บทที่ 11 เอาคืน
ปัง
“เพลงขิม!!”
เสียงประตูห้องน้ำเก่าถูกเปิดออกอย่างแรง จนมันกระแทกเข้ากับผนังด้านนอก เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้อยู่กับพื้น ก่อนที่เธอจะเงยหน้าที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตาขึ้นช้า ๆ เพื่อมองคนที่เข้ามาช่วย
แสงเหนือค่อย ๆ นั่งลงตรงหน้าเธอ ย่อเข่าหนึ่งข้างวางที่พื้นอย่างไม่กลัวเปรอะเปื้อน หรือเจ็บเลยแม้แต่น้อย เพื่อจะประคองเพลงขิมให้ลุกขึ้น แต่สิ่งที่เธอทำนั้นส่งผลให้เขาทำอะไรไม่ถูกจนต้องนิ่งค้างไป เพราะเธอโผเข้ากอดเขาแน่นพลางซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง และร้องไห้ออกมาอย่างหนัก มิหนำซ้ำตัวเธอยังสั่นเทิ้มไปทั้งร่างด้วยความกลัวจนน่าสงสาร
“กะ..กลัว ฮืออ ขิมกลัว”
@คฤหาสน์ธนัทพรภวิษย์
“พวกมึงดื่มกันไปเลย กูคงไม่กลับไปแล้ว” แสงเหนือกรอกเสียงผ่านสมาร์ตโฟน ก่อนจะทิ้งตัวลงเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ของตน เมื่อเคลียร์กับเพื่อนเรียบร้อยแล้ววางสายไป
ใบหน้าหล่อเหลามองไปที่เพดานห้องนิ่ง ๆ เพราะในหัวตอนนี้มีแต่ภาพของเพลงขิมเต็มไปหมด ทั้งตอนที่ไปช่วยเธอออกมา และตอนที่เธอหลับไปเพราะไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วบนรถของเขา คนที่เขาคิดว่าไม่มีทางมีผลอะไรกับความรู้สึกของตนเองได้ แต่ทั้งหมดนั่นกลับทำให้เขาหมดอารมณ์ที่จะไปดื่มสังสรรค์ต่อ
แล้วเขาก็ปัดความคิดพวกนั้นออกจากหัว ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอนตามปกติ แม้ลึก ๆ จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอย่างไรเสีย ภาพของคู่หมั้นร่างบางนั้นก็ไม่ได้หายไปจากหัวเขาได้จริง ๆ
ทางด้านของเพลงขิมเอง เธอหลับสนิทมาในรถจนไม่รู้ตัวว่าแสงเหนือได้มาส่งเธอถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว และรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายไหววูบเพราะถูกอุ้มจนลอยเหนือพื้น
ร่างสูงวางเธอลงบริเวณโซฟากลางบ้าน ราเชนทร์พ่อของเธอก็กล่าวขอบคุณและโค้งคำนับให้เป็นการใหญ่ ท่าทางดีใจที่ได้พบลูกสาวนั้นพาให้เขาพูดอะไรไม่ออก ความโกรธเกลียดต่อพ่อของเธอยังมีอยู่มากโข เขาจึงได้แต่หันหลังเดินออกจากบ้านไปเงียบ ๆ
ราเชนทร์รับช่วงต่อพยุงลูกสาวของตนเข้าห้องนอนไป หลังจากส่งลูกสาวเข้านอนเสร็จเขาก็ปล่อยให้เธอได้พักผ่อน เพลงขิมที่ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายก็รู้สึกสดชื่นเหมือนมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย แต่อย่างไรแล้วเธอก็ยังล้าจนอยากจะทิ้งตัวลงนอนเลยทันที
หญิงสาวเองก็แทบไม่ต่างจากแสงเหนือ ที่ก็มีภาพในหัวของอีกฝ่ายฉายวนเวียนอยู่อย่างนั้น เธอมองกระเป๋ากับสมาร์ตโฟนของเธอแล้วก็ทำให้นึกถึงตอนที่เขาช่วยพาเธอออกมา พร้อมกับสะพายกระเป๋าของเธอออกมาให้ด้วย จนต้องรู้สึกขอบคุณเขาในใจเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาเธอเองไม่เคยได้รู้สึกดีกับเขาขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ
แต่ภาพในหัวก็ถูกขจัดออกไป เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอไม่ได้ไปทำงาน และไม่มีใครสามารถติดต่อเธอได้ด้วย สมาร์ตโฟนของเธอจึงมีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมามากมายบนหน้าจอ และแจ้งเตือนแรกที่สำคัญคือสายที่ไม่ได้รับของเจ้าของร้านที่เธอทำงานด้วย มือบางจึงรีบกดโทรออกเพื่อติดต่อกลับทันที
สิ่งที่เธอคาดหวังคือได้ขอโทษและได้อธิบายเรื่องราวทุกอย่าง หวังเพียงเจ้าของร้านนั้นจะเข้าใจ แต่เธอคิดผิดเมื่อปลายสายขึ้นต้นประโยคแรกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างมาก เพลงขิมพยายามอธิบายและขอโทษ แต่ก็ไม่ได้รับการให้อภัย เพราะเจ้าของร้านนั้นไม่ได้ยินยอมรับฟังเธอมากพอ หนักสุดคือเธอทำให้เขาพลาดนัดสำคัญและต้องไปเปิดร้านด้วยตนเอง เนื่องจากเพลงขิมมีคิวอยู่เวรที่ร้านวันนี้ แม้งานของเธอจะไม่กำหนดเวลาเข้าออก มาทำกี่ชั่วโมงก็ได้เงินตามนั้น แต่วันนี้เป็นวันที่เจ้าของร้านมีธุระ และพนักงานหลักสองคนก็พากันติดไข้จนลางานแพคคู่ เพลงขิมจึงเป็นความหวังเดียวของร้าน เมื่อเธอไม่มาแถมยังขาดการติดต่อ ทุกอย่างภายในร้านจึงรวนและเสียระบบจนเจ้าของร้านตัดสินใจแจ้งข่าวร้ายด้วยการไล่เธอออก
เธอวางสายด้วยความรู้สึกเสียใจปะปนไปกับความโกรธเคืองในตัวของม่านไหม ดวงตาคู่สวยไล่ดูแจ้งเตือนถัดไปคือสายที่ไม่ได้รับทั้งจากพ่อของเธอ จากเพื่อนของเธอ รวมไปถึงพ่อแม่ของแสงเหนือด้วย เรื่องของเธอคงทำให้ทุกคนวุ่นวายไปกันหมด ก่อนจะเจอแจ้งเตือนสุดท้ายคือแชตจากบุคคลที่เธอไม่รู้จัก แต่เมื่อกดเข้าไปดูจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นแชตของใคร
ม่านไหม หญิงสาวที่ทำร้ายเธอในวันนี้ส่งภาพภาพหนึ่งเข้ามา นิ้วเรียวจิ้มเข้าไปดูด้วยความสั่นเทา ความรู้สึกโกรธพุ่งจนเต็มแม็กซ์ เพราะมันคือภาพที่ม่านไหมนั้นนั่งซบไหล่ของแสงเหนือ ที่เธอเห็นเขาเพียงแค่เสี้ยวใบหน้าก็จำได้ดี แต่ที่เธอสะดุดไปก็คือเสื้อผ้าของเขามันเป็นชุดเดียวกับที่เขาใส่ในวันนี้ แปลว่าหลังจากที่ม่านไหมทำร้ายเธอแล้ว คนทั้งคู่ก็นัดไปเจอกัน เธอคิดปะติดปะต่อเรื่องเอาเองก็นึกขึ้นได้ว่า มหาวิทยาลัยออกจะใหญ่โต แต่แสงเหนือกลับหาเธอเจอได้ง่าย เธอไม่ได้รับแจ้งเตือนการติดต่อจากเขา และสภาพของเขาในตอนที่เจอเธอก็ยังดูดีทุกกระเบียดนิ้ว เสมือนไม่ได้ผ่านความยากลำบากในการตามหาเธอเลย และอาจจะมาเพียงเพราะเป็นคำสั่งจากพ่อแม่ของเขาเท่านั้น
เธออาจไม่ได้รู้จริงว่าเรื่องนี้แสงเหนือจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่เรื่องราวทุกอย่างมันบ่งบอกไปแล้วว่าเขาต้องรู้เรื่องนี้แน่ ๆ
เพลงขิมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ จากที่ต้องการพักผ่อนในตอนแรก ตอนนี้เธอกลับนอนไม่หลับแม้จะข่มตาสักเท่าไร และกว่าที่เธอจะหลับลงได้ก็ใกล้เช้าเต็มที
@มหาวิทยาลัย
เป็นอีกครั้งที่เพลงขิมไม่มีงานเก็บคะแนนและไม่มีสอบใด ๆ แต่เธอก็พาตัวเองเข้ามาในมหาวิทยาลัยเพราะต้องการทำอะไรบางอย่าง ทั้งแสงเหนือและม่านไหม คนทั้งคู่จะต้องได้รับอะไรกลับไปบ้างจากเธอไม่มากก็น้อย
เรียวขาคู่สวยก้าวเดินด้วยความเร่งรีบตรงไปยังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ทันที ก่อนจะได้พบเจอกลุ่มคนที่ต้องการ และยังโชคดีมากที่ม่านไหมเองก็อยู่กับกลุ่มแสงเหนือพอดีเช่นกัน
นักศึกษาหลายคนตรงนั้นมองเพลงขิมเป็นตาเดียว เพราะต่างก็รู้ดีแล้วว่าเธอมีสถานะอะไรกับแสงเหนือ ทุกคนในกลุ่มของชายหนุ่มก็เช่นกันที่มองตามสายตาของนักศึกษาเหล่านั้นไปจนได้พบกับเพลงขิม พวกเขายกเว้นแสงเหนือกับม่านไหมต่างก็ยิ้มกริ่มกัน ราวกับว่าน่าจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ทันทีที่ขาสวย ๆ ของเพลงขิมหยุดลงตรงหน้าคู่หมั้นอย่างแสงเหนือ ร่างสูงก็กำลังจะอ้าปากถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แต่ทว่า…
เพี๊ยะ!!
เสียงของมือบางที่ง้างออก และตวัดเข้าใส่ใบหน้าหล่อจนหันไปตามทิศทางของการตบอย่างแรง พร้อมกับรอยนิ้วมือที่ประดับอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน แสงเหนือกัดฟันกรอดลุกขึ้นยืนเพื่อจะเอาเรื่องเธอ แต่ก็ไม่ทันเพลงขิมที่ร้องไห้จ้าออกมาจนเขาต้องชะงักไป
“ฮืออ นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง นายนอกใจฉันได้ยังไง” หญิงสาวยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเพื่อเปิดรูปที่ม่านไหมส่งหาเธอเมื่อคืนไปตรงหน้าเขา เธอพูดไปร้องไห้ไปพลางทุบอกของแสงเหนือดังอั้ก ๆ
การกระทำทุกอย่างของเพลงขิม แสดงออกมาดูเกินจริงอย่างเห็นได้ชัดในสายตาของหนุ่ม ๆ แก๊งค์วิศวะ เนื่องจากไอคิวที่สูงจนเกินคนปกติ แต่ไม่ได้มากพอให้ทุกคนในบริเวณนั้นมองเธอออกไปด้วย
เสียงกระซิบกระซาบเซ็งแซ่ดังเป็นระยะ พร้อมกับสายตาที่มองไปทางแสงเหนือกับม่านไหม โดยเฉพาะม่านไหมเองที่ถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ จนต้องนั่งหลบหลังแสงเหนือด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งอับอาย
