บทที่ 4 ตอนที่2 พบเจออีกครา 2

เด็กสาวมักเป็นเช่นนี้ แม้นางจะเป็นครึ่งปีศาจแต่อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นมนุษย์ ยังเป็นผู้มีจิตใจดี มีเมตตาปรานีกับทุกสรรพสัตว์

เมื่อปลายเท้าน้อยๆ สืบเข้ามายังกลุ่มคนที่กลายเป็นซากศพ ดวงตากลมโตกระจ่างใสก็กวาดมองไปรอบทิศเพื่อมองหาคนรอดชีวิตอย่างใจเย็น

ร่างเล็กเดินวนเวียนไปมา จนเข้ามาใจกลางกลุ่มของเศษซากชิ้นเนื้อน่าสยดสยอง นางยืนตระหง่าน เอียงหน้าน้อยๆ กะพริบตาเบาๆ พิจารณาชายผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังใกล้ตาย เขานอนแน่นิ่งหายใจแผ่วเบา สองตาปิดสนิท

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหนวดเคราเขียวครึ้มมีเลือดเกรอะกรัง มองไม่ออกว่ามีหน้าตาเช่นไร ตามเนื้อตัวมีบาดแผลจากของมีคมจนเต็มไปหมด เขาสลบไสลไม่ได้สติ

เรียวคิ้วพลันขมวด ดวงเนตรใสกระจ่างพลันเบิกกว้าง  เมื่อสบกับบางสิ่งที่ลำคอเขา

นางเห็นมีสร้อยเส้นหนึ่ง ลักษณะคุ้นตา

สร้อยเส้นนั้นเป็นสร้อยเถาวัลย์ห้อยเขี้ยวราชสีห์

หากจำไม่ผิดนางเคยมีและได้ให้คนผู้หนึ่งไปเพื่อคุ้มครองเขาออกจากป่าไพรพ้นจากสัตว์ร้าย

นี่มิใช่ชายคนเดิมเมื่อห้าปีก่อนหรอกหรือไร?

สาวน้อยพลันยิ้มกว้างอยู่คนเดียว มิคาดว่าจะเจอคนเดิมให้ได้ช่วยเหลือกันในอีกครา

โม๋เอ๋อร์เห็นเขายังมีริ้วของลมหายใจ แม้แผ่วจาง แต่ขอเพียงยังไม่ตาย นางย่อมช่วยได้

ปราณเย็นสายหนึ่งจึงบังเกิด พลังเทพปีศาจเปลี่ยนดวงตากลมใสดำขลับเป็นสีเขียวมรกต เส้นผมดำสนิทเรียบลื่น เปลี่ยนเป็นสีทองเรืองอร่าม เรือนร่างกะทัดรัด เปลี่ยนเป็นส่องแสงเรืองรอง เมื่อการรักษากายหยาบและต่อลมหายใจดำเนินไป

ทว่าสิ่งไม่คาดคิดพลันบังเกิด ในระหว่างรักษากลับมีเสียงฝีเท้ามากมายคืบใกล้เข้ามา

โม๋เอ๋อร์หลับตาสดับฟังอย่างตั้งใจ พบว่ามิใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ และแน่นอนว่าคงเป็นมนุษย์

ฉับพลันนั้น รูปลักษณ์ทุกสิ่งของสาวน้อยจึงต้องกลับคืนสู่ปกติโดยไว ปราณเย็นพลังเทพล้วนอันตรธานหายไปจนสิ้น คงเหลือเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง ยืนนิ่งไม่ไหวติง ท่ามกลางซากร่างไร้ชีวิตกองใหญ่

ร่างระหงยืนตระหง่านท่ามกลางซากศพ สายลมโชยแผ่ว พัดพากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เหม็นสาบสางจนน่าสะอิดสะเอียน ทันใดนั้นปรากฏเสียงนกเค้าแมวกู้ก้องโหยหวน ประหนึ่งเสียงคำรามอันทรงพลังของวิญญาณร้าย ที่ตายตกไปทีละคนสองคน และยังต้องตายตามกันไปอีกนับไม่ถ้วน

ช่างเป็นภาพให้ชวนประหวั่นพรั่นพรึง และเหลือเชื่อในคราเดียวกัน เด็กหญิงคนหนึ่ง ไฉนกล้ายืนอยู่กลางศพมากมาย

“เจอแล้ว! เจอรัชทายาท! เจอแล้ว!”

เสียงทุ้มห้าวพลันดังกังวานทั่วป่า ท่าทางดีใจมาก ประหนึ่งเจอขุมทรัพย์กองมหึมา

“รัชทายาท โอ! สวรรค์! พวกเราเร็วเข้า ทางนี้!”

สิ้นเสียงนั้น ชายฉกรรจ์อีกห้าคนก็พากันวิ่งกรูมา

เงาดำมืดเหล่านั้นวูบเดียวครอบคลุมโม๋เอ๋อร์จนมิด

แน่งน้อยจ้องมองกลุ่มคนเหล่านี้จนตาโตสีหน้าเหลอหลา ทำอันใดไม่ถูกทั้งนั้น เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เกิดมา แล้วเจอผู้คนมากมายเช่นนี้

ทันใดนั้นพลันมีเสียงแส้ดังขวับสะบัดใส่หลังสาวน้อย พร้อมเสียงคำรามก้องว่า “เจ้าเด็กผู้นี้ ริอาจเป็นสายลับหลอกล่อรัชทายาทรึ?”

อีกคราที่โม๋เอ๋อร์ยิ่งทำหน้าเหลอหลาโง่งมอย่างที่สุด แม้มีเลือดหยาดหยดไหลซึมแผ่นหลัง นางเจ็บแผ่นหลังเล็กน้อยตรงที่ถูกแส้เฆี่ยน

เมื่อไร้ซึ่งคำตอบและท่าทางหวาดหวั่นจากเด็กน้อย มือแส้พิฆาตก็ให้รู้สึกเดือดดาล ตวาดอีกคราว่า

“จงบอกมาเสีย ว่าผู้ใดว่าจ้างมา เจ้าเด็กชั่ว”

คำรามจบก็สะบัดแส้ในมืออีกครา ท่าทางอำมหิตผิดมนุษย์มนา

แม้โม๋เอ๋อร์ยังคงงุนงงแต่ฝ่ามือกลับว่องไว เด็กสาวยกมือขึ้นจับแส้ที่ถูกเหวี่ยงมาอย่างแรงนั้นเอาไว้ด้วยมือเดียว ทั้งรวดเร็วและแม่นยำปราศจากความเจ็บ สองตาแดงก่ำสงบนิ่งจนน่าตกใจ

ยังไม่ทันที่ชายฉกรรจ์รายล้อมจะนึกแปลกใจในกิริยาฉับไวของเด็กน้อยตรงหน้า เจ้าของแส้หนังเส้นหนาพลันถูกฉุดกระชากจากแส้ของตนโดยฝ่ามือน้อยๆ นั้น

ร่างหนาเซถลา ฉับพลันนั้นเอง ชายตัวใหญ่ผู้นี้ก็ถูกเหวี่ยงออกไปราวเศษผ้า ลอยวูบไปไกลลิบเพียงชั่วพริบตา เสียงร้องยังไม่ทันเปล่งออกจากปากของมันด้วยซ้ำ

บุรุษร่างกำยำอีกหลายคนก็ยังไม่ทันอ้าปากอุทาน

เด็กน้อยร่างบาง พลันอันตรธานหายไป...

--------

[1] ไข้ทับระดู หรือไข้หวัดที่เป็นระหว่างมีประจำเดือน แพทย์แผนจีนจะเรียกอาการนี้ว่า เร่อรู่เสวี่ยซื่อ (热入血室)แปลว่า ความร้อนเข้าห้องเลือด ห้องเลือดในที่นี้หมายถึง มดลูก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป