บทที่ 10 เรื่องเกิดจากจางเหวินซู

บทที่ 10

เรื่องเกิดจากจางเหวินซู

เสิ่นเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความฝัน นางรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย คงเพราะเหล้าที่กินเข้าไปเมื่อคืน ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มแสนร้ายกาจ ดวงตาเจ้าเล่ห์ ทำให้เสิ่นเยว่รู้สึกว่านางกำลังฝันทั้งที่ตื่น

ช่างเป็นใบหน้าที่ล่อลวงคนได้จริง ๆ

นางเห็นหน้าเขาแล้ว ทั้งยังเป็นคนเปิดหน้าเขาดูด้วยตนเอง เมื่อคิดได้ ใจของเสิ่นเยว่ก็เต้นรัวจนต้องเอามือไปกุมมันไว้ ใบหน้างดงามแดงซ่านราวกับเด็กสาวแรกรุ่นที่ยังไม่ปักปิ่น รอจนใจหายเต้นรัวนางก็ส่ายหน้าให้ตนเองในการกระทำเมื่อคืน

เสิ่นเยว่เอามือมากุมหน้าตนเองเพราะนึกเหตุการณ์ขึ้นได้ ก่อนหลับนางจำได้ว่าเขาลูบเสี้ยวหน้านางอย่างเบามือ ความรู้สึกอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาไม่เหมือนจากจางเหวินซูสักนิด มันดูให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่า ทั้งที่นางไม่รู้จักเขาดีพอ แม้เห็นหน้า รู้สึกคุ้นตา แต่คิดชื่อไม่ออก นางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนผู้นี้ด้วยซ้ำ

แต่น่าแปลกที่นางไว้ใจเขา ให้เขาเข้ามาใกล้ นั่งบนเตียงเดียวกัน นางถึงขั้นกล้าหลับทั้งที่เขานั่งอยู่ด้วย ความใกล้ชิดและไว้ใจนี้ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เขามาหาที่จวน

เขามากี่ครั้งนางไม่เคยหวาดกลัว กล้าเปิดเผยอีกด้านให้เขาเห็น

เสิ่นเยว่เงยหน้าขึ้นจากผ้าห่มผืนหนา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจนางสะดุด ชุดแต่งงานสีแดงสดลวดลายมงคลอยู่ต่อหน้า

ความงามของชุดยังหรูหราเหมือนชุดแต่งงานของเหล่าชายาในราชวงศ์ ทั้งชุด ผ้าคลุมหน้า รองเท้า ผ้าเช็ดหน้า ทุกอย่างถูกแขวนไว้ที่ตู้ปลายเตียง ของเหล่านี้มันดูเกินฐานะฮูหยินทั่วไป ขนาดตระกูลใหญ่ยังไม่มีชุดพิธีการเช่นนี้

เสิ่นเยว่อึ้งจนพูดไม่ออก นางลำดับเหตุการณ์ในหัว

“เหลียงม่อ”

คนที่นางเรียกหาคือเงาที่อยู่ด้วยตลอดเวลา นางอยากรู้ว่าชุดแต่งงานนี่มันคือเรื่องตลกอะไรกันแน่

เหลียงม่อออกมาหาผู้เป็นนายที่นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นหลังจากที่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาเข้ามายืนด้านข้างอย่างนอบน้อมพร้อมกับเอ่ยถามความต้องการของผู้เป็นนายเสียงเบา

“นายหญิงต้องการให้ข้าจัดการสิ่งใด”

เสิ่นเยว่ชี้นิ้วไปที่ชุด ใบหน้าซีดลงเรื่อย ๆ เพราะนางเพิ่งคิดได้ถึงที่มาที่ไปของมัน นางคิดว่านางรู้แล้วว่าทำไมมันมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังอยากได้คำตอบที่ยืนยันความคิดตนเองอีกรอบ ไม่สนใจคำเรียกหาที่เปลี่ยนไปเช่นคำว่านายหญิง

“ชุดของใคร”

เสิ่นเยว่ถามหน้าตื่น ตอนนี้นางภาวนาขอให้มันเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งของตนเองเท่านั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ติด จากความกล้าที่ออกบ้าบิ่นเมื่อคืนทำให้ชีวิตของเสิ่นเยว่จากนี้เปลี่ยนไปจากที่วางแผนเอาไว้

“ชุดนี้นายท่านให้คนนำมาส่งให้ก่อนนายหญิงตื่นเพียงครึ่งชั่วยามขอรับ ชุดนี้ที่จริงถูกเตรียมไว้นานแล้ว ติดที่ว่าเจ้าสาวที่จะสวมไม่เข้าตานายท่าน ทำให้พวกนางหายหน้าไปหลายรายแล้ว ชุดนี้ทำจากไหมราตรีสีแดงสด ใช้เวลาทำนานกว่าปีเพื่อรอให้มีสตรีที่นายท่านพอใจเลือกด้วยตนเองมาสวมใส่ นายท่านแจ้งว่าหากนายหญิงสวมคงงดงามน่ามองมากหลายเท่า”

เสิ่นเยว่เหมือนคนกินยาขม นางเงียบไป ไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองควรคิดเรื่องอะไรดี แต่นางต้องหยุดคิดเรื่องนี้เสียก่อน ที่จริงวันนี้ละครที่นางเตรียมไว้มันต้องเริ่ม

“เอาไว้ก่อน ข้าต้องเตรียมตัว ปิงปิง เข้ามาที”

เสิ่นเยว่หันหน้าหนีจากชุด เอาเป็นว่านางควรจัดการเรื่องตรงหน้าเสียก่อน แม้ใบหน้าตอนนี้ยังแดงซ่านอยู่มาก

“นายหญิง นายท่านบอกว่าท่านต้องหย่าวันนี้ หากหย่าไม่ได้ นายท่านจะฆ่าคนตระกูลจางทั้งหมด ทุกอย่างจะได้ง่าย”

ได้ฟังแล้วเสิ่นเยว่รู้สึกว่าปวดหัวหนักมากกว่าเดิม หย่าหรือ นางจำได้ว่าเขาบอกให้นางหย่า แต่ไม่คิดว่ามันต้องเร็วขนาดนี้

อ่า…นี่นางเจอกับใครกันแน่ ทำไมเขาช่างมีอำนาจจัดการมากขนาดนี้ ถ้าไม่หย่า คนทั้งตระกูลจางต้องตาย ซึ่งเสิ่นเยว่ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนตายหมด ยิ่งกับสามีของนาง นางยังอยากให้เขาทรมานอีกนิด ไม่ใช่ตายง่าย ไหนจะเจิ้งส่วงอีก

เช่นนั้นแสดงว่าคงต้องหย่าจริง ๆ แล้ว

ปิงปิงก้าวเข้ามาพร้อมอ่างน้ำในมือ ก่อนจะตกใจจนอ่างเกือบหลุดมือ เมื่อเห็นชุดแต่งงานแสนงดงามหรูหราที่อยู่ในห้อง ใบหน้าปิงปิงฉายความไม่เข้าใจ มองเจ้านายอย่างตั้งคำถาม ชุดนี้ของใคร เพราะที่นายนางใช้ในวันแต่งงานมันไม่ใช่ชุดที่งดงามหรูหรามากขนาดนี้

เสิ่นเยว่เข้าใจว่าปิงปิงเป็นอะไร แต่นางไม่มีเวลามาอธิบาย นางต้องทำเวลาเพื่อไปชมละครฉากสนุก

“ไม่ต้องถาม รีบมาช่วยข้าแต่งตัว ข้าจะไปพบท่านแม่”

“เจ้าค่ะ”

ตอนนี้ยังถือว่าเช้าอยู่มาก เมื่อคืนถึงเสิ่นเยว่จะเข้าเรือนเร็ว แต่สามียังใช้เวลาอยู่กับเหล่าสหาย ดื่มสุราเคล้านารีต่อ ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาใช้เวลาถึงยามไหน

เช้าวันนี้เสิ่นเยว่ยังต้องแสดงความกตัญญู มาหาแม่สามี ถามไถ่และเป็นคนจัดการของขวัญมากมาย ทั้งจดบันทึก จัดเก็บและดูแลรายการข้าวของต่าง ๆ ตามหน้าที่สะใภ้ที่ดี

เสิ่นเยว่เดินเข้าไปในเรือนที่มีเตาให้ความอบอุ่น วันนี้อากาศหนาวเย็นมากกว่าทุกวัน คงเพราะหิมะใกล้จะตกลงมาเต็มที ผู้คนต่างไม่ออกจากจวนเพราะความหนาว

ในมือเสิ่นเยว่ยังมีเตาพกขนาดเล็ก ทำให้มือของนางไม่แข็ง ชุดที่คลุมกายก็หนาจนทำให้เสิ่นเยว่รู้สึกหนักไปทั่งร่าง

“มาแล้วหรือ เมื่อวานเจ้าจัดการดีมาก ทำให้สหายในวัยเดียวกับข้าอิจฉาข้ามากที่สะใภ้ทั้งสามของจวนต่างเป็นภรรยาที่ดี ดูแลจัดการงานได้ไม่มีที่ติ โดยเฉพาะเจ้า…”

คำชมจากแม่สามีทำให้เสิ่นเยว่ยิ้มหวาน ใบหน้าของนางฉายความรู้สึกดี

“เพราะได้ท่านแม่สั่งสอน ข้าจึงทำได้ดีเจ้าค่ะ”

“แล้วนี้จางเหวินซูไปหาเจ้าที่เรือนหรือไม่ เมื่อคืนข้าบอกเขาว่าให้ไปหาเจ้า คิดว่าเจ้าคงได้ทำหน้าที่ภรรยาอย่างสมบูรณ์แล้ว”

โจวเสวียนมองใบหน้าลูกสะใภ้ เมื่อวานก่อนที่จะกลับเรือน นางออกหน้าพูดเรื่องนี้กับบุตรชายแล้ว แม้สะใภ้คนนี้จะช่วยเรื่องหน้าที่การงานไม่ได้ แต่ด้านอื่นไม่มีที่ติ ความใจกว้างมากเมตตา จัดการเรือนนับว่าหาได้ยาก ที่ทำได้ดีมากขนาดนี้ นางจึงไม่อยากให้บุตรชายลงมือหนักอย่างที่เคยคุยกันเอาไว้ หากแต่งเจิ้งส่วงเข้ามา เสิ่นเยว่ยังเป็นฮูหยินรองอีกคนของจวนจางได้

เสิ่นเยว่หน้าเจื่อนลงทันที ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเพราะคำชมแม่สามีตอนนี้ไร้รอยยิ้มดั่งเดิม ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าแสดงความไม่เข้าใจ เมื่อคืนนางแจ้งบุตรชายแล้ว ทำไมยังไม่ทำตามที่นางสั่ง บุตรชายของนางไม่เคยขัดคำของนางสักครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ไปเรือนลูกสะใภ้

“ข้าไร้ความสามารถ ทำให้ท่านแม่ผิดหวังอีกแล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปที่คนสนิทด้วยความสงสัย แต่นางก็ไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะโกหก ใครบ้างไม่อยากทำหน้าที่ภรรยาให้ครบถ้วน

“ลูกชายข้า เขาอยู่ไหน”

ไม่ทันที่คนของโจวเสวียนจะออกไปหาคำตอบ เสียงโวยวายด้านนอกของเรือนก็เข้ามา ผู้ที่วิ่งมาน้ำตานองหน้าคือเหมยจื่อ ดวงหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ข้าง ๆ ที่ประคองเหมยจื่อมาคือซินซิน ทั้งสองเข้ากันได้ดีเพราะไม่ได้ต้องการเป็นใหญ่ เพียงต้องการความสะดวกสบายและอยู่ดีกินดีเท่านั้น จึงนับว่าเป็นมิตรกันได้

สาวงามสะใภ้จวนจางทั้งสองคนมีสีหน้าผิดหวังเสียใจ สิ่งนี้ทำให้เจ้าของเรือนอย่างโจวเสวียนถึงกับรู้สึกกลัวในใจลึก ๆ ว่าอาจจะมีเรื่องร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้น

“พวกเจ้าเป็นอะไร นั่นเหมยจื่อ เจ้าท้องอยู่ ไม่ควรร่ำไห้ ส่วนเจ้าอนุซิน ทำไมมีสีหน้าเช่นนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

เหมยจื่อนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลรินเรื่อย ๆ ไม่หยุด มองไปทางฮูหยินของจวนและเจ้าของเรือนอย่างเจ็บช้ำ ข่าวที่นางได้รับช่วงเช้าช่างเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนท้องที่อ่อนไหวง่าย

“เหมยจื่อ รีบพูดมาเร็วเข้า มีเรื่องอะไรกัน”

เสิ่นเยว่ย้ำถามอีกรอบ ใบหน้าก็มีความวิตก นางเข้าไปใกล้แม่สามีและปลอบแม่สามีว่าอย่าเพิ่งคิดมาก ให้รอฟังเสียก่อน

ข้ารับใช้นำเก้าอี้เข้ามาให้ทั้งสองนั่ง ก่อนที่เหมยจื่อจะเอ่ยปากถึงสาเหตุที่ทำให้นางร่ำไห้แต่เช้า

“ท่านแม่ เรื่องท่านพี่เจ้าค่ะ”

โจวเสวียวตื่นตัว นางที่แก่ชราแล้วถึงกับหายใจลำบากมากขึ้น ตอนนี้ยิ่งรู้สึกหน้าอกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ต้องให้คนสนิทนำยาหอมที่ปรุงจากสมุนไพรชั้นดีมาให้ดม

“เขาเป็นอะไร รีบพูดมา ยังชักช้าอีก”

เหมยจื่อหลับตาไปสองสามอึดใจก่อนจะพูดถึงสาเหตุทั้งหมดออกมา โดยมีซินซินนั่งปลอบข้าง ๆ

“ท่านแม่ ตอนนี้คนของข้าที่ออกไปตลาดเช้ามืดกลับมารายงาน ท่านพี่ถูกเสนาบดีเจิ้งลงโทษ ท่านพี่…ท่านพี่แอบมีความสัมพันธ์กับคุณหนูเจิ้งส่วง คนที่เห็นเหตุการณ์มีมากกว่าสิบ พวกเขามีความสัมพันธ์กันต่อหน้าผู้คนมากมาย ทั้งเรื่องยังเกิดขึ้นที่หอนางโลม ท่านพี่ออกไปเมื่อคืน ข้าคิดว่าท่านพี่ไปกินดื่มกับสหายต่อที่นั่น ไม่คิดเลยว่าเช้ามาจะเกิดเรื่องเช่นนี้ ตอนนี้เสนาบดีเจิ้งกำลังมาที่นี่ เขายังเอ่ยปากที่หอนางโลมว่าท่านพี่ต้องรับผิดชอบโดยการแต่งคุณหนูเจิ้งส่วงเป็นฮูหยินเอกของตนเอง หากแต่งนางมาเป็นฮูหยินเอก แล้วพี่สาวเสิ่นนางจะเป็นอะไร เรื่องนี้ท่านแม่ต้องจัดการนะเจ้าคะ”

ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนถึงกับหน้ามืด ส่วนเสิ่นเยว่ก็หน้าซีดไม่ต่างกัน นางปล่อยมือจากแม่สามี น้ำตานองใบหน้า ดวงตาแสดงออกถึงความเจ็บปวดเสียใจจากเรื่องที่ต้องพบเจอ

“ปิงปิง กลับไปที่เรือน เก็บของให้หมด ข้าจะหย่ากับเขา”

ทันทีที่เสิ่นเยว่พูดจบ นางก็วิ่งออกไปจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าทันที ทำให้ทั้งสามที่อยู่ในเรือนตกใจมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่คิดว่าจะได้ยินคำว่าหย่าออกมาจากปากของสตรีที่จิตใจดี ใจกว้างมากเมตตาเช่นเสิ่นเยว่

โจวเสวียนที่ยังมึนงง ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เสนาบดีเจิ้งกำลังมาที่นี่ ส่วนสะใภ้ของนางก็ออกปากว่าจะหย่าขาด เรื่องที่เกิดขึ้นเร็วมากจนนางตั้งตัวไม่ทัน

เสิ่นเยว่กลับมาถึงเรือน นางให้ปิงปิงจัดการเก็บของทุกอย่างลงหีบ ตอนนี้เหลือชุดแต่งงานที่โดดเด่นอยู่ เสิ่นเยว่ใส่มันลงหีบติดตัวเพื่อนำไปด้วย ดีที่ตอนแต่งมานำคนของตนเองมาด้วยถึงไม่ได้สนิทยังพาออกไปด้วยได้ ทำให้มีคนช่วยจัดเก็บข่าวของ

นางไม่ได้จะกลับจวนเสิ่นเพราะทั้งบิดามารดาคงถูกต่อว่าในความใจกล้าของเสิ่นเยว่ ทางเลือกนี้นางเลือกเอง ไม่อยากให้ไปลำบากบิดามารดา สตรีที่แต่งงานแล้วเหมือนน้ำที่ถูกสาดออกจากจวน นางต้องหาทางอื่น

ดีที่เสิ่นเยว่แอบซื้อจวนไว้เมื่อนานมาแล้ว นางได้เงินตำลึงมามากจากที่บิดามอบให้ เด็กสาวจึงสนใจเรือนที่อยู่ชานเมือง แม้ไม่ใหญ่โตแต่สะดวกสบาย นางซื้อมันเอาไว้ คิดว่าตอนนี้คงได้ใช้เป็นที่หลับนอน

เงินเก็บที่มีก็นับว่ามากพอสมควร พอที่จะให้ใช้ชีวิตได้ไม่ลำบาก ถ้าหาลู่ทางได้ก็จะดีมากขึ้น

“เหลียงม่อ”

ปิงปิงที่เก็บของอยู่เงยหน้าขึ้นมาแต่เกือบกรีดร้องอีกหนหลังจากพบเรื่องตกใจตั้งแต่เช้า เมื่อเห็นว่าตอนนี้ข้างกายนายของนางมีบุรุษชุดดำปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่นางปิดปากทันเพราะเห็นว่าคนที่เรียกออกมาคือนายตนเอง

“ขอรับนายหญิง”

“ให้คนมาขนของข้าทั้งหมดไปไว้ที่จวนชานเมือง จวนแห่งนั้นจะมีต้นซิ่งฮวาต้นหนึ่งอยู่หน้าเรือน อยู่ทางทิศตะวันตก”

“นายท่านบอกว่าให้พานายหญิงไปที่จวนได้เลยขอรับ”

“เขาพูดเช่นนั้นหรือ”

“ขอรับ”

เสิ่นเยว่ยิ้ม นางคงไม่มีสิทธิ์เลือกแล้ว ในเมื่อนางเลือกที่จะเปิดหน้าเขา นางก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเองแล้ว อีกทั้งการไปกับเขาก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

เจ้าสาวของคนแปลกหน้า มันอาจจะไม่แย่เท่าการเป็นฮูหยินที่สามีคิดหาทางฆ่าทิ้งตลอดเวลาก็เป็นไปได้

“เช่นนั้นทำตามเขาว่าเถอะ ส่วนเจ้า ปิงปิง เอาเท่าที่ถือไหว เอาหีบเครื่องประดับและชุดแต่งงานแล้วกัน นอกนั้นให้คนมาจัดการต่อ”

ปิงปิงไม่กล้าถามอะไรมาก นางพยักหน้าเข้าใจ พร้อมเข้ามาถือหีบไว้แน่น เดินตามนายสาวออกมาด้านนอกเรือน ที่ตอนนี้ด้านหน้าจวนกำลังมีเรื่องใหญ่โตเกิดขึ้น

เรื่องงามหน้าของขุนนางจางเหวินซูและคุณหนูเจิ้งส่วง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป