลังจะลุกขึ้นตามไป น้ำเสียงทุ้มต่ำของหมอหนุ่มก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน…”
“…..” ทุกคนเงียบ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงเป็นตาเดียวกัน
“เธอคือคนเตรียมงานนี้ใช่ไหม” เขาจ้องมองถามไปยังร่างบาง ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอคือแม่งาน แต่ก็เลือกที่จะถามออกไป เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆของเธอสงสัย
“ค่ะ” เธอตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก ไม่อยากมองหน้าคนใจร้ายอย่างเขา
“ไปคุยกับฉันที่ห้องหน่อย ฉันอยากถามเกี่ยวกับหัวข้อการบรรยาย”
หัวใจของเอมิกาเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง ถึงจะยังไม่เข้าใจว่าเขามาที่นี่ทำไม เเต่เธอก็แอบคิดไปในทางที่ดีว่าหมอนทีอาจไม่ว่าง เขาจึงได้มาแทน
“งั้นเดี๋ยวออมไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้อง….”
“….?”ทุกคนงงกับคำตอบของเขา
“ผมจะคุยกับมีมี่แค่แป๊ปเดียว คุณไปพักเถอะ” พูดจบร่างสูงก็กำลังจะเดินผ่านทุกคนไป
ในขณะที่เอมิกาคิดไม่ตกว่าตอนอยู่กันสองต่อสองกับเขา เธอจะทำหน้าอย่างไรดี แม้ในใจลึกๆของเธอไม่อยากเดินตามร่างสูงไปเลยด้วยซ้ำ เพราะยิ่งเห็นหน้าเขามันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกว่าเธอรักเขามากแค่ไหน
แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เธอจะทำใจได้ล่ะมีมี่!
“เดินตามมาจะได้รีบคุย!”
น้ำเสียงของเขาช่วยดึงเธอให้หลุดออกมาจากภวังค์ จากนั้นเอมิกาจำต้องเดินตามร่างสูงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ดุจังวะ” กายเอ่ยตามความคิด
“นั่นดิทำไมต้องให้ไปคุยที่ห้องด้วย” ออมสินเองก็สงสัยแบบไม่ค่อยจริงจังนัก
“ช่างเหอะ ไปนอนดีกว่า เหนื่อยชะมัด” ว่าจบออมสินก็เดินนำหน้าสองหนุ่มไปที่ห้องพัก เมฆได้แต่มองตามแผ่นหลังของเอมิกาไปด้วยแววตาขุ่นมัว เขาเองก็รู้สึกสงสัยเหมือนกัน ว่าสองคนนั้นทำไมถึงได้มองกันด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน
