บทที่ 5 ตอนที่ 4
‘เดี๋ยวเรานอนก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปทำงาน’ อาร์ตยกมือขึ้นโบกมือไหว ๆ ให้ต้นหยงผ่านการวิดีโอคอล ต้นหยงพยักหน้าโบกมือกลับไปบ้าง
หลังจากวางสายที่คุยกันมาร่วมชั่วโมง มันทำให้เขารู้ว่าอาร์ตยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก ทำคนที่กำลังพลิกตัวนอนในท่าสบายต้องละสายตาไปมอง ก่อนน้ำเสียงคุ้นหูจะเอื้อนเอ่ยลอดเข้ามา
“ต้นหยง เปิดประตูหน่อย”
เขาเหลือบมองนาฬิกาข้างเตียง พลางย่นคิ้วไม่เข้าใจว่าทำไมคิมถึงได้มาหาเขาในเวลานี้ ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงไปยังประตูแล้วเปิดออก
“มีอะไรเหรอ” เขาถาม มองสีหน้าของเพื่อนที่ดูตื่นเต้นแปลก ๆ
“พรุ่งนี้วันหยุดใช่ไหม”
คิมคว้ามือของเขาเข้าไปกุม พร้อมส่งนัยน์ตาหวานฉ่ำมาให้ ทำต้นหยงตัวเกร็ง เพราะรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“อือ” เขาตอบเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชักมือกลับมา ความรู้สึกแปลกประหลาดแทรกซึมอยู่ในใจ เพราะไม่เคยชินเลยที่เพื่อนสนิทมาทำตัวอ่อนหวานใส่ โดยปกติแล้วจะโผงผางใส่เขามากกว่า
“ไปแต่งตัว พากูไปเจอผู้ชายหน่อย”
“ฮะ?” ต้นหยงเอียงคอ เวลานี้เนี่ยนะ
“เขาเป็นคนจีน ไม่กล้าไปคนเดียว กลัวกลับไม่ครบสามสิบสอง” คิมพูดพลางส่งสายตาออดอ้อน
ใจจริงเขาอยากนอนพัก แต่พอได้ฟังเหตุผลของเพื่อนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วหยิบเสื้อคลุมออกมาใส่
“เชยมาก ไปทั้งทีแต่งตัวสักหน่อยเถอะ” คิมเดินเข้ามาผลักตัวเขาให้ถอยห่างออก แล้วเป็นฝ่ายค้นตู้เสื้อผ้าเสียเอง
ต้นหยงยืนมองเพื่อนตัวเองที่กำลังเอาเสื้อผ้าเขาออกมากองรวมกันบนเตียง
“โอ๊ย เสื้อผ้าอะไรวะเนี่ย” คิมแทบกุมขมับ ไม่เข้าใจสไตล์จืดชืดของเพื่อนเลยสักนิด
ในส่วนต้นหยงเองก็เข้าไม่ถึงสไตล์ของคิมเหมือนกัน เพราะตอนนี้อีกฝ่ายใส่เสื้อตาข่ายสีดำ โชว์เนื้อหนังข้างใน รวมไปถึงกางเกงยีนรัดรูป
“เอาสองตัวนี้ไปใส่ รีบ ๆ ออกมาด้วย” คิมยื่นเสื้อและกางเกงส่งให้ต้นหยง แม้ใบหน้าจะดูไม่ค่อยชอบใจ แต่คงเป็นสองตัวในตู้ที่น่าจะดูดีที่สุดในสายตาของอีกฝ่าย
“รอแป๊บนะ”
ต้นหยงรับมา มันเป็นชุดที่มารดาเขาซื้อให้สองสามปีก่อน ทว่าเขาเพิ่งเคยหยิบมาใส่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
คิมหย่อนก้นนั่งลงรอที่ปลายเตียง เขายกแขนขึ้นกอดอก รอจนกระทั่งต้นหยงเดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตากลมเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนในลุคใหม่
นับเป็นครั้งแรกที่คิมเห็นต้นหยงใส่กางเกงขาสั้น แม้เลยเข่าขึ้นมาเพียงคืบเดียว แต่เป็นการเปิดเรียวขาขาวให้ได้เห็น
“ไปบาร์เกย์ด้วย จะรอดเขี้ยวเสือไหมเนี่ย”
คิมลุกขึ้นมาดูเพื่อนที่กำลังหมุนมองตัวเองเหมือนไม่มั่นใจ
“ทำไมเหรอ” ต้นหยงเอ่ยถาม เขาแต่งตัวไม่เก่ง แต่พอเห็นสายตาเป็นประกายและดูชื่นชมของคิมก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมานิดหน่อย
ในตอนนี้เขาใส่เชิ้ตแขนสั้นลายริ้วเล็ก ๆ สีน้ำเงินอ่อน ปล่อยกระดุมเปิดทับเสื้อสีขาวคอกลมด้านใน รวมถึงกางเกงขาสั้นเหนือเข่าโทนสีเบจ มันดูเรียบง่ายและสบายตา
“ปะ พร้อมละ วันนี้มึงได้ลืมไอ้อาร์ตแน่” คิมตบไหล่เพื่อนที่สูงกว่าปุ ๆ แล้วจูงมือพาต้นหยงเดินออกไป
รถคันสวยแล่นเข้าสู่ท้องถนนมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่คิมตั้งใจพาต้นหยงไปบาร์เกย์ชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งรวมหนุ่มจีนแทบทุกเพศ เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบหนุ่มตี๋ไว้คลายเหงา คิมเองเพิ่งได้คบหาหนึ่งคนจากที่นี่ แต่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เลยไม่กล้าไปเพียงลำพัง จึงต้องชวนต้นหยงออกมาด้วย สาเหตุหนึ่งเพราะบาร์เป็นแหล่งรวมคนจีน เลยอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะมีพวกจีนเทาตามข่าว
ถ้าเกิดเขาพลาดซวยขึ้นมา อาจกลับไม่ครบสามสิบสองอย่างที่เคยแกล้งพูดเล่นใส่ต้นหยง
ขับรถเลี่ยงตัวเมืองไม่นานก็มาถึงบาร์หรูขนาดใหญ่ ต้นหยงเองไม่คิดด้วยซ้ำ ว่าจะมีบาร์ชื่อดังอยู่แถวนี้
หลังรถจอดลง เขารอคิมที่จัดแจงตังเองหน้ากระจก พออีกฝ่ายเปิดประตูลงจากรถ ต้นหยงถึงจะตามลงไป
แม้ตอนนี้จะอยู่ข้างนอก แต่ก็ยังมีผู้คนเดินพลุกพล่าน
ต้นหยงไม่ค่อยมาสถานที่แบบนี้สักเท่าไร นอกจากคิมจะเป็นฝ่ายพาเขามา
บริเวณหน้าบาร์มีบอดีการ์ดคอยคัดลูกค้าอยู่หลายคน ต้นหยงเดินตามคิมทุกฝีก้าวเพราะความรู้สึกไม่คุ้นชิน
พอผ่านด่านหน้ามาได้ เขาต้องตกจะลึงกับแสงสีเสียงภายในบาร์ ผู้คนอาจมีมากถึงสองสามร้อยคนได้ เขามองโดยรอบมือยังกำชายเสื้อคิมไม่ปล่อย
ทุกการกวาดสายตามองล้วนพบเป็นผู้ชายทั้งหมด ไม่มีแม้เงาของผู้หญิงปรากฏให้เห็นแม้สักคนเดียว
คิมมองต้นหยงที่ดูตื่นสถานที่ เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาอยู่
มันไม่แปลกสำหรับคิม ต้นหยงเป็นคนที่ให้ความรู้สึกดึงดูดเพศเดียวกันมากเลยทีเดียว
ระหว่างเดินจะมีผู้ชายเข้ามาหลายคน ซึ่งคิมไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น เขาอยากสแกนคนที่เข้าหาต้นหยงเองมากกว่า จึงเดินจูงมือเพื่อนและแสดงความเป็นเจ้าของออกมา
“โต๊ะนี้แหละ เสื้อเทาแฟนกู”
“....” ต้นหยงพยักหน้า ไม่ได้ตอบอะไร นอกจากตามอีกฝ่ายเข้าไป
ต้นหยงมานั่งลงด้านข้างคิม ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังกะหนุงกะหนิงกับแฟน เขาปฏิเสธเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเลือกดื่มน้ำเปล่าแทน
นั่งอยู่สักพัก จนได้ยินว่าทั้งคิมและแฟนที่เพิ่งนัดเจอเลือกจะไปต่อที่โรงแรมกัน เพราะฝ่ายชายเองก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร
“มึงไม่สนใจสักคนเหรอวะ มองมาทางมึงตาเป็นมันเลยนะ”
ต้นหยงที่ได้ยินอย่างนั้นพลันกะพริบตาปริบ
“ไม่หรอก อยากกลับไปนอนมากกว่า” เขาตอบเพื่อนที่กำลังหันไปนัวเนียกับแฟน
“งั้นขับรถกูกลับเลย ตอนเช้าเดี๋ยวกลับเอง”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียกแท็กซี่กลับดีกว่า” เขาบอกเพื่อน เพราะตอนเช้าถ้าต้องหารถกลับเองน่าจะลำบากสำหรับคิม ส่วนแฟนหนุ่มเพิ่งมาเที่ยวไทยครั้งแรกน่าจะไม่มีรถไปส่งเพื่อนของเขา
“มึงจะบ้าเหรอดึกดื่นขนาดนี้” คิมหันมาเท้าเอวใส่
“เอาหน่า คิมก็รู้ว่าเราไม่ชอบขับรถถนนใหญ่”
“....” พอคิมได้ยินอย่างนั้นทำพูดไม่ออก เขาไม่อยากให้เพื่อนสนิทกลับคนเดียว
“งั้นเดี๋ยวไปรอรถเป็นเพื่อน” คิมพูดทำท่าจะลุกขึ้น แต่ต้นหยงไม่อยากรบกวนเวลาของทั้งสอง เลยเลือกจะดันไหล่เพื่อนไว้
“ไม่ต้อง ถือว่าหายกันที่คิมช่วยหางาน”
“พ่อพระฉิบหาย”
คิมงึมงำ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ร่างสูงโปร่งจึงลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะ ซึ่งไม่ถึงสามก้าวก็มีผู้ชายหลายคนเดินเข้าหาจนเขาตั้งตัวไม่ถูก แต่ต้นหยงเลือกจะปฏิเสธทุกคนแล้วก้มหน้าก้มตาแทรกตัวเดินออกมา
เมื่อหลุดจากฝูงชนได้ถึงกับพรูลมหายใจ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา ต้องเดินออกไปเรียกรถที่ปากซอย
พอออกมาพ้นเขตบาร์ ทางเดินเลยค่อนข้างเปลี่ยว
ต้นหยงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เขาไม่ได้รู้สึกกลัวสักเท่าไร เพราะยังไงเสียก็เป็นผู้ชาย กระทั่งได้ยินเสียงคนจีนคุยกัน และหันไปมองตามปกติ กลับต้องชะงักเมื่อเขาถูกจ้องกลับมาโดยอีกฝ่ายที่กำลังยื่นกระเป๋าให้กัน หากให้สัมผัสทางความรู้สึก คงไม่ใช่ของถูกกฎหมาย
.
.
ภายในห้องวีไอพี เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่ว บนใบหน้าคมสันยังคงไม่เผยอารมณ์ใด ควันบุหรี่สีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่ง
“ทำไมวันนี้ถึงไม่ดื่มเหรอครับ” หนุ่มน้อยข้างกายเอ่ยถามชวิศที่ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เขาเป็นถึงตัวท็อปในบาร์นี้เลยนะ
กระทั่งบานประตูเปิดออก ชวิศถึงละสายตาจากรูปภาพศิลปะบนกำแพง
“ขอโทษที่มาช้า” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหย่อนกายนั่งลงฝั่งตรงข้าม
“จัดการสำเร็จหรือยัง ง่วง” ชวิศบอกออกไปเสียงเนือย
“ใกล้แล้ว ฉันเพิ่งส่งคนไปดูลาดเลาข้างนอก เห็นพวกมันจะส่งของคืนนี้”
“....” ชวิศกลอกตา เอนตัวลงพิงโซฟา
“ยังไงก็ต้องขอบคุณอิทธิพลของนาย ที่ทำให้ตำรวจอย่างพวกฉันเข้ามาแทรกแซงได้”
“อืม” ชวิศตอบสั้น ๆ ขณะทิ้งมวนบุหรี่ เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง มองดูเพื่อนตำรวจซึ่งกำลังคุยกับลูกน้องผ่านหูฟังไมค์
“ได้เรื่องละ ขอบใจมาก” นายตำรวจยศใหญ่ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนหมุนตัวเดินอย่างเร่งรีบไปที่ประตู
“ฉันกลับได้แล้วใช่ไหม” ชวิศค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น พลางใช้มือดันเด็กหนุ่มข้างกายออก ซึ่งเขาไม่ได้ร้องขอ แต่เจ้าของที่นี่เป็นคนประเคนมาให้เอง
“อืม ขอบคุณนายอีกครั้ง” ตำรวจหนุ่มนอกเครื่องแบบกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกไป ชวิศพรูลมหายใจออกมา หมดเวลาน่าเบื่อสักที เขาอยากนอนเต็มที่ แต่ดันถูกขอร้องจากเพื่อนสนิทเสียก่อน การเป็นทายาทเจ้าสัวนเรศนี่มันยากลำบากเสียจริง
ชวิศสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ก้าวเดินด้วยท่าทางองอาจ ริมฝีปากคาบมวนบุหรี่ปล่อยกลุ่มควันสีขาว เพิ่มเสน่ห์ความน่าหลงใหลจนคนรอบข้างต่างเหลียวมอง
ร่างสูงกว่าใครไม่ได้สนใจบุคคลรอบข้าง นอกจากเดินออกนอกบาร์เพื่อตรงไปยังสถานที่จอดรถ ในระหว่างที่กำลังจุดบุหรี่มวนใหม่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังของใครบางคนกำลังถูกประกบทั้งสองด้าน ชวิศย่นคิ้วอย่างนึกสงสัย
“มาเดินทำอะไรแถวนี้” น้ำเสียงที่ฟังดูคุกคามทำต้นหยงถอยออกเล็กน้อย หนึ่งในนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู รออยู่เพียงคู่เดียวก่อนปลายสายจะกดรับ
“มีคนเดินมาเจอตอนส่งของครับ”
“....” ต้นหยงหน้าซีด ต่อให้บาร์ใกล้ ๆ จะมีผู้คนพลุกพล่าน ทว่าทางเข้าซอยที่ห่างออกมากว่าร้อยเมตรกลับไม่มีคนอยู่เลย
“ครับนาย ได้ครับ” คำตอบรับทั้งสีหน้าเฉยชา ทำต้นหยงลอบกลืนน้ำลาย เขาจับชายกางเกงแน่น ต่อให้วิ่งหรือร้องตะโกนยังไงก็สูญเปล่า
ร่างของเขาถูกผลักจนแผ่นหลังชนกำแพง นัยน์ตาสั่นระริกเพราะความรู้สึกกลัว ลมยามค่ำคืนพัดแรง เสียงฝีเท้าของผู้ชายสี่คนกำลังเดินเข้าใกล้เขาทั้งใบหน้าเหี้ยมเกรียม ต้นหยงเตรียมจะวิ่งหนี ทว่าท่อนแขนเขากลับถูกคว้าได้ทัน
ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะเหวี่ยงหมัดเพื่อทำร้าย กลับชะงักกลางอากาศ เมื่อมือข้างหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนจับตรึงเอาไว้
“....” ชวิศเหลือบมองไปทางจิรายุเพียงครู่ ก่อนเขาจะออกแรงเหวี่ยงคนตรงหน้า จนมันกระเด็นกระดอนไม่เป็นท่า
อีกสามคนที่เห็นอย่างนั้นจึงหยิบมีดออกมาพร้อมพุ่งเข้าใส่ชวิศทันที ทว่าคนที่จบศิลปะการต่อสู้สายดำมาทุกอย่างกลับเอี้ยวตัวหลบได้อย่างง่ายดาย แล้วฉวยจับข้อมือเอาไว้ พร้อมบิดกลับจนได้ยินเสียงดัง ‘กร็อบ’
“อ้ากกกก!!”
ต้นหยงสะดุ้งกับเสียงร้องนั้น เขาได้แต่ยืนตัวสั่นเพราะไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร เป็นเพียงผู้ชายขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้น
อีกสองคนสบตากัน ก่อนจะมีหนึ่งคนที่ใจกล้าพุ่งเข้าใส่ชวิศอีกครั้ง แต่มันก็เป็นเหมือนอย่างเดิม เพราะร่างสูงตระหง่านโยกตัวหลบพร้อมคว้าข้อมือบิดจนมีดหลุด และใช้ศอกกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างแม่นยำ
ในขณะที่อีกหนึ่งคนกำลังยืนตัวสั่นเพราะลังเล กลับถูกหมัดหนัก ๆ ซัดใส่ใบหน้าล้มลงตึงไปภายในหมัดเดียว
“คุณชวิศระวังครับ!!”
เพราะเขาไม่ทันระวังเนื่องจากเพิ่งจัดการคนสุดท้ายจนมันน็อกไป คนแรกที่เขาเหวี่ยงทิ้งกลับพุ่งเข้ามาพร้อมมีดจากทางด้านหลัง มีดที่กำลังแทงเข้ากลางอกถูกฟันฉับเข้าที่แขนแทน ชวิศเตะเข้ากลางลำตัวของมัน พร้อมกระชากคอเสื้อกลับมาอีกครั้งและซัดหมัดหนัก ๆ ใส่จนร่างสูงโปร่งล้มพับ เขาไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปเตะเสยหน้าซ้ำอีกที
ต้นหยงที่เห็นคุณชวิศบาดเจ็บก็รีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที ใบหน้าขาวแสดงความตื่นตระหนก จับท่อนแขนแกร่งที่กำลังมีเลือดไหล
“รีบทำแผลก่อนนะครับ” ต้นหยงลนลาน ไม่รู้จะไปหาจากไหน ทว่าคุณชวิศกลับยืนนิ่งปล่อยให้เขาถือแขน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครสักคน
“ฉันอยู่ปากทางเข้าซอย มาจัดการไอ้พวกที่นอนกองอยู่ตรงนี้หน่อย”
หลังวางสาย ดวงตาคมถึงชำเลืองมอง ต้นหยงเองไม่ได้สังเกตเลยว่ากำลังถูกชวิศมองสำรวจอยู่
“ทำไมถึงแต่งตัวโป๊ออกจากบ้าน”
“ครับ?”
แต่งตัวโป๊? เขากะพริบตาปริบ ก้มลงสำรวจตนเองทันที ชวิศคว้าบุหรี่ขึ้นมาสูบ ท่าทางดูฮึดฮัดแปลก ๆ จนต้นหยงเริ่มทำตัวไม่ถูก สีหน้าดูหงุดหงิดมากกว่าตอนโดนฟันแขนเสียอีก
“ไม่รักนวลสงวนตัวตั้งแต่เมื่อไร”
“....” ต้นหยงอ้าปากค้าง
ทำไมการเจอกันของเขาและคุณชวิศ มักมาพร้อมความฉงนใจตลอดนะ...ทำเอาลืมเรื่องก่อนหน้าไปเสียสนิท
