บทที่ 6 ปฏิเสธไม่ได้
หญิงสาวนึกสงสัยและไม่เข้าใจมาตลอด ว่าทำไมพ่อที่คอยตามใจเธอทุกครั้งไม่ว่าเรื่องอะไร ถึงได้ใจแข็งต่อต้านเธอขนาดนี้ แล้วเหตุผลที่เธอเคยคิดเอาไว้ก็ไม่มีอะไรตรงกับความเป็นจริงเลย เมื่อพ่อของเธอได้พูดออกมา มันคือสิ่งที่เธอไม่คาดคิดที่สุด
“พ่อติดหนี้บริษัทอยู่สิบล้าน เราไม่มีทางหาเงินมาคืนพวกเขาได้ เพราะงั้น…ยังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับพี่เขาเท่านั้นเพลงขิม”
“วะ..ว่าไงนะคะ”
“พ่อขอโทษนะลูก”
“มันเกิดอะไรขึ้นคะพ่อ ทำไมเราถึงได้เป็นหนี้มากมายขนาดนั้น”
สิ้นสุดคำถามที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อ ราเชนทร์ก็ยอมเล่าทุกอย่างให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนได้ฟัง
เดิมทีเขาเองก็ทำงานให้กับเจ้านายทั้งสองด้วยความซื่อสัตย์ตามปกติ แต่เนื่องจากสองสามีภรรยานั้นต้องการยกบริษัทที่ประเทศสวีเดนให้ออโรร่าได้เป็นผู้บริหารเต็มตัวในวันที่เธอพร้อม ระยะสองปีให้หลังนี้ทั้งคุณคณิณและคุณบุษบาจึงต้องคอยควบคุมและดูงานต่างประเทศตลอดพร้อมกับลูกสาวของเธอ จะกลับมาที่นี่ก็ต่อเมื่อมีอะไรสำคัญเท่านั้น
เพราะงั้นจึงแน่นอนว่าบริษัทในประเทศไทยจะเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากแสงเหนือลูกชายคนโตของพวกเขา ทั้งสองได้ฝากฝังบริษัทและลูกชายเอาไว้กับราเชนทร์ ที่ทำงานด้วยกันมานานจนเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกันไปแล้ว แต่เพราะแสงเหนือนั้นเอาแต่เที่ยวเล่น ไม่เคยเข้าบริษัท ไม่มีการติดต่อประสานงานใด ๆ แม้กระทั่งเรื่องใหญ่ ๆ ที่ต้องผ่านการตัดสินใจจากผู้บริหาร เขาก็ยังไม่ออกความคิดเห็น สุดท้ายหน้าที่นี้จึงตกไปที่พ่อของเธออย่างช่วยไม่ได้
เหตุนี้เองจึงทำให้เขาที่เป็นถึงหัวหน้าแผนกบัญชี ทั้งยังควบตำแหน่งควบคุมงานบริหารด้วย ยิ่งมีอำนาจอยู่ในมือและยิ่งได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุดจากเจ้านาย เขาจึงใช้โอกาสนี้ยักยอกเงินบริษัทออกมาได้เป็นสิบล้าน
“พ่อเอาเงินไปทำอะไรคะ พอจะบอกขิมได้ไหม” เธอถามอย่างใจเสียที่รู้ว่าพ่อของตนเองยักยอกเงินออกมามากมายขนาดนั้น แต่กลับไม่เคยได้เห็นเงินก้อนนั้นจากพ่อเธอเลย
“พ่อต้องการเงินไปลงทุนทำกิจการใหม่ร่วมกับเพื่อน ต้องการที่จะมีบริษัทเป็นของตัวเอง ไม่ใช่อยู่ใต้ร่มเงาของใคร ทั้งหมดก็เพื่ออยากให้ลูกรักของพ่อมีอนาคตที่ดี ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างที่ลูกใฝ่ฝันไง” ราเชนทร์อธิบายในขณะที่มือก็ลูบหัวเด็กน้อยในสายตาของตนไปด้วย
“ฮึก พ่อไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เพื่อขิมเลย ขิมไม่ดื้อสักหน่อย ให้ขิมเรียนที่ไทยก็ได้นี่คะ”
“อันที่จริงพ่อก็เพียงแต่จะยืมเงินของบริษัทออกมาก่อน พอลงทุนจนได้กำไรก็จะเอากลับไปคืนที่ แต่ใครจะไปคิดว่าเพื่อนที่รู้จักกันดีจะหักหลังกันได้ลงคอ มันหอบเงินหนีไปหมด พ่อเองก็ไม่รู้จะมีปัญญาที่ไหนหาไปใช้คืนบริษัท”
“ขิมถึงต้องแต่งงานกับลูกชายเขาเหรอคะ”
ราเชนทร์พยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ก่อนจะพูดต่อ
“ใช่ลูก แลกเปลี่ยนกับที่พวกเขาจะไม่แจ้งความ และยังช่วยปลดหนี้ที่เหลือให้อีกด้วย”
“…”
“พ่อขอโทษถ้าพ่อเห็นแก่ตัวเกินไป แต่เพราะพ่อมั่นใจว่าเจ้านายของพ่อจะรักและดูแลลูกของพ่อเป็นอย่างดีที่สุด”
เพลงขิมมองผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกสงสารอย่างเต็มอก ครอบครัวเธอไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน เขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แยกทางกับภรรยาตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก ก่อนหย่าภรรยาก็ทิ้งหนี้สินให้มากมาย ถึงจะทำงานหนัก ได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหนก็ยังไม่อาจปลดหนี้ได้ทั้งหมด ยิ่งได้รู้ว่าความฝันของลูกคือการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เขาก็ยิ่งอยากทำให้ฝันของลูกเป็นจริงแม้ว่าจะไม่มีเงินสนับสนุนถึงขนาดนั้น เขายอมรับในสิ่งที่เขากำลังคิดทำจนเกินกำลังตัวเอง จึงเกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายอย่างในตอนนี้
เพลงขิมมีหรือจะไม่เข้าใจความรู้สึกของพ่อ เธอรู้ว่าพ่อของเธอไม่ใช่คนเลวร้าย เขาแค่เลือกทางผิดไปเท่านั้น
เพื่อชดใช้ในสิ่งที่พ่อทำ แม้จะไม่อยากยินยอม แต่เพราะความรักต่อพ่อที่พยายามเลี้ยงเธอมาอย่างดีตลอดคนนี้ ทำให้เธอต้องตัดสินใจไปในทางตรงข้ามกับที่เคยคิดเอาไว้ก่อนหน้า
“พ่อไม่ต้องกังวลเรื่องของขิมแล้วนะคะ” ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ “ขิมจะยอมแต่งงานกับนายนั่นค่ะ”
@คฤหาสน์ตระกูลธนัทพรภวิษย์
“จะรีบไปไหน มานั่งคุยกันก่อนเลยไอ้แสบ”
เสียงของชายวัยกลางคน ผู้เป็นประมุขของบ้านใหญ่หลังนี้ กำลังเอ่ยรั้งเจ้าลูกชายตัวดีที่เข้าบ้านมาก็ตั้งท่าจะหนีเข้าห้องนอน ซึ่งเขาทำก็เพื่อหนีหน้าทุกคน และไม่อยากพูดคุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานนี่อีก
“วันนี้แกเสียมารยาทมากนะ นัดกันดิบดีแต่ไปถึงแทบจะวินาทีสุดท้ายแบบนั้น”
“ผมไปเร็วที่สุดแล้วต่างหาก อยากได้เมียใจจะขาด แต่รถมันติดอะให้ทำไง”
คณิณได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนกับมาดกวนโอ๊ยของลูกชาย ไหนจะความดื้อรั้นนี่อีก
“งานหมั้นจะจัดขึ้นเดือนหน้านี้แล้ว เพราะงั้นช่วงนี้อย่าออกไปเที่ยวให้มันมากนัก”
“ทำไมทุกคนต้องบังคับผม ตอนพ่อแต่งงานกับแม่ก็เพราะรักกันไม่ใช่หรือไง แล้วผมรักยัยเด็กนั่นที่ไหน อีกอย่างตอนนี้ผมก็โตพอที่พ่อกับแม่จะบังคับอะไรผมไม่ได้แล้วด้วย”
“โตพอที่ไหนกัน ชีวิตลูกยังไม่มีอะไรลงตัวสักอย่างเลยตอนนี้”
“ยังไงผมก็ถือว่าผมโตแล้ว อีกอย่างทำไมจะต้องเป็นเธอคนนี้ด้วย ถ้าอยากให้ผมแต่งงานมากนักก็เอาเป็นผู้หญิงที่ผมควงอยู่สักคนแทนได้ไหมล่ะ อย่างน้อยผมก็ได้เลือกผู้หญิงของผมเอง”
ต่อให้เขาจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่มันก็เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิง คนอย่างเขาไม่มีทางที่จะแต่งงานกับใครง่าย ๆ ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เขาได้มาทั้งหมดแล้วนั้น ยิ่งไม่มีใครผ่านในสายตาเขาสักคน เพราะพวกเธอเหล่านั้น…ง่ายเกินไป
“แม่ไม่ต้องการผู้หญิงคนอื่น ลูกสะใภ้แม่จะต้องเป็นเพลงขิมเท่านั้น ถึงวันนี้ลูกจะรู้สึกเหมือนโดนบังคับจิตใจ แต่แม่ก็มั่นใจว่าวันหนึ่งลูกกับเพลงขิมต้องไปกันได้ดีแน่”
แม่วัดจากอะไรเนี่ย…
“เหอะ! ไม่มีทาง”
ทั้งบ้านเงียบกันไปกันสักพัก สองสามีภรรยานั่งมองลูกชายที่ยกมือกอดอกด้วยสีหน้าหงุดหงิดเอาแต่ใจ ก่อนที่ฝ่ายภรรยาจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกมา
“ลูกรู้ไหมว่าบริษัทของเราถูกราเชนทร์ยักยอกเงินออกไปเป็นสิบล้านน่ะ”
คำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้เขาหันกลับมาสนใจ ร่างสูงตกใจเป็นอย่างมากในสิ่งที่ได้ยิน แม้เขาจะไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ผู้ใหญ่ก็มองอาการออกได้ไม่ยาก
“นี่มันกล้าทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ!!”
“เขากำลังจะเป็นพ่อตาของลูกนะ ระวังคำพูดหน่อยก็ดี” คณิณเอ่ยปราม
“ทั้งที่พ่อกับแม่คิดจะยกบริษัทนี้ให้ลูก ฝากฝังไว้ให้ลูกควบคุมงานและบริหารองค์กร แต่ลูกกลับปล่อยปละละเลย ทิ้งอำนาจทุกอย่างไว้ให้กับราเชนทร์ ขนาดตัวเลขของบริษัทหายไปเป็นสิบล้านก็ยังไม่รู้เรื่อง พ่อแม่ต้องกลับมาอยู่ที่ไทยสักพักเลยเพื่อกอบกู้สถานการณ์ ลูกคิดว่าพ่อกับแม่ควรรู้สึกอย่างไรดี”
“…”
“ถ้าลูกพอจะมีความรู้สึกผิดอยู่บ้างก็ยอมแต่งงานกับน้องซะ!!”
พ่อกับแม่ของเขาทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ ก่อนพากันเดินหายไปจากห้องนั่งเล่น ร่างสูงจึงแยกตัวออกมาเช่นกัน เขากลับเข้าห้องนอนไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเกลียดราเชนทร์ที่กล้าทำกับเขาแบบนี้ ทั้งหงุดหงิดที่ต้องยอมแต่งงานกับเพลงขิม เพราะเขาเองก็รู้สึกผิดต่อครอบครัวจริง ๆ
ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าแสงเหนือทำงานไม่เป็น เขามีพรสวรรค์และออกจะเก่งรอบด้านเลยด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ชอบงานบริหารถึงได้ทำตัวสะเปะสะปะ ขัดใจพ่อกับแม่มาตลอด
แต่เรื่องครอบครัวก็ส่วนครอบครัว ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานบอกเลยว่าเขาอาจจะตัดสินใจยอมก็จริงในตอนนี้ แต่เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเป็นฝ่ายทนไม่ได้และถอยออกไปเอง
ไม่ใช่ว่านี่เป็นแผนการจับคนรวยของสองพ่อลูกนั่นหรืออย่างไร หาทางยักยอกเงินออกไปแล้วก็เสนอตัวลูกสาวมาใช้หนี้แทน ได้ทั้งเงินไปตั้งตัว ได้ทั้งผัวรวย ๆ ให้ลูกสาวอีกคน
“เหอะ! พ่อลูกหัวหมอ คิดจะรวยทางลัด!”
