บทที่ 10 บังเอิญจังเลยนะ2

“ที่นี่มัน?” ริศาที่ไม่เคยมาที่นี่เลยเอาแต่มองไปรอบๆอย่างรู้สึกแปลกใจ เธอรู้ว่าคู่หมั้นตัวเองมีสนามแข่งรถแต่ก็ยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าเตมินทร์จะพามาในวันนี้

“เข้าไปข้างในกัน”

“เดี๋ยวสิ นายพาฉันมาทำไมอ่ะ”

“พามาเที่ยวเล่นเฉยๆ”

“พี่รามจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม” คนตัวเล็กอดรู้สึกกลัวไม่ได้ว่าคู่หมั้นหนุ่มจะไม่พอใจที่อยู่ๆก็โผล่มาที่นี่

“กลัวทำไม เธอมีสิทธิ์ที่จะมา ไปเร็ว” ไม่รอให้เพื่อนถามอะไรต่อเตมินทร์ก็ดึงมือริศาให้เดินตามเข้าไปข้างในด้วยกัน ซึ่งพอเดินเข้ามาถึง…

“อ้าว! ลมอะไรหอบมาที่นี่น่ะเต” เสือที่ยืนทำอะไรของเขาอยู่หันมาเห็นคนแรกก็เอ่ยถามขึ้น พร้อมกันนั้นผู้ชายอีกหกเจ็ดคนที่กำลังจดๆจ้องๆอยู่กับรถแข่งหรูสามสี่คันก็พากันหันมามอง

“ก็มาเที่ยวเล่นบ้างสิครับ คิดถึงพี่ๆ”

“หึ! มาเที่ยวเล่นตอนนี้เนี่ยนะ แล้วนั่น?” เสือมองผ่านเตมินทร์ไปยังผู้หญิงอีกคนที่พามาด้วย ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นผู้หญิงของน้องชายเพื่อน แต่พอเห็นหน้าชัดๆแล้วก็เลยรู้ว่าไม่ใช่

“พามาหารามเหรอ”

“เปล่า ก็บอกแล้วว่ามาเที่ยวเล่นเฉยๆ เออ ริศานี่พี่เสือเพื่อนรามมันจำได้ไหม” เตมินทร์แนะนำเสือให้ริศารู้จัก เธอเคยพบเจอเพื่อนของรามผ่านๆเมื่อสมัยที่แม่พาไปบ้านกรกนกบ่อยๆแต่ก็ไม่เคยพูดคุยอะไรกัน

“สวัสดีค่ะพี่เสือ”

“สวัสดีครับ โตเป็นสาวแล้วน่ารักจัง”

“เบาหน่อยพี่ นี่ของรามมัน” 

“ฮ่าๆ เออฉันรู้แล้ว พาเพื่อนไปนั่งก่อนไปรามมันไปหยิบของเดี๋ยวก็มา” เตมินทร์พยักหน้าและพาริศาเดินไปนั่งที่โซฟานั่งเล่น ไม่นานร่างสูงของรามที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่เต็มมือก็เดินเข้ามา และพอได้เห็นว่ามีใครที่เข้ามาใหม่สองคนนั่งอยู่ตรงโซฟาใบหน้าหล่อเหลาก็ดูชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ทำเป็นไม่ใส่ใจเดินเอางานไปคุยกับคนอื่นต่อ

จนเวลาผ่านไปได้สักพักเตมินทร์ที่เห็นว่าพี่ชายไม่เดินมาทางเขาสักทีจึงได้ลุกเดินเข้าไปหาและให้ริศานั่งรออยู่ก่อน

“ราม” เสียงเข้มเอ่ยเรียกพี่ชายอย่างนึกไม่พอใจกับความจงใจไม่แยแสตัวเองกับเพื่อน

“พามาทำไม” น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์เอ่ยถามในขณะที่ตาก็ยังจดๆจ้องๆอยู่ที่เอกสารสลับกับรถแข่งยี่ห้อดังไม่ได้หันไปมองน้องชายแต่อย่างใด

“ออกไปคุยกันหน่อย” แต่น้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังบวกกับแววตาไม่ติดเล่นเหมือนที่เคยเป็น มันทำให้เขาจำใจต้องหันไปสนทนาด้วย 

“มีอะไร”

“ตามมา” เตมินทร์เดินนำหน้าพี่ชายออกไปยังบริเวณที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นก่อนจะควักบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาจุดสูบและยื่นมวนใหม่อีกมวนให้พี่ชาย

“ฟู่ว~โทรมาทำไมไม่รับ ข้อความก็ไม่อ่าน” เตมินทร์เปิดประเด็นสนทนา เหตุผลที่เขามาหาพี่ชายถึงที่นี่ก็เพราะตั้งแต่มีปากเสียงกับผู้เป็นแม่วันนั้นรามก็ไม่ยอมติดต่อพูดคุยกับใครเลยจนกระทั่งเวลาผ่านมาได้ร่วมอาทิตย์

“แกมีอะไรก็ว่ามาเต งานฉันเยอะแยะ”

“งานเยอะจนไม่รู้สินะว่าพ่อไม่สบาย” 

“พ่อ…เป็นอะไร” รามขมวดคิ้วยุ่งถามน้องกลับ เป็นเพราะเขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ไม่อ่านข้อความใครจึงไม่รู้ว่าราเมศพ่อของตัวเองล้มป่วย

“วันนั้นพ่อได้ยินแกทะเลาะกับแม่เรื่องของไอริส พอแกกลับไปพ่อก็คิดมากแล้วก็ขอให้เรียวตะอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องงานแต่ง ตอนนี้ทุกคนวุ่นวายไปหมดเพราะแก” นิ้วเรียวยาวชี้ใส่หน้าพี่ชายพลางดันลิ้นตัวเองดุนกระพุ้งแก้มเหมือนพยายามระงับอารมณ์ หลายวันที่ผ่านมาเขาพยายามติดต่อรามทว่าอีกคนกลับบ่ายเบี่ยงที่จะคุยด้วย ต่อให้โทรเข้ามือถือเครื่องของเพื่อนๆเขาแต่รามก็ไม่ยอมรับสายไปคุย

“ได้พาพ่อไปหาหมอไหม”

“ไปสิ แกคิดว่าพ่อเป็นแค่นิดๆหน่อยๆหรือไง”

“แล้วหมอว่าไง”

“พักผ่อนน้อย เครียดสะสมพอมันไปรวมกับโรคประจำตัวอาการก็เลยหนัก” 

“อืม ฉันลืมไปว่าพ่อเป็นความดันสูงเครียดมากไม่ได้” พอนึกขึ้นมาได้ตรงนี้รามก็หน้าเจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาผิดเองที่เอาแต่ใจมากไปหน่อยจนลืมไปว่าพ่อของเขาไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อเขายังตัดใจจากรักแรกของตัวเองไม่ได้เลย และไม่รู้ว่าจะตัดได้เมื่อไหร่ด้วย พอมันได้ยินอะไรที่สะกิดใจนิดหน่อยก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่

“แกจะให้ฉันทำยังไง” รามถามความคิดเห็นน้องชาย

“ทำยังไงก็ได้ให้พ่อสบายใจและอาการดีขึ้นมาหน่อย”

“แล้วมันยังไงล่ะ”

“แกไม่ได้โง่หรอกราม เรื่องแค่นี้ก็คิดเอาเอง” ว่าจบเตมินทร์ก็โยนก้นบุหรี่ในมือทิ้งและทำท่าจะเดินออกไป

“แล้วนั่นแกจะไปไหน” รามถามเพราะเห็นว่าน้องชายไม่ได้เดินเข้าไปทางด้านในแต่กลับเดินไปที่ทางออกแทน

“ฝากเอาริศาไปส่งด้วยนะ”

ด้านริศา…

ครืดด~

[ฉันมีธุระด่วนต้องกลับก่อน] 

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันยุ่งเพราะอยู่ดีๆเพื่อนชายตัวดีที่พามาก็ส่งข้อความมาบอกว่าจะทิ้งกันกลับไปก่อนเฉยๆเสียอย่างนั้น

“อะไรเนี่ยเต พาฉันมาทิ้งที่นี่ทำไม” คนตัวเล็กนั่งพึมพำและถอนหายใจกับตัวเอง มองไปรอบๆก็มีแต่คนที่เธอไม่ค่อยจะรู้จัก จะลุกเดินไปไหนก็ไม่กล้าไป ได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็จมอยู่กับความคิด

“เตมันกลับไปแล้ว” กระทั่งมีเสียงเรียบของรามที่เดินมาถึงเธอตอนไหนไม่รู้เอ่ยขึ้น

“ค่ะ เพิ่งส่งข้อความมาบอก”

“นั่งรออยู่นี่แหละ เสร็จงานแล้วฉันจะไปส่ง” บอกไว้แค่นั้นแล้วคนตัวสูงก็เดินมุ่งไปจัดการงานของตัวเองต่ออย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรกับริศาอีก จนเวลาผ่านไปได้สักพัก

ตึก!

ตึก!

ก็มีเสียงฝีเท้าใหม่ของคนสองคนเดินเข้ามาหาเธอ

“น้องริศา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป