บทที่ 5 ไม่รอด

กลับมาที่ปัจจุบัน

ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลา ผมยาวระต้นคอสีเทาอมม่วง รอยยิ้มร้ายกาจที่ส่งปลายลิ้นไปดันกระพุ้งแก้มไว้แบบนี้

ไม่ผิดคนแน่!!

ผู้ชายที่เพลงขิมมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วย คนที่เล่นสนุกกับร่างกายของเธอจนสภาพยับเยิน แล้วเช้ามาก็หายหัวทิ้งให้หญิงสาวตื่นมางง ๆ ในห้องที่เป็นดั่งสนามรบระหว่างเธอกับเขานั่นคนเดียว

ทุเรศชะมัด! ก็ดูออกแหละว่าต้องเลว แต่ใครจะคิดว่าจะเลวได้มากขนาดนั้นกัน

“ไงไอ้เสือของพ่อ มาช้ากว่านี้อีกนิดก็คงไม่ได้เจอใครแล้วล่ะ”

“นั่นแหละที่ผมต้องการ เสียดายที่ยังรอกันอยู่นะครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความเซ็งจนดูออกได้ชัด พลางปรายตาไปมองร่างบางหัวจรดเท้า

วันนี้หญิงสาวแตกต่างจากคืนนั้นด้วยสีผมจัดจ้านที่เปลี่ยนไป ยิ่งพ้องกับสิ่งที่เขาได้สัมผัสมา ชัดเลยว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงแบบไหนในความคิดของเขา จนร่างสูงถึงกับต้องครางหึในลำคออย่างเหยียดหยาม ก่อนเบนสายตาไปทางอื่นทันที

ต่อให้คืนนั้นเขาถูกใจเธอแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากเอาผู้หญิงที่ยอมมีวันไนต์สแตนด์กับคนแปลกหน้ามาเป็นเมียได้ และต่อให้เขาได้เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ เขาก็ไม่สามารถมั่นใจได้อยู่ดีว่าหลังจากนี้เธอจะไม่ไปมั่วผู้ชายที่ไหนอีก

ด้านเพลงขิมเองที่เห็นเขามีทีท่าต่อเธอเช่นนั้นก็ทนสงบปากสงบคำไม่ได้ ริมฝีปากสีสวยจึงรีบโพล่งคำพูดออกมาอย่างตั้งใจเอาความ

“ก็ไม่ได้อยากรอ แต่พอดีอยากเห็นหน้าคนไม่มีมารยาทสักหน่อย”

“แล้วการแต่งตัวของเธอ บ่งบอกว่าเธอเป็นคนมีมารยาทมากนักหรือไง”

“นี่นาย!!!…” เพลงขิมยกนิ้วชี้หน้าร่างสูงด้วยท่าทีเอาเรื่อง แต่กลับถูกเขาคว้ามือเอาไว้ แรงบีบไม่เบาไม่หนักที่ข้อมือนั้นไม่พอทำให้เธอเจ็บ แต่ก็ทำให้เธอหงุดหงิดใจไม่น้อย

“แสงเหนืออย่าทำน้อง นี่ต่อหน้าผู้ใหญ่นะลูก นั่งลงกันได้แล้วทั้งคู่เลย”

แสงเหนือ? จริงสิ คืนนั้นเธอไม่ได้ถามชื่อเขาเลยนี่นา เขาเองก็เช่นกันที่นอกจากเรื่องบนเตียงแล้วก็ดูว่าจะไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย

ทุกคนนั่งลงตามที่คุณหญิงบุษบาหรือแม่ของแสงเหนือได้เอ่ยปราม กลุ่มผู้ใหญ่ก็เริ่มพูดคุยกันไปเรื่องงานหมั้นของหนุ่มสาว ในขณะที่เจ้าตัวต่างก็ไม่สนใจ ไม่ออกความคิดเห็น และมองหน้ากันไปมาอยู่อย่างนั้นราวกับว่าเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ผิดกับคืนนั้นอย่างสิ้นเชิง

จนกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง

“สรุปว่าแม่อยากได้เธอคนนี้เป็นลูกสะใภ้จริง ๆ งั้นเหรอครับ”

“น้องชื่อเพลงขิมนะลูก เรียกน้องดี ๆ ด้วย” เสียงละมุนหูดูอบอุ่นในแบบของผู้ใหญ่ใจดี เอ่ยปรามลูกชายตัวแสบของตน

“เหอะ! แม่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแบบ…โอ๊ย”

ความรู้สึกกึ่งปวดกึ่งเจ็บแล่นปรี๊ดจากปลายเท้าขึ้นมาถึงหัวเข่าของชายหนุ่ม ใบหน้าคมที่วันนี้ไม่หลงเหลือความขี้เล่น หันขวับไปมองเพลงขิมทันที เพราะเธอเป็นเจ้าของปลายส้นแหลม ๆ ของรองเท้าที่ใส่มา และปักมันลงที่ปลายเท้าของเขาอย่างตั้งใจนั่นเอง

“ไม่ทราบว่านายเป็นพวกตัดสินคนจากภายนอกเหรอ”

“แล้วยังไง ฉันต้องตัดสินจากภายในงั้นเหรอ” คำพูดคำจากำกวม พร้อมกับสีหน้าเจ้าเล่ห์อย่างในคืนนั้นฉายออกมาอีกครั้ง เธอมองออกว่าเขากำลังคิดพิเรนทร์อะไรในหัวอยู่ ปลายส้นแหลมจึงเตรียมปักลงที่ปลายเท้าเขาอีกครั้ง แต่ผิดคาดที่ครั้งนี้เขาหลบทัน และยิ้มหยันอย่างผู้ชนะใส่เธอ

การกระทำจากคนทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทุกคนเอาแต่มองมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ และคิดในใจว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดี โดยเฉพาะด้านสองสามีภรรยาครอบครัวของฝ่ายชาย ที่มองเห็นไปถึงอนาคต ว่าต้องเป็นเพลงขิมเท่านั้นที่จะเอาลูกชายของเขาได้อยู่หมัด อย่างที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้

“เดี๋ยวผมขอตัวออกไปสูบบุหรี่กับราเชนทร์สักหน่อยแล้วกันนะ”

“ฉันก็ว่าจะไปเข้าห้องน้ำเหมือนกันค่ะ”

ฝ่ายผู้ใหญ่สนทนากันไปมาเหมือนไม่มีอะไรที่ดูแปลก หากแต่หนุ่มสาวทั้งสองมองออกว่าพวกท่านคงอยากจะปล่อยให้คนทั้งคู่ได้พูดคุย และทำความรู้จักกันแบบส่วนตัว เพราะรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของทุกคนที่ส่งให้กัน เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือพ่อของแสงเหนือนั้นไม่สูบบุหรี่ด้วยซ้ำไป

เมื่อลับสายตาผู้ใหญ่ ทั้งคู่ก็เอาแต่ถอนหายใจออกมา และพากันหันหน้าออกไปทิศทางตรงข้าม จนเกือบจะกลายเป็นหันหลังให้กันอยู่รอมร่อ บรรยากาศตึงเครียดก่อตัวขึ้นทีละนิดอย่างน่าอึดอัด

ในหัวของเพลงขิมมีแต่ภาพคืนนั้นแล่นเข้ามา แม้ไม่เคยรู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เธอก็มองออกว่าเขานั้นมันเสือร้ายแค่ไหน ทั้งสีหน้า คำพูดคำจา รวมไปถึงการกระทำแต่ละอย่างของเขา ชัดสุดก็คงจะเป็นลีลาบนเตียงอันแสนดุเดือดเร่าร้อน ผู้ชายที่ชวนผู้หญิงมีความสัมพันธ์แบบคืนเดียวจบได้ ไม่คิดถามแม้กระทั่งชื่อ เขาต้องเป็นคนเจ้าชู้เพลย์บอยขนาดไหนกัน ยิ่งเช้ามายังหนีหายไปแบบนั้นอีก นี่มันชั่วสะบัดของแท้เลย

“นี่ยัยหัวแดง”

“ฉันชื่อเพลงขิม!!”

เสียงเรียกด้วยคำยั่วโมโหทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ความคิด แล้วเปลี่ยนมาแว้ดใส่คนด้านข้างแทน เธอหันกลับไปมองเขาที่ยังคงนิ่งราวกับไม่สนใจในชื่อของเธอที่บอกไปเลย

“อายุเท่าไรกันเธอน่ะ”

“ยี่สิบ”

“งั้นเธอก็ควรจะเรียกฉันว่าพี่นะ ไม่รักนวลสงวนตัวแล้วยังไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่อีกเหรอ”

ประโยคเดียวทำเอาเธอฉุนกึก อยากจะเถียงว่าเธอไม่รักนวลสงวนตัวที่ไหน แล้วไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่อย่างไร แต่เธอก็เถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องแล้ว เพียงแต่มันถูกต้องแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ที่เขาได้สัมผัสเธอมาทั้งหมดมันไม่ใช่ตัวตนของเธอเลยจริง ๆ

“ช่วยพูดในสิ่งที่อยากจะพูดสักที”

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมแม่ฉันถึงอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้นักหนา มีข้อตกลงอะไรกันหรือเปล่า”

“ฉันจะรู้แม่นายเหรอ” สิ้นประโยคนั้นทำเอาแสงเหนือถลึงตามองด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราดมากขึ้น เธอที่เหมือนจะรู้ตัวก็รีบอธิบายในสิ่งที่ตนเองเพิ่งพูดออกไปทันที

“ฉันไม่ได้ด่าแม่นายนะ ไม่ได้นิสัยเสียขนาดนั้น แต่ฉันหมายความแบบนั้นจริง ๆ ก็คือฉันไม่รู้ความคิดของแม่นาย”

“…”

“นายต่างหาก เป็นลูกของท่านแท้ ๆ ไม่รู้อะไรจนต้องมาถามฉันเลยหรือไง”

“เธอนี่มันไม่มีประโยชน์จริง ๆ”

“อ้าว!!”

﹋﹌﹋﹌♡﹌﹋﹌﹋

กว่าจะจบภารกิจของวันนี้ได้ก็เล่นเอาเธอเหนื่อย และหงุดหงิดหัวเสียกับว่าที่คู่หมั้นไปไม่น้อย เท่าที่เธอได้มาพูดคุยพบปะกับคนในตระกูลนี้ก็รู้สึกได้ว่าพ่อแม่ของแสงเหนือนั้นใจดีและอบอุ่นมากแค่ไหน อนาคตเธอคงรู้สึกดีที่ได้เป็นลูกสะใภ้ของพวกท่าน แต่กับตัวชายหนุ่มแล้วเธอไม่ยินดีอย่างแรง และพร้อมจะปฏิเสธอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรเสียร่างบางก็ไม่เปลี่ยนใจที่คิดจะดื้อดึงเรื่องนี้ต่อไป หลังจากที่เธอและพ่อของเธอกำลังจะเดินทางกลับ เธอจึงไม่ปล่อยเวลานี้ให้เสียเปล่า ริมฝีปากบางเริ่มพูดคุยอีกครั้งกับพ่อของตน เพื่อเปลี่ยนใจท่านให้ได้ในทันทีที่รถออกตัว

“พ่อคะ เห็นแล้วใช่ไหมว่านายนั่นไม่ได้น่าคบหาด้วยเลย ก้าวร้าวแถมไม่ระวังคำพูด อีกอย่างนะขิมเคยเจอเขาครั้งหนึ่งแล้ว ดูเจ้าชู้มาก ๆ พ่อจะส่งขิมให้คนแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ”

“…”

“พ่อ!!เงียบทำไมคะ นี่พ่อจะไม่ห่วงไม่หวงขิมเลยเหรอ” หญิงสาวเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อยเมื่อผู้เป็นพ่อไม่มีท่าทีเปลี่ยนใจ ซ้ำยังเงียบเกินไปจนเธออึดอัด เธอจึงเตรียมอ้าปากเอ่ยอีกครั้ง ทว่าถูกพ่อของตนพูดสวนมาก่อนแทน

“พ่อติดหนี้บริษั​ทอยู่สิบล้าน เราไม่มีทางหาเงินมาคืนพวกเขาได้ เพราะงั้น…ยังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับพี่เขาเท่านั้นเพลงขิม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป