บทที่ 9 บังเอิญจังเลยนะ

   ชายหน้าตาดีที่ริศาคิดว่าเขาคือคนที่ช่วยเธอไว้เมื่อคืนนี้นั้นยกยิ้มขึ้นที่มุมปากพลางลุกออกจากโต๊ะและเดินเข้ามาหาเธอ

“บังเอิญจังเลยนะ” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยทักทายในขณะที่ริศาก็รู้สึกยินดีอยู่ในใจที่ได้พบเจอเขาอีกครั้ง

“ค่ะ ดีใจจังค่ะที่ได้เจอคุณ เอ่อ…นาย เอ่อ…พี่” คนตัวเล็กติดๆขัดๆในคำพูดที่จะใช้เรียกสรรพนามของอีกคน ทำให้คนที่ยืนฟังและมองอยู่เผลอยิ้มชอบใจในท่าทางเก้ๆกังๆแต่น่ารักเหล่านั้นของเธอ

“หึ! แล้วแต่จะเรียกเถอะ ฉันชื่อพอร์ช อยู่วิศวกรรมโยธาปี4 มหาลัยk แล้วเธอล่ะ” เขาจึงแนะนำตัวเองก่อนและถามเธอกลับบ้าง

“ชื่อริศาค่ะอยู่นิเทศศาสตร์ปี2มหาลัยS งั้นริศาขอเรียกพี่ว่าพี่พอร์ชแล้วกันนะคะ”

“อืม ตามนั้นเลย”

“อ่อ… ส่วนสองคนนี้มะนาวกับแป้งร่ำเพื่อนสนิทริศาค่ะ” คนตัวเล็กของกลุ่มไม่ลืมจะแนะนำเพื่อนๆของเธอให้อีกคนได้รู้จัก พอร์ชนั้นก็หันไปยิ้มให้อีกสองคนอย่างเป็นมิตร ทว่ามีหนึ่งในนั้นที่มองเขากลับมาเหมือนจะจับผิดนั้นก็คือแป้งร่ำผู้ไม่ค่อยไว้ใจผู้ชายคนไหนที่เข้ามาใกล้เพื่อนเธอเลย

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับเรื่องเมื่อคืน ถ้าไม่ได้พี่ช่วยไว้ริศาต้องแย่แน่ๆเลย”

“บอกว่าไม่เป็นไรไง คราวหลังก็อย่าเดินคนเดียวกลางคืนแบบนั้นแล้วกันมันอันตราย”

“ไม่กล้าแล้วค่ะ ว่าแต่ริศาอยากตอบแทนพี่จังเลยค่ะ มีอะไรที่ริศาพอจะตอบแทนพี่ได้บ้างไหม”

“ไม่ต้องหรอกเรื่องแค่นี้เอง”

“แต่ว่า…”

“โอเค ก็ได้ ถ้าอยากตอบแทนงั้นรอแป๊บนะ” พูดจบชายหนุ่มก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองเพื่อหยิบอะไรบางอย่างและเดินกลับมาหาริศาอีกครั้งก่อนจะยื่นมันส่งมาตรงหน้าเธอ

“เอาเบอร์ติดต่อเธอมาสิ”

“คะ?” ริศามองโทรศัพท์เครื่องหรูสลับกับมองหน้าของอีกคนด้วยความยังคงงงอยู่

“ตอนนี้ยังไม่รู้จะให้ตอบแทนอะไร ถ้าคิดได้แล้วฉันจะโทรไปบอกนะ”

“อะ อ๋อ ค่ะๆ” แม้จะยังงงๆอยู่เล็กน้อยแต่ริศาก็เลือกที่จะรับโทรศัพท์จากเขามาเพื่อเมมเบอร์ตัวเองลงไป

“ทำเนียนขอเบอร์หรือเปล่า” โดยที่ก็มีเสียงแป้งร่ำเอ่ยขัดจังหวะขึ้นเล็กน้อยทว่าก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเพื่อน เพียงแค่มีความห่วงเล็กน้อยเพราะดูออกว่าผู้ชายคนนี้สนใจริศา

“เรียบร้อยค่ะ” พอเมมเบอร์ของตัวเองเสร็จเธอก็ส่งคืนเจ้าของไป ทว่าในขณะที่เธอกำลังส่งโทรศัพท์คืนเขาไปนั้น สายตาของชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นแหวนที่นิ้วของเธอทำให้เขาเองนิ่งไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจอะไร เพราะคิดว่าบางทีเธออาจจะแค่ใส่พอดีกับนิ้วนี้เฉยๆ

“ถ้างั้นขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกัน” 

“ค่ะ” ริศาพยักหน้าและยิ้มให้เขาอีกครั้ง และก็เป็นเหมือนเช่นเมื่อคืนที่พอเขาได้เห็นรอยยิ้มของเธอแล้วก็ต้องรู้สึกแปลกๆแบบบอกไม่ถูก เธอเป็นคนที่ยิ้มสวยมากในความคิดของเขา ยิ้มสวยจนบางทีเขาชักอยากจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ในทุกๆวัน…

หลายวันต่อมา…

ริศายังคงกลับมาทำงานพาร์ทไทม์ที่เดิมอยู่เพราะถ้าจะออกหรือหยุดตอนนี้ก็เกรงใจรุ่นพี่ที่ให้โอกาสเธอได้ทำ แต่หลายวันมานี้ถึงจะมีลูกค้าเยอะแค่ไหนเจ้าของร้านรุ่นพี่ก็จะให้เธอกลับไม่เกินหนึ่งทุ่มทุกวัน เพราะเกรงว่าเธอจะไปเจอเหตุการณ์อย่างวันนั้นอีก

“เดี๋ยวเตรียมกลับได้แล้วนะริศา” แก้วรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของร้านบอกกับริศาในขณะที่เธอเก็บแก้วและจานเข้ามาล้าง

“ไล่ทุกวันเลยนะพี่แก้ว”

“ไม่ไล่เธอก็ไม่ไปสักทีไง”

“ฮ่าๆ โอเคค่ะ ไปก็ได้” คนตัวเล็กไม่รอให้เจ้าของร้านไล่อีกรอบก็ถอดผ้ากันเปื้อนและเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมจะออกไป

บรึ๊นนน~~

ทว่าพอเธอเดินออกมายังไม่พ้นหน้าร้านเท่าไรเสียงท่อดังของบิ๊กไบค์คันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดข้างฟุตบาทใกล้ๆกับเธอแถมยังแกล้งเร่งเครื่องเสียงดังให้เธอตกใจเล่นอีก

“เต…!” ทันทีที่เห็นรถและคนริศาก็จำได้แม่น เขาก็คือเพื่อนสนิทอีกคนของเธอนั่นเอง

“ไง ยัยบ้อง เพิ่งเลิกงานเหรอ”

“อืม มาได้ไงเนี่ย” 

“ก็เห็นบอกว่าทำงานที่นี่เลยแวะมาหา คิดถึง”

“แหวะ! ขนลุกนะเต”

“ฮ่าๆ จริงๆนะ กะว่าจะมาพาเธอไปขี่รถเล่น” 

“หือ? จะให้ฉันซ้อนไอ้เจ้านี่อีกแล้วเหรอ ฉันใส่กระโปรงนะ” ริศาว่าพลางก้มลงมองที่กระโปรงนักศึกษาของตัวเองสลับกับเจ้ารถคันใหญ่ยักษ์ที่เธอนั่งซ้อนเพื่อนทีไรก็จะปลิวให้ได้ทุกที

“เดี๋ยวพาไปเปลี่ยนก่อนไง หออยู่แค่นี้เองหนิ”

“…”

“เฮ้อ~~ไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร ฉันแค่จะพาเธอไปดูอะไรเฉยๆ

“หือ? ดูอะไรเหรอ”

“อยากรู้ก็ขึ้นมาสิ” เตมินทร์บอกพลางใช้มือตบเบาะรถที่คนซ้อนและส่งยิ้มกวนๆ

“ชิ! ไปก็ได้” ถึงจะไม่ชอบนั่งรถแบบนี้เท่าไหร่ด้วยว่ามันออกจะคันใหญ่ไม่เหมาะกับเธอ แต่ริศาก็ยอมขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายเพื่อนชายอยู่ดีนานๆเพื่อนจะแวะมาหาทีเธอก็ไม่อยากขัดใจ

“ไม่ต้องซิ่งนะ”

บรึ้นนน~~

@สนามแข่งรถxxx

หลังจากพาริศาเปลี่ยนชุดที่หอพักเรียบร้อยเตมินทร์ก็พาเธอบิดรถมายังสนามแข่งรถแถบชานเมืองที่เป็นของพี่ชายตัวเอง โดยที่ไม่ได้บอกริศาไว้ล่วงหน้า ว่าไอ้ที่ที่จะพาเธอมาดูอะไรมันคือที่นี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป