บทที่ 6 ตอนที่ 5 อย่าอวดเก่ง
ตอนที่ 5 อย่าอวดเก่ง
ที่คิดว่าจะเริ่มงานวันนี้กลายเป็นว่าต้องเลื่อนไปก่อน เพราะประโยคตัดสัมพันธ์ของเฮียแบร์
ทุกคำพูดเขามีอิทธิพลต่อหัวใจเธอทั้งหมด
หลังพูดจบเขาจากไป ทิ้งให้เธอน้ำตานองหน้า นั่งร้องไห้อยู่ลำพัง
วันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาพูดตัดเยื่อใยกับเธอขนาดนี้
"ฮึก!" เสียงสะอื้นดังทั่วห้องนอน ตั้งแต่เช้าจนบ่าย เกือบจะเย็น ที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า
เอแอลนอนร้องไห้กอดหมอนอย่างหมดแรง
ทุกคำพูด ทุกประโยคที่เขาพูดยังดังแว่วอยู่ในโสตประสาทเธอซ้ำ ๆ เหมือนกำลังตอกย้ำให้ยอมรับความจริง
สายวันต่อมา
เอแอลผล็อยหลับจากการร้องไห้อย่างหนัก แถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักแอะ สายวันนี้เธอเลยหิวโหยมาก ๆ
ของทุกอย่างในตู้เย็นถูกคนตัวเล็กรื้อค้นออกมากินเพิ่มพลัง
ที่บอกอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเอง บางทีนี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ถ้าต้องล้ม ก็อยากจะลองล้มลุกคลุกคลานเองดูบ้าง ที่ผ่านมาเฮียแบร์ให้เธอมามากพอแล้ว มากเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะให้กันด้วยซ้ำ
17.15 นาฬิกา
แอลลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ใบเดียวเข้ามายังห้องเช่าราคากลาง ๆ ที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ห้องไม่ได้ใหม่มาก ของในห้องล้วนผ่านการใช้งานมาจากผู้เช่าคนเก่า ทว่าหญิงสาวไม่รังเกียจ เธอแค่อยากมีที่พักที่ซุกหัวนอน ที่ที่เธอจ่ายเงินค่าเช่าเองเท่านั้น
เธอไม่อยากให้เฮียแบร์ต้องมาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากตัวเธออีกแล้ว
รถที่เขาซื้อให้เอแอลไม่ได้ขับมา ข้าวของมีค่าที่เคยให้ก็ไม่ได้หยิบติดมาเหมือนกัน เธอเลือกมาแค่เสื้อผ้าบางชุด เครื่องสำอาง ของใช้จำเป็นเท่านั้น
ส่วนเงินที่เขาโอนให้บ่อย ๆ คงต้องรับไว้เผื่อทำทุน เมื่อไหร่ที่มีเงินเดือนมากพอเธอจะทยอยคืนเขาให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่ให้ตกหล่นแม้แต่บาทเดียว
วันนี้เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้อยากเอาชนะ เธอแค่อยากตอบแทนบุญคุณเขาบ้างแค่นั้น เพราะตั้งแต่จำความได้ก็มีแต่เขาที่คอยยื่นมือมาช่วยเหลือเธอทุกอย่าง แถมยังยื่นให้สม่ำเสมอมาตลอดเก้าปี บางทีแอลควรต้องโตสักที จะมัวแบมือขอเงินเขาที่รักและเอ็นดูเธอตลอดแบบนี้คงไม่ได้
ขณะที่หญิงสาวกำลังทยอยหยิบเสื้อผ้าออกมาแขวน โทรศัพท์กลับแผดเสียงดังจนต้องรีบเดินไปถอดสายชาร์จเพื่อรับสาย
(ตกลงมาทำงานวันไหน)
"พรุ่งนี้ค่ะ"
(ตอนนี้อยู่ไหน)
"ข้างนอกค่ะ" เอแอลตอบกลับปลายสายน้ำเสียงปกติ
(กลับเมื่อไหร่ ฉันรออยู่ ซื้อของมาให้) เห็นกระเป๋ามาใหม่สวยดี เลยซื้อมาฝาก
"หนูเกรงใจ เฮียแบร์ไม่ต้องให้หนูหรอก ให้หนูมาเยอะแล้ว"
(ย้ายห้องเหรอ?)
(ที่ฉันให้เธอมาอยู่ที่นี่มันดีไม่พอหรือยังไง)
(เป็นอะไรนักหนา)
"รออยู่ที่ห้องใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูไปค่ะ" เธอกัดฟันพูด พยายามไม่รู้สึกกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ ทว่ายิ่งพยายามน้ำตาก็ยิ่งไหล ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทำไมไม่เคยเข้มแข็งได้สักที
ลำพังย้ายมาห้องใหม่ก็เหนื่อยแทบแย่ ไม่ทันได้นั่งพักหรืออาบน้ำให้เย็นชื่นใจ สุดท้ายต้องหอบร่างกายเหนื่อย ๆ ล้า ๆ กลับไปคอนโด
ความรู้สึกตอนก้าวขาเข้าคอนโดใจมันเต้นถี่รัว หวาดกลัวคำพูดที่จะได้ยิน ต่างจากตอนย้ายไปห้องเช่าใหม่สิ้นเชิง
ชั้น 10 ห้องหมายเลข 10
เพียงแค่แตะคีย์การ์ด ดันประตูเข้าไป ลมเย็นในห้องกระทบใบหน้าและลำตัวอย่างจังจนขนลุกซู่ ทั้งที่ยังไม่ได้เจอคนโทรมาเลยด้วยซ้ำ
"สวัสดีค่ะ" เป็นการสวัสดีครั้งแรกในรอบปีเห็นจะได้ เพราะตั้งแต่ที่มีอะไรกัน เธอไม่เคยสวัสดีเขาอีกเลย เว้นแต่ว่าจะขอบคุณที่เขาเอ็นดูซื้อของมาให้
จะว่าเสียมารยาทก็ไม่ได้ จะให้สวัสดีทุกวันก็แปลก ๆ หลังมีอะไรกันครั้งแรก เขาก็มาหาบ่อย มาหาถี่ บางทีวันละสามเวลา จะให้ไหว้สามเวลาเลยก็แปลก
"ไหนกระเป๋า?" แบร์มองผ่านตัวหญิงสาวถามหากระเป๋าเดินทางที่เธอเข็นออกจากห้องนี้ไป แอลเข็นไป ไม่เข็นกลับหมายความว่าอะไร จะย้ายออกไป จะไม่กลับมาห้องนี้อีกงั้นเหรอ หรือที่มาวันนี้แค่มาหาเขา?
"เฮียแบร์ซื้ออะไรมาให้หนูเหรอ วันหลังไม่ต้องซื้อแล้วนะคะ หนูเกรงใจ อีกอย่างของที่เคยซื้อให้หนูยังเก็บไว้อยู่เลย ไม่ค่อยกล้าใช้เท่าไหร่ค่ะ"
"ถ้าเธอย้ายไปแล้วห้องนี้ใครจะอยู่"
"มานานหรือยังคะ หิวน้ำไหม" ร่างเล็กเปลี่ยนเรื่อง รีบเดินไปทางห้องครัว ก่อนจะชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับตัว
ภาพตรงหน้าเป็นของในตู้เย็นที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย รวมถึงจานชามถ้วยช้อนที่กระเด็นอยู่คนละทิศละทาง บางอันก็แตก บางอันก็อยู่สภาพเดิม มีแค่แก้วน้ำที่แตกทุกใบ
"ฉันถาม เธอยังมีปากไหมแอล" มาเฟียหนุ่มพูดแล้วเดินมาจับแขนเรียวเล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้า ตอบคำถามซึ่ง ๆ หน้า จะได้ไม่ต้องเลี่ยงตอบคำถาม แต่กลับทำให้แอลขยับแขน ดันมือที่จับแขนออก เว้นระยะห่างจากเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"กระเป๋าอยู่ที่ห้องเช่าค่ะ ส่วนที่เฮียแบร์ถามว่าห้องนี้ใครจะอยู่ อันนี้หนูไม่รู้เหมือนกัน เพราะหนูคงไม่ได้กลับมาอยู่ ตอนนี้หนูย้ายไปเช่าห้องแถวมหา'ลัยค่ะ ใกล้ที่ทำงานด้วย เดินทางสะดวกดีค่ะ"
"เดินทางสะดวก เดินทางยังไง? นั่งแท็กซี่ รอรถเมล์? โบกวิน?"
"ใช่ค่ะ"
"ฉันซื้อรถให้เธอเกือบล้าน ช่วยเห็นแก่เงินที่เสียไปหน่อย"
"ให้หนูช่วยขายรถให้ไหมคะ ส่วนต่างที่เหลือเดี๋ยวหนูจะทยอยหาเงินมาคืน"
"ถ้าจะหา หาทั้งชีวิตก็ไม่พอชดใช้ให้คนอย่างฉันหรอก"
"หนูจะทำงาน หาเงินมาคืนให้เฮียแบร์ทุกบาททุกสตางค์เลย มันอาจจะนานหน่อย แต่หนูไม่เบี้ยว ไม่บิด ไม่โกงแน่ ๆ"
"อย่าอวดเก่ง"
"หนูไม่ได้อวดเก่ง"
"ทำแบบนี้ตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจจากฉันสินะ"
"ไม่ค่ะ หนูแค่ทำตามที่ตัวเองเคยพูด"
"ชีวิตคนเรามันไม่ง่ายหรอกนะ เธอเองก็น่าจะรู้ คงไม่ต้องให้ฉันพูดย้ำหรอก ใช่ไหม?"
"หนูรู้ค่ะ หนูเลยพยายามอยู่"
"ฉันแม่งโคตรเกลียดผู้หญิงอวดดีอย่างเธอเลย"
"..." เจ็บจัง..
"ทำไมนิสัยผู้หญิงมันน่ารำคาญขนาดนี้ โคตรเอาแต่ใจ จะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหน ถามที"
"หนูขอโทษค่ะ" พนมมือไหว้ขอโทษร่างสูงตรงหน้า เขาเบือนหน้าหนีหัวเราะเสียงอยู่ในลำคอ
เขาบอกให้ลืมเรื่องของเราไป ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม เธอกำลังทำอยู่ กำลังฝืนทำมันอยู่ ฝืนมันทั้งที่รู้สึกอยู่เต็มอก จนแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว
วันวานไม่ว่าเธอจะทำอะไร ถ้าไม่ได้ดั่งใจเขาเธอจะรีบขอโทษทันที เธอขอโทษ ยอมโดนดุ โดยไม่ถกไม่เถียงไม่ถามเหตุผลเลยสักคำ และวันนี้เธอก็กำลังทำแบบวันนั้น
"ตกลงจะไม่อยู่ใช่ไหมห้องนี้"
"หนูมีห้องแล้วค่ะ"
"นับวันยิ่งปีกกล้าขาแข็ง ฉันว่าฉันก็ไม่เคยสอนให้เธอต่อต้านแบบนี้นะ"
"หนูขอโทษ.."
"ที่ผ่านมาฉันคงตามใจเธอมากไปจนได้ใจ"
"..." ก้มหน้าไม่กล้าสบตา
"อืม! ต่อไปฉันจะไม่มาวุ่นวายอะไรกับเธออีก อยากใช้ชีวิตแบบไหน ใช้ไปเลย ไม่ต้องนึกถึงหน้าฉัน อ้อ..ถ้าไปทำงานก็ทำเหมือนไม่รู้จักฉันเหมือนที่เธอทำวันนั้นแหละ ดีแล้ว" คนโกรธจนมีอารมณ์พูดใส่ปาว ๆ ก่อนจะหันหลังให้แอลแล้วเดินออกจากห้องไป
เขาออกจากห้องก็จริง ออกจากห้อง ย้ายที่จอดรถ มานั่งสูบบุหรี่ดักรอดูว่าแอลจะทำยังไงต่อ
แล้วก็ต้องผิดหวัง..
เธอไม่ทำอะไร แค่เดินลงมาตาแดง ๆ แล้วโบกแท็กซี่ ขึ้นรถไป แค่นั้นเลย
