บทที่ 6 ตอนที่3 พบพาน 2

วั่นหรงรู้สึกเป็นห่วงเรื่องนี้ยิ่งนัก ด้วยตัวของนางเองก็เป็นฮูหยินใหญ่ที่มีสามีมากรัก แต่งภรรยาจนเต็มเรือนเหลือเกิน

ยามนี้บุตรสาวคนโตก็แต่งออกไปแล้ว ซึ่งก็หนีไม่พ้นตำแหน่งภรรยาหลวงที่สามีมากภรรยา ทว่าบุตรสาวคนโตมิเคยทำให้นางต้องเป็นกังวลเลยสักครา ด้วยรู้ดีถึงนิสัยของอีกฝ่ายว่าร้ายกาจเท่าทันปานใด นางห่วงเพียงบุตรสาวคนรองนี่ล่ะ

เอาเถิด...เรื่องนี้ยังอีกยาวไกลและไม่เกี่ยวอันใดกับเรื่องตรงหน้า ค่อยๆ คิดกันไปอีกทีก็ย่อมได้

ฮูหยินใหญ่บ้านโหวคิดเช่นนั้น ก่อนจะตัดเรื่องกลุ้มใจไปแล้วสั่งสาวใช้ข้างกายให้ไปเรียกสตรีนางน้อยที่ยืนยิ้มแก้มพองให้เข้ามา

เมื่อได้ยลโฉมแน่งน้อยใกล้ๆ วั่นหรงและหยูเสวี่ยถึงกับตกตะลึงในใจ กับรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณของอีกฝ่าย

“เจ้ามีนามว่าอะไร? เหตุใดถึงเดินทางมาคนเดียว? บิดามารดาอยู่หนใด? เจ้ากำลังจะไปไหน? ไปพบใคร?” วั่นหรงถามชุดใหญ่จนลืมหายใจ

หยูเสวี่ยถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของมารดายามซักถามอีกฝ่าย คล้ายกำลังกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก

หากแต่โม๋เอ๋อร์กลับไม่ตื่นตระหนกตกใจอันใด ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้เจอผู้คนนอกจากบิดาและชายหนุ่มปริศนาเมื่อหลายปีก่อน เด็กสาวก็หาได้แสดงอาการตื่นกลัวไม่ เนื่องจากในป่าใหญ่มีเรื่องตื่นเต้นมากมายจนนับไม่ถ้วน นางล้วนชาชินกับเรื่องใดๆ ทุกสิ่ง กระทั่งเจอหมีควายวิ่งเข้าใส่ เสือร้ายขู่คำราม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ป่า นางยังนิ่งไม่สะทกสะท้านทั้งนั้น เส้นเสียงหวานใสจึงเอ่ยตอบเนิบช้า

“ข้าโม๋เอ๋อร์ ไร้บิดามารดา จึงเดินทางมาเพียงลำพัง หนทางข้างหน้าล้วนแล้วแต่โชคชะตานำพา ไม่คาดหวังว่าจะเจอใครแบบใด ขอเพียงมีวาสนาต่อกัน โม๋เอ๋อร์ย่อมยินดี”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยูเสวี่ยพลันยิ้มกว้าง นางรีบเอ่ยเสียงใส “ข้าหยูเสวี่ย แซ่โหว เจ้ายินดีติดตามข้าหรือไม่?” เด็กสาวเอ่ยได้ตรงมาตรงไปตรงประเด็นยิ่งนัก

 “อื้ม...” แม้โม๋เอ๋อร์จะไม่เข้าใจสักเท่าใด แต่ก็พยักหน้าตอบรับอย่างยินดี ไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย เพราะเสื้อผ้างดงามและอาหารหอมกรุ่นแท้ๆ “หากข้าติดตามพวกท่าน ข้าจะได้ใส่ชุดสวยๆ ได้กินอาหารรสเลิศใช่หรือไม่?”

“อื้ม...” ครานี้เป็นหยูเสวี่ยที่พยักหน้าตอบรับคอแทบหัก

วั่นหรงเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู

หากบุตรสาวได้คนติดตามที่ถูกชะตาต้องใจเป็นสหายไว้ใจได้ คนเป็นแม่ย่อมยินดีไม่คิดขัดใจ เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

แต่บางอย่างทำให้ฮูหยินโหวเริ่มครุ่นคิดเมื่อสายตาลอบพิจารณาโม๋เอ๋อร์อย่างละเอียดถ้วนถี่

เด็กสาวนางนี้มองอย่างไรก็ไม่ธรรมดาเลยสักนิด ด้วยรูปโฉมสะคราญเปี่ยมเสน่ห์ตรึงใจ แม้เยาว์วัยยังโดดเด่นแจ่มชัด ความงามพิลาศเลิศล้ำถึงเพียงนี้นี้ ต่อให้มีองค์หญิงสูงศักดิ์หลายคนมายืนเทียบเคียงใกล้ๆ เกรงว่าคงริษยาจนลูกนัยน์ตาลุกไหม้ไฟโหมเป็นแน่

วั่นหรงพยักหน้ากับตนเองน้อยๆ ยามเหม่อมองโม๋เอ๋อร์ไม่วางตา

เวลาผ่านไป…จากหนึ่งวันเป็นหนึ่งเดือน จากหนึ่งเดือนก็ล่วงเลยมาหนึ่งปี

โม๋เอ๋อร์รู้สึกได้ว่า การตัดสินใจออกจากป่ามาในครานี้เป็นสิ่งที่ดีเหลือเกิน นางคิดไม่ผิดเลยสักนิด

เพราะว่านางได้เจอสหายเปี่ยมไมตรีอย่างหยูเสวี่ย และท่านป้าเปี่ยมเมตตาอย่างวั่นหรง

ทั้งสองดูแลนางอย่างดีเลิศ พวกเขามอบเสื้อผ้าสวยงามมากมาย มีอาหารรสล้ำให้กินไม่เคยขาด นางมีความสุขมาก ถึงแม้ว่าชุดที่นางสวมจะงดงามไม่เท่าชุดของหยูเสวี่ย แต่นางก็หาได้ขัดเคืองไม่ ด้วยมิใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อยอันใดทั้งนั้น และยิ่งไม่คิดมากกับเรื่องหยุมหยิมเยี่ยงนี้ แค่ไม่ต้องทนสวมชุดจิ้งจอกขนเงิน ชุดหนังเสือ ขนห่านป่า หรือแม้กระทั่งหางนกยูง ก็พอแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป