บทที่ 8 บุรุษแซ่หง4

เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้นั้นในจังหวะนั้นพอดิบพอดี นางจึงนึกห่วงใยเขาขึ้นมาอีกครา

นางค่อยๆ ยันร่างบางของตนให้ลุกขึ้นยืน แล้วเอื้อมมือน้อยๆ ของตนที่ยังคงสั่นเทาแตะที่ลำแขนของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความห่วงใยในแบบฉบับของตน

นางมักจะเป็นเช่นนี้ นางมักจะมองโลกในแง่ดีอย่างสม่ำเสมอ ทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางอสรพิษทั้งหลายในวังหลวง

เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษลึกลับด้วยสายตาฉ่ำน้ำเพราะผ่านการร่ำไห้มาเมื่อครู่ นางมองเขาด้วยแววตาที่พยายามบ่งบอกแก่เขาว่าไม่เป็นไร ทุกอย่างจะผ่านไปแล้วดีเอง

นางบอกกล่าวแก่เขาทั้งยังต้องการบอกกล่าวแก่ตนเองเหมือนที่ชอบทำ มันเป็นวิธีการหนึ่งที่มักจะทำให้นางผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาได้จนทุกวันนี้

“โง่งม” เสียงห้วนสั้นของบุรุษลึกลับตรงหน้าพลันเอ่ย

เหม่ยหลินถึงกับตกใจกะพริบตาขึ้นลงเบาๆ อย่างไม่เข้าใจอันใด

แต่เพียงเสี้ยวเวลาร่างบางของนางพลันถูกจับยกจากบุรุษร่างสูงใหญ่ตรงหน้าตามมาด้วยเสียงครืนสนั่นตรงด้านบนศีรษะ ตามด้วยเศษฝุ่นเศษหินกระจัดกระจายปลิวว่อน

“หลับตา” เสียงห้วนสั้นของเขาเอ่ยออกมาอีกครั้งแค่นั้น

เหม่ยหลินจึงรีบหลับตาลงตามคำด้วยสมองอันว่างเปล่าขาวโพลน

เพียงอึดใจกำแพงหนาที่เมื่อครู่อยู่ด้านบนศีรษะของนาง บัดนี้กลับกลายเป็นรูขนาดใหญ่และอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของบุรุษลึกลับเสียอย่างนั้น

เหม่ยหลินแอบหรี่ตามองในขณะที่ร่างของนางถูกเขาจับอุ้มพาดเอาไว้บนไหล่หนาแน่นของเขา

เขาจับนางอุ้มพาดบ่าประหนึ่งว่านางเป็นแค่หุ่นผ้าบางๆ กระนั้น

และเพียงไม่นาน เขาก็วางนางลงบนพื้น นางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงนั่งอยู่กับพื้นไม่สามารถยืนได้แต่อย่างใด ในขณะที่บุรุษลึกลับเรือนร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เหนือเรือนกายบอบบางของนาง

เขายืนถมึงทึงแผ่กลิ่นอายสังหาร แววตาคมกริบคล้ายกระบี่นับพันจ้องมองไปยังบ่าวหญิงชายของนางที่กำลังเดินตามหาตัวนางอยู่ไม่ไกล

เพียงเสี้ยวเวลาในพริบตาเดียว สิ่งไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น

เหม่ยหลินยังไม่ทันได้มีสติครบถ้วน สายตาของนางยังไม่ทันได้ผละไปจากเรือนกายสูงใหญ่ กลิ่นคาวบางอย่างพลันคละคลุ้ง ตามด้วยร่างของบ่าวหญิงชายทั้งหลายพลันเปลี่ยนไป

นางกำนัลชิงชิงกับบ่าวชายอีกสามคนนอนจมกองเลือดดวงตาเถลือกถลนออกมาจนเกือบจะหลุดออกจากเบ้า

เหม่ยหลินถึงกับไร้เส้นเสียงไร้การหายใจ

ภาพตรงหน้าของนางคืออันใด?

อันใดกัน?


บุรุษลึกลับแซ่หงยังคงยืนตระหง่านนิ่งขึงอยู่กับที่ เยื้องไปเพียงนิดกับร่างระหงของเหม่ยหลิน

เขายืนด้วยท่วงท่างามสง่าไม่ต่างจากบุรุษสูงศักดิ์ แต่ทว่ากลับให้ความรู้สึกเสมือนเขาเป็นมัจจุราชจากขุมนรกกระนั้น ภายใต้รูปโฉมหล่อเหลาแผ่อำนาจและกลิ่นอายสังหารเข้มข้นฉายชัด สายตาคมเฉี่ยวคล้ายดวงตาพญาราชสีห์มองไปยังร่างไร้วิญญาณของบ่าวไพร่ทั้งหลายที่นอนแน่นิ่งแนบพื้น เขามองด้วยท่าทางเรียบเฉย แววตาของเขาเย็นเยียบ

เขาเพียงแค่ตวัดฝ่ามือชั่วอึดใจ ไยถึงได้คร่าชีวิตของเหล่าผู้คนได้ง่ายดายคล้ายผักปลา มิได้ยินกระทั่งเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำ

เหม่ยหลินยังคงนิ่งอึ้งเงียบงันไร้เส้นเสียงไร้กระทั่งลืมหายใจ พลางเงยหน้าสวยหวานขึ้นมองบุรุษลึกลับด้านข้างอย่างตระหนกตกใจเนื้อตัวสั่นเทา

นางเห็นเขาแค่ยืนอยู่นิ่งๆ ด้วยท่าทางเคร่งขรึมเย็นชา เสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาคล้ายดังรูปสลักงดงามแต่ทว่าน่าเกรงขามถึงสิบส่วน

หญิงสาวแหงนใบหน้ามองชายหนุ่มด้านข้างอยู่อย่างนั้น นางไม่กล้าขยับเรือนกายแม้แต่ลมหายใจยังไม่กล้าปล่อยออกมา

บุรุษแซ่หงปรายสายตาคมเฉี่ยวมองสตรีด้านข้างเพียงปราดเดียวอย่างไม่สนใจนำพาอันใดกับอาการสั่นไหวรุนแรงของนาง เขามองสำรวจพื้นที่โดยรอบเรือนกายอย่างใจเย็น พลางก้าวเท้าย่างเดินไปตามพื้นเบื้องล่างที่กำลังเจิ่งนองไปด้วยสายโลหิตคล้ายสายธาราอย่างไม่สะทกสะท้าน

คราบเลือดยังคงติดตามรองเท้าหุ้มด้วยหนังของเขาไปตามทาง ทิ้งร่องรอยสีแดงฉานเอาไว้ยามเขาเหยียบย่ำฝ่าเท้าขณะก้าวเดิน

บุรุษแซ่หงปรายสายตาคมนิ่งลึกดุดันกวาดมองไปโดยรอบพื้นที่อย่างใจเย็น เขาพยายามนึกและลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับตัวตนของเขาอยู่อย่างครุ่นคิดเงียบงัน แต่ทว่า...เขานึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

เขาเป็นใคร มาจากไหน ไยถึงมาอยู่ที่นี่ และห้องข้างล่างภายในวัดแห่งนี้คืออะไร ทำไมเขาถึงจำสิ่งใดไม่ได้เลย

ร่างสูงโปร่งสง่างามของบุรุษลึกลับเดินไปด้วยท่าทางเรียบนิ่ง ปรายสายคาคมเฉี่ยวมองไปโดยรอบทิศทาง พลางระลึกถึงเรื่องราวของตนอยู่อย่างนั้น ในขณะที่ร่างบางระหงยังคงนั่งมองเขาอยู่อย่างไม่วางตาสลับกับมองมาทางร่างไร้วิญญาณของบ่าวไพร่ที่นอนจมกองเลือดอยู่อย่างพยายามข่มกลั้นความหวาดกลัว

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งพลันดังเข้ามาจากทางด้านนอกของวัดแห่งนี้

“ข้าเห็นมีสตรีงดงามนางหนึ่งเข้ามาในนี้” เสียงทุ้มต่ำของบุรุษเพศดังขึ้นที่ด้านหน้าของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เหม่ยหลินกำลังนั่งอยู่อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ใบหน้างดงามเริ่มอิดโรย ดวงตาสวยหวานเริ่มอ่อนแสง

“ข้าขอยลโฉมนางก่อน”

“ได้อย่างไร”

“เช่นนั้นใครดีใครได้”

“ย่อมได้”

และเสียงถกเถียงกันไปมาอย่างนั้นทำเอาเหม่ยหลินถึงกับตัวเกร็งแข็งทื่อนั่งนิ่งงันไม่กล้าไหวติง หญิงสาวเงยใบหน้าสวยหวานขึ้นมองไปทางต้นเสียงอย่างตระหนกเนื้อตัวเริ่มสั่นเทารุนแรงมากยิ่งขึ้น นางถึงกับต้องมองไปทางบุรุษลึกลับที่กำลังเดินและหยุดยืนอยู่ตรงมุมห้องด้านในอีกด้านหนึ่ง

บุรุษลึกลับแซ่หงเพียงยืนนิ่งงันด้วยท่าทางเรียบเฉย เขาหรี่ตามองไปทางต้นเสียงอย่างใจเย็น แต่ทว่าเรือนกายสูงใหญ่ของเขากำลังแผ่กลิ่นอายบางอย่างออกมาได้อย่างน่ากลัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป