บทที่ 10 ปกป้องอย่างเลือดเย็น 2

บุรุษลึกลับแซ่หงจึงหรี่สายตาคมจ้องมองหญิงสาวนิ่งงัน เขาเห็นนางยังคงเนื้อตัวสั่นเทาไม่เบา ใบหน้าสวยหวานของนางยังคงเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ริมฝีปากของนางยังคงเม้มเข้าหากันน้อยๆ อาการหวาดกลัวของนางยังคงฉายชัด ในขณะที่ฝ่ามือเรียวเล็กของนางก็ยังคงลูบแผ่นหลังให้เขา ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงยกขึ้นมาปาดน้ำตาของตัวเองออกเป็นระยะๆ

กิริยาอย่างนั้นของสตรีตรงหน้าทำเขายิ่งนั่งนิ่งจ้องมอง

“ข้าไม่เป็นไร” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของบุรุษลึกลับแซ่หงกล่าวออกมาเพียงเบาๆ

“ข้าก็ไม่เป็นไร” เหม่ยหลินจึงเปล่งเสียงแว่วหวานส่งผ่านลำคอระหงออกไปอย่างมิรู้ได้ว่าควรเอ่ยสิ่งใดมากไปกว่านี้ นางค่อยๆ ลดฝ่ามือของตัวเองออกจากแผ่นหลังของเขาแล้วถอยหลังออกมาก่อนจะนั่งลงข้างๆ เขาอย่างหมดเรี่ยวแรง

นางยังคงเค้นเสียงออกมาแผ่วเบา “ท่านบาดเจ็บ”

บุรุษแซ่หงก้มมองใบหน้างามก่อนตอบเสียงแหบเบาผ่านลำคอแห้งผาก “งูพิษตัวนั้นไม่ธรรมดา”

“หากผู้ที่ถูกกัดเป็นข้า” เหม่ยหลินยังคงเอ่ยคำออกมาแผ่วเบา “ข้าคงตายไปแล้วกระมัง”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น” เขาตอบกลับเบาๆ

“ข้า...” หญิงสาวช้อนตามองเขา “ขอบคุณท่าน” นางกล่าวออกมาจากใจจริง เห็นได้ชัดว่าเขาช่วยนาง

กลัวก็กลัว แต่ทว่า...เขาช่วยชีวิตนาง

ทั้งๆ ที่เขาเป็นบุรุษน่ากลัว มองมุมไหนก็อันตราย แต่เขากลับมีน้ำใจช่วยเหลือนาง...

บุรุษลึกลับผู้นี้ช่วยนางจากงูพิษ ช่วยนางจากบุคคลอันตรายทั้งหลายที่นอนตายอยู่บนพื้นนั่น

หากเขาไม่ฆ่าคนพวกนั้น คนที่จะถูกฆ่าเสียเองแน่นอนว่าย่อมจะต้องเป็นนาง

“ข้า...ขอบคุณท่าน” เหม่ยหลินยังคงเอ่ยย้ำคำเดิม นางเงยหน้าจ้องมองบุรุษลึกลับแบบตรงๆ สายตาสวยหวานของนางแสดงออกถึงความอ่อนโยนจริงใจ

ในขณะที่บุรุษลึกลับแซ่หงเพียงก้มมองตอบกลับนางด้วยสายตาเยียบเย็น เขามิได้ว่ากล่าวสิ่งใดแม้ครึ่งคำ ใบหน้าได้รูปคมคายของเขายังคงฉายแววดุดันแลเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง ทว่ากลิ่นอายแผ่รังสีสังหารรุนแรงกลับลดทอนความเข้มข้นลงเหลือแค่บางเบา

ทั้งสองเพียงจ้องมองใบหน้ากันและกันอยู่อย่างนั้นนิ่งนาน...


เหม่ยหลินยกฝ่ามือน้อยๆ ที่อาการสั่นเทาเริ่มเบาบางขึ้นเพื่อใช้ชายผ้าตรงข้อมือซับน้ำตาที่ยังคงเปรอะเปื้อนอยู่เต็มใบหน้าให้หมดไปทั้งด้านซ้ายด้านขวา

ในขณะที่บุรุษร่างสูงใหญ่ที่ด้านข้างนางเพียงนั่งนิ่งๆ ไม่ว่ากล่าวสิ่งใด

“ข้าเสียมารยาทต่อหน้าท่านแล้ว” เหม่ยหลินเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเมื่อระลึกได้แล้วว่านางทำเรื่องน่าอายเหลือเกินกับกิริยาร่ำไห้อย่างนี้ หลายคราเสียด้วย

“ไม่เป็นไร” บุรุษแซ่หงเพียงตอบคำนิ่งๆ สายตาเฉี่ยวคมของเขายังคงจับจ้องใบหน้างดงามซีดเซียวไร้สีเลือดของเหม่ยหลินไม่วางตา

เหม่ยหลินนิ่งเงียบอีกครู่หนึ่ง ริมฝีปากสีชมพูที่แห้งผากของนางเริ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยวาจาเบาๆ

“ข้าคงต้องกลับแล้ว...”

บุรุษแซ่หงส่งเสียงอืมในลำคอเบาๆ พลางเบนสายตาคมเข้มออกจากวงหน้าของสตรีข้างกายเพื่อมองไปทางอื่น ก่อนลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงแล้วเดินข้ามศพทั้งหลายออกมายังธรณีประตูแล้วมองออกไปยังลานกว้างข้างล่างวัดแห่งนี้

ในระยะทางหลายจั้ง สายตาเรียวคมดุจพญาเหยี่ยวของเขาสามารถมองเห็นได้ไม่ยากเย็น ไกลออกไปจากตรงนี้ที่เขายืนอยู่ มีรถม้าคันใหญ่จอดอยู่ มีบ่าวไพร่ชายหญิงจำนวนหนึ่งยืนอยู่รอบรถม้าคันนั้น

“นั่นเป็นรถม้าของข้าเอง” เหม่ยหลินบอกกล่าวแก่เขาด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานเมื่อลุกขึ้นแล้วเดินตามบุรุษร่างสูงออกมาจนมายืนเคียงข้างกับเขาแล้วมองออกไปยังทิศทางเดียวกัน นางเห็นรถม้าและบ่าวไพร่แค่ริบหรี่เพราะอยู่ไกล หากแต่ก็มองได้ไม่ต่างจากชายหนุ่มข้างกาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป