บทที่ 13 ดูๆไปเธอก็...3
ห้องพักริศา…
ตึกตัก~ ตึกตัก~
เสียงหัวใจดวงน้อยๆของคนตัวเล็กยังคงเต้นดังโครมครามอยู่ไม่หายแม้ว่าจะขึ้นมาถึงบนห้องได้สักพักแล้วก็ตาม เธอไม่อาจหยุดนึกถึงช่วงวินาทีนั้นที่เขาใช้ปลายจมูกแตะลงบนแก้มเธอได้เลย ถึงมันจะไม่ใช่การหอมแก้มแบบสูดดมแต่ทว่ามันก็ทำให้คนที่ถูกทำแบบนั้นขนลุกไปได้ทั้งตัว ยิ่งเธอที่มีใจให้เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ยิ่งนึกถึง…ก็ยิ่งใจสั่น
“ทำบ้าอะไรของพี่เขาเนี่ย” ริมฝีปากเรียวบางบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอามือจับแก้มลูบไปมาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความรู้สึกมีความสุขแปลกๆในตอนนี้
“พอๆริศา คิดอะไรไปไกลเกินแล้วนะ” แต่ก็ยังไม่วายห้ามปรามความคิดหลงตัวเองไว้ ตอนนี้เธออาจจะมีความสุข แต่ใครจะไปรู้ที่เขาทำในวันนี้อาจจะแค่อยากแกล้งเธอเล่นๆก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วเธอจะต้องเผื่อใจเอาไว้บ้างเป็นดีที่สุด เธอไม่อยากหน้าแตกทีหลังเพราะคิดไปเองว่าเขานั้นก็มีใจให้…
คิดได้มาถึงตรงนี้คนตัวเล็กก็จำต้องสลัดทุกความรู้สึกออกไปและเตรียมตัวพาตัวเองเข้านอน…
สายๆวันต่อมา…
“อื้มม~” ริศาลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆของอีกวันด้วยใบหน้าที่งัวเงียยังรู้สึกเพลียไม่หาย เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาให้นอนหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอมีนัดกับใคร ร่างเล็กก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนและปรี่เดินเข้าไปยังตู้เสื้อผ้าของตัวเองทันที
“ได้ใส่แล้วสินะ” ชุดเดรสสีชมพูน่ารักที่เธอซื้อมาไว้ในตู้เมื่อเดือนที่แล้วถูกหยิบเอามาทาบขึ้นกับตัว ใบหน้าสวยยิ้มให้กระจกก่อนจะหันซ้ายหันขวาอย่างชอบใจในความสีหวานของชุดซึ่งเป็นสีที่เธอชอบมากที่สุด
ริศามองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเพิ่งจะสิบโมงเช้าแต่รามนัดกับเธอไว้ตอนบ่ายสามเพราะฉะนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงจึงตัดสินใจว่าจะลงไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นร่างเล็กจึงเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะออกมาใส่ชุดสบายๆเพื่อลงไปหาอะไรกินแถวๆหอพักของเธอ
อีกด้าน…
รถสปอร์ตคันหรูของรามเลี้ยวเข้ามาจอดภายในหอพักของริศาหลังจากที่เขาเสร็จจากการทำธุระแถวนี้พอดี ด้วยความที่ขี้เกลียดย้อนกลับไปที่คอนโดตัวเองเขาจึงได้ขับรถมาเรื่อยๆกระทั่งมาถึงยังหอพักของคนตัวเล็ก
กรึก! กรึก!
ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะที่พวงมาลัยรถพลางใช้ความคิดว่าจะโทรขึ้นไปหาเธอให้รีบแต่งตัวแล้วตรงไปที่บ้านของเขาเลยดีหรือไม่ หรือว่าเขาควรจะไปที่อื่นก่อนดีแล้วค่อยกลับมารับเธออีกทีเมื่อถึงเวลา…แต่ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดตัดสินใจอยู่นั้น สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกับร่างเล็กของใครบางคนที่ดูคุ้นตากำลังเดินออกมาจากตัวหอพัก
ริศาที่อยู่ในชุดอยู่บ้านธรรมดากางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวใหญ่โอเวอร์ไซส์ถึงจะดูไม่มีอะไร ทว่าความขาวออร่าบวกกับหน้าตาที่ดูสวยหวานของเธอนั้น ทำให้คนหน้านิ่งที่นั่งอยู่ในรถอดไม่ได้ที่จะหันมองตาม กระทั่งเธอเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งเขาจึงได้ตัดสินใจลงจากรถและเดินตามเธอไป…อย่างที่ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะเดินตามไปทำไม…
“กินอะไรดีน้า” เสียงใสพึมพำกับตัวเองพลางมองร้านค้าร้านอาหารริมทางที่เคยนั่งกินอยู่ประจำ ด้วยว่าแถวที่เธออยู่นั้นมีหอพักสำหรับนักศึกษาอยู่เยอะทำให้ร้านรวงต่างๆก็เยอะหาซื้อหากินง่ายตามไปด้วย
“โอ๊ะ! มานีน้อยของพี่” และในขณะที่เธอกำลังเดินเลือกร้านที่จะเข้าไปซื้อของกินอยู่นั้น ก็มีลูกแมวน้อยตัวหนึ่งที่เธอเคยช่วยไว้จากการถูกหมาใหญ่ไล่กัดเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาขาว คนตัวเล็กจึงย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาลูบขนเล่นอย่างเอ็นดูเป็นที่สุด
“ไง คิดถึงพี่เหรอ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่างมาเล่นด้วยเลย ไม่เจอกันแป๊บเดียวโตขึ้นเยอะเลยน้า” ริศายิ้มและพูดคุยเล่นกับเจ้าแมวน้อยราวกับว่ามันฟังเธอรู้เรื่อง ส่วนเจ้าแมวน้อยเองก็ออดอ้อนริศาด้วยการส่งเสียงโต้ตอบกลับไปอย่างเหมือนรู้ทุกอย่างที่คนตัวเล็กสื่อสาร
“สงสัยมันจะคิดถึงหนูจริงๆด้วยนะนั่น” เสียงป้าร้านกล้วยทอดที่เป็นคนรักแมวเหมือนกันเอ่ยบอกกับริศา และนี่ก็คือป้าคนที่คอยดูเจ้ามานีแมวน้อยน่ารักตัวนี้ไว้ให้เธอ เพราะว่าหอพักเธอไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์
