บทที่ 9 เป็นสตรีของข้า

บทที่ 9

เป็นสตรีของข้า

เช้าวันนี้ช่างเป็นเช้าที่แสนวุ่นวาย วันนี้เป็นวันที่มีงานเลี้ยงที่จวนจางเพราะเป็นวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าของจวน แม่งานที่จัดการทุกอย่างในวันนี้คือเสิ่นเยว่ที่เป็นฮูหยินของจวน งานวันเกิดของแม่สามีนางจึงใส่ใจมากเป็นพิเศษ เตรียมของขวัญที่ไม่มีใครสามารถให้อีกฝ่ายได้เพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อครอบครัวสามี

จากงานเลี้ยงในวังมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าเดือน เรื่องราวต่าง ๆ ยุ่งเหยิงมากยิ่งกว่าเก่า ข่าวของจางเหวินซูและเจิ้งส่วงเป็นที่พูดถึงมากกว่าเดิมเพราะทั้งสองคนไปไหนมาไหนก็ถูกจับตามองมากขึ้น เกิดเป็นข่าวเสียหายทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับเรียกบุตรชายไปต่อว่า ส่วนเสิ่นเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร นางทำหน้าที่ภรรยาที่ดีเช่นเคย

“ท่านแม่…แขกเริ่มมาแล้วเจ้าค่ะ เวลานี้ท่านพี่รับแขกที่ด้านหน้า ข้าจึงคิดว่าท่านแม่ออกไปที่งานเวลานี้จึงจะดี”

ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนมองลูกสะใภ้ที่นางเลือกมาเองกับมือ ลูกสะใภ้คนนี้มีดีตรงนี้ รู้หน้าที่และเมตตา ใจกว้าง ดูแลเรือนกับเหล่าอนุคนอื่นได้เป็นอย่างดี ไม่มีเรื่องให้ปวดหัวเหมือนจวนอื่นที่มักเกิดปัญหาระหว่างฮูหยินเอกของจวนกับเหล่าอนุเมียรองคนอื่น ๆ

“ทุกอย่างจัดการดีแล้วใช่หรือไม่ งานครั้งนี้หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาคงเสียหน้าแย่ ข้าไม่อยากให้จวนจางเป็นหัวข้อตลกของผู้อื่น ไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะเราได้”

เสิ่นเยว่ยิ้มรับ นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่แม่สามีกำลังจิกกัด นางเข้าไปพยุงอีกฝ่ายอย่างเบามือ ประคองเดินด้วยความตั้งใจ

น้ำเสียงที่โต้ตอบก็อ่อนหวานสมกับเป็นสตรีอ่อนหวานอ่อนโยน

“ท่านแม่อย่าเป็นห่วง อาหาร ของหวาน ผลไม้ น้ำชา และเหล้า ข้าเตรียมอย่างดี ส่วนข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่ต่างรู้จักหน้าที่ตนเองไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอนเจ้าค่ะ”

“ดี…ได้ยินเจ้าพูดแบบนี้ค่อยวางใจมากขึ้น”

เพราะเสิ่นเยว่จัดการงานทำให้นางเบาใจได้หลายส่วน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีเรื่องขายหน้าขึ้นในวันนี้ที่เป็นวันเกิดตัวเอง ด้วยใกล้เข้าหน้าหนาวเต็มที่ ทำให้คนที่มางานล้วนสวมชุดคลุมหนา แต่มันก็งดงามไปอีกแบบ

“ท่านแม่ งานวันเกิดท่านจะผิดพลาดได้อย่างไร ข้าจัดการเรื่องทุกอย่างแล้ว เชื่อว่าท่านแม่ต้องชอบเจ้าค่ะ”

เมื่อเจ้าของวันเกิดเข้ามาภายในงาน แขกที่มาร่วมงานต่างก็เข้ามาอวยพร การพูดคุยเกิดขึ้น ต่างคนต่างใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เสิ่นเยว่ดูแลแม่สามีอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่ายตลอดเวลา ฮูหยินผู้เฒ่าถือว่าอายุมาก ไม่เหมาะที่จะให้อยู่เพียงผู้เดียว จางเหวินซูทำหน้าที่รับแขก งานเรื่องอาหาร ชา เหล้า เป็นเหมยจื่อดูแล ส่วนเรื่องการแสดงเป็นซินซินที่จัดการ เรื่องพวกนี้เสิ่นเยว่ได้แบ่งหน้าที่แล้วเพื่อไม่ให้งานหนักมาตกอยู่ที่นางคนเดียว อีกอย่างทั้งเหมยจื่อและซินซินจะได้มีหน้ามีตาออกงานครั้งนี้ได้อย่างไม่อายใครด้วยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน

ฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้าเบิกบานมาก นางเห็นงานออกมาดีกว่าที่คิด การแสดงแปลกตาและไพเราะ ข้ารับใช้ถูกคุมจนงานออกมาดี แขกที่มาต่างชมว่าอาหารอร่อย ขนมดี ชารสเลิศ สร้างหน้าสร้างตาให้จวนจางไม่น้อย

ของขวัญมากมายถูกส่งมอบให้เจ้าของวันเกิด จางเหวินซูที่เป็นบุตรชายมอบสร้อยที่มีมรกตเม็ดขนาดกลางประดับกลางให้มารดาเป็นของขวัญ ซึ่งมันทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มหน้าบานกับของขวัญที่ได้ มรกตเป็นของราคาแพง เม็ดขนาดนี้ยังราคาสูงจนหาได้ยาก บุตรชายของนางเป็นคนกตัญญูจริง ๆ ไม่เสียแรงที่คิดส่งเสริมให้ก้าวหน้า

ต่อมาเสิ่นเยว่ยังมอบกำไลหยกร้อยปีแกะสลักลวดลายซิ่งฮวางดงามล้ำค่าหายากให้แม่สามี เรียกได้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ทั้งบุตรชายและสะใภ้ต่างไม่ทำให้ขายหน้า ส่วนฮูหยินรองของจวนอย่างเหมยจื่อมอบภาพวาดจากจิตรกรชื่อดังที่หาได้ยาก ราคาภาพวาดของจิตรกรผู้นี้ราคาแพงยิ่งกว่าอะไร ส่วนซินซินก็มอบพระพุทธรูปที่สลักมาจากไม้หอม อายุกว่าร้อยปี เรียกได้ว่าสะใภ้ทุกคนของจวนจางต่างมีของล้ำค่ามามอบให้แม่สามีจนจวนอื่นต่างอิจฉาในความโชคดีของฮูหยินผู้เฒ่าที่เหล่าสะใภ้ต่างเอาใจใส่มอบแต่ของดี ๆ ให้ทั้งหมด

เมื่อแต่ละจวนออกมามอบของขวัญ ก็ถึงคราวของเจิ้งส่วงที่เป็นตัวแทนตระกูลเจิ้งมาร่วมงาน นางก้าวเข้ามาตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกับมอบแหวนหยกสีเขียวมรกตให้เป็นของขวัญ ถือได้ว่าราคาไม่ใช่น้อย แต่ถ้าเทียบกับของที่เหล่าสะใภ้หามาให้ แหวนหยกวงนี้ยังดูธรรมดาเกินไป

ในใจเจิ้งส่วงตอนนี้มีความอับอาย แต่นางแก้ไขอะไรไม่ได้ ไม่คิดเลยว่ามันจะผิดจากที่รู้มาทั้งหมด ก่อนหน้านี้นางสอบถามจากมู่อัน สาวใช้คนสนิทของเสิ่นเยว่ที่ตายไป รู้ว่าอีกฝ่ายเตรียมเพียงปิ่นไม้ธรรมดา ๆ ให้เท่านั้น แต่พอถึงวันงาน สิ่งที่อีกฝ่ายหามาให้กลับโดดเด่นจนของขวัญที่นางเตรียมมาเทียบไม่ได้ เพียงนังเสิ่นเยว่ยังพอทน แต่นี่สะใภ้จวนจางอีกสองคนต่างมอบของล้ำค่าหายากทำให้นางแทบไม่กล้าเงยหน้า

เสิ่นเยว่มองความอับอายของเจิ้งส่วงเป็นเหมือนขนมหวานอย่างหนึ่งที่แสนจะอร่อยล้ำ นางรู้ว่ามู่อันต้องบอกเรื่องของขวัญที่นางเตรียม ก่อนวันงาน เสิ่นเยว่จึงหาอย่างอื่นมาเปลี่ยน ร่วมถึงให้ความช่วยเหลือกับสตรีอีกสองคนอย่างเหมยจื่อและซินซินเรื่องการหาของขวัญ เพราะถ้าวันนี้ทั้งสองให้ของขวัญที่ไม่ดี แม่สามีจะอารมณ์เสียจนเอามาลงที่นางเช่นชาติภพที่ตาย

นางบอกทั้งสองว่าวันงานไม่อยากให้ทั้งสองถูกมองในแง่ไม่ดี นางจึงออกหน้าช่วย อีกอย่างเพื่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าพอใจ ทั้งสองจะได้ใช้ชีวิตในจวนจางง่ายมากขึ้น

เรียกได้ว่าเสิ่นเยว่ได้รับความไว้ใจจากเหมยจื่อและซินซินเต็มสิบส่วน พวกนางสองคนมองเสิ่นเยว่เป็นฮูหยินที่มากเมตตาไปแล้วจริง ๆ

คืนนั้นเสิ่นเยว่คิดว่าควรเข้านอนเร็วมากกว่าปกติด้วยอากาศเย็น ติดที่ว่าแขกที่มาหาช่างหน้าหนา ในมือของเขายังมีเหล้าดอกท้อที่เสิ่นเยว่เอ่ยปากบอกเขาว่านางชอบมาถึงสองขวดอีกด้วย

“เจ้าจะไม่ดื่มเป็นเพื่อนข้าหรือ มันแก้ความหนาวได้นะ”

“วันนี้ข้าเหนื่อย”

เสิ่นเยว่ตอบเสียงเบา นางทั้งเหนื่อยทั้งหนาว จะมากินเหล้าได้อย่างไรกัน

“ยิ่งเหนื่อยยิ่งต้องดื่ม ยิ่งหนาวยิ่งต้องเพิ่มความอบอุ่น ข้าเอาเหล้าที่เจ้าชอบมาเชียว วันนี้ยังช่วยเจ้าหลายอย่าง เรื่องของขวัญและยาที่เจ้าต้องการ เจ้าจะใจร้ายไม่นั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าหน่อยหรือ กระต่ายน้อย”

เสิ่นเยว่กลอกตาทันที นางเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับดึงเหล้าออกจากมือของบุรุษสวมหน้ากาก หันกายกลับมาหาเตียงกว้าง เดินมานั่งลงที่เตียงหนานุ่มก่อนจะเปิดจุกขวดเหล้า ดมกลิ่นเหล้าดอกท้อที่แสนหอม เมื่อดมจนพอใจ เสิ่นเยว่ก็กระดกมันลงคอทันที จนครบสามอึกนางจึงยื่นมันคือให้เขา

“ไม่คิดว่าเจ้าจะได้ใจข้าขนาดนี้”

อีกฝ่ายเองก็กระดกเหล้าดื่มเช่นเดียวกัน เขาเข้ามานั่งลงข้างกายเสิ่นเยว่ เว้นพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองเล็กน้อย การดวลสุราของทั้งสองคนเกิดขึ้นโดยที่ไร้วาจาต่อกันอีกครั้ง กว่าเหล้าจะหมด สติของเสิ่นเยว่ก็เหลือน้อยนิดเต็มทน

“กระต่ายน้อย เจ้าเมาแล้ว”

เสียงทุ้มนุ่มแฝงความเจ้าเล่ห์ที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาร่างกายของเสิ่นเยว่ร้อนผ่าว นางหันมามองใบหน้าเขาที่เห็นเพียงใบหน้าช่วงล่าง ริมฝีปากของเขาหนากว่านางเพียงเล็กน้อย แต่สีกลับชมพูระเรื่อดั่งริมฝีปากสตรี

มือของเสิ่นเยว่เอื้อมไปข้างหน้าจับที่หน้ากากเขาแน่น

“เจ้าอยากเห็นหน้าข้าหรือ”

“ข้าเห็นไม่ได้หรือ หากไม่อยากให้เห็น ข้าไม่ดูก็ได้”

เสิ่นเยว่ดึงมือกลับแต่ถูกมือของเขาคว้าเอาไว้ ทำให้นางที่กำลังนึกสนุกอยากแกล้งคนที่ซ่อนใบหน้าถึงกับยิ้มออกมา

“ท่านจะให้ข้าเห็นหรือ”

“ได้สิ ถ้าเจ้าต้องการ แต่ข้ามีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ต้องบอกเจ้าก่อน ถ้าเจ้าตกลง ข้าจะให้เจ้าทำตามใจ เจ้าว่ายังไงกระต่ายน้อย ตกลงหรือไม่”

เสิ่นเยว่เอียงคอทำท่าทางน่ารัก นางหัวเราะออกมาเสียงสดใส ใบหน้างดงามเย้ายวนในยามเมามายยื่นมาประชิดใบหน้าบุรุษหน้ากาก ลมหายใจของนางราดรดปลายจมูกของเขา

“กฎที่ว่าคืออะไร”

“เป็นสตรีของข้า…”

เสิ่นเยว่ที่มองอยู่ยิ่งหัวเราะมากขึ้น นิ้วชี้ของนางเอื้อมไปจับปอยผมสีดำสนิทขึ้นมาเล่นอย่างสนุกมือ อีกข้างก็ลูบไล้หน้ากาก ความเมาทำให้เสิ่นเยว่กล้าจนกลายเป็นอีกคน

“ข้าแต่งงานแล้ว เป็นของบุรุษอื่น ไม่ยากถ้าข้าหย่า แต่ที่ยากคือท่านจะไม่เสียชื่อเสียงหรือ ถ้าท่านคิดจะรับข้าเป็นของท่าน อีกทั้งหากข้าเป็นของท่าน ฐานะของข้าที่จะได้คืออะไร หากน่าสนใจพอ ข้าจะพิจารณาอีกที”

“ฮ่า ๆ กระต่ายน้อย เจ้าช่างเป็นนักต่อรองที่ดี”

“ต่อรองไม่ได้หรือ”

เสิ่นเยว่ทำหน้าตาน่ารักน่าชัง นางดึงเส้นผมเขาเล่นจนพันกันยุ่ง อีกมือก็เลื่อนลงมาลูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างสนใจจะเล่นให้สนุกมือ ดวงตาทั้งสองของเสิ่นเยว่ฉายความสนุกออกมาเต็มที่

“เจ้าเมาแล้วมีความกล้าดี ข้าชอบเจ้าแบบนี้ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาเจ้าจำไม่ได้ ข้าคงเสียใจแย่”

“ข้าไม่ลืมหรอก ว่าแต่ท่านจะบอกได้หรือยังว่ามีข้อแลกเปลี่ยนใดที่น่าสนใจอีก หากมันมากพอ ข้าจะหย่าพรุ่งนี้แล้วไปเป็นสตรีของท่านเลยว่าอย่างไร”

ดวงตาสีดำสนิทเผยความชอบใจมากขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้น จับจ้องร่างบอบบางในชุดนอนสีขาวที่ตอนนี้เสื้อคลุมของนางเลื่อนหลุดจนไปกองอยู่ที่เอวโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัวเพราะเมามายจากสุราที่กินเข้าไป

น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มมันยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากพานางไปด้วยเสียเดี๋ยวนี้

“ฮูหยินของข้า เจ้าสนหรือไม่”

เสิ่นเยว่ดึงหน้ากากของเขาออกทันทีที่ได้ยินข้อเสนอ เมื่อหน้ากากสีเงินพ้นใบหน้า เสิ่นเยว่ก็ตกตะลึงไปทันที เขาหล่อเหลามากกว่าที่นางคิดและยังดูคุ้นตาอีกด้วย

“ท่านหล่อเหลามากกว่าที่ข้าคิด หล่อเหลามากกว่าบุรุษไหนที่ข้าเคยเจอ”

“ข้าถือว่าเจ้าตกลงแล้ว ถึงได้ดึงหน้ากากข้า กระต่ายน้อย”

เสิ่นเยว่พยักหน้าหงึกหงัก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ดวงตาของเสิ่นเยว่กำลังจะปิดลงช้า ๆ เพราะนางฝืนมากเกินไปแล้ว เหล้าดอกท้อขวดนี้แรงจริง ๆ

แต่ก่อนที่จะหลับไป เสียงของเขายังดังชัดในความทรงจำ

“ถึงเจ้าไม่ถอด ข้าก็จะถอดให้เจ้าเห็น กระต่ายน้อย เจ้าจะได้หนีข้าไม่ได้ พรุ่งนี้รีบหย่าเสีย แล้วข้าจะได้ส่งเกี้ยวเจ้าสาวมารับ กระต่ายน้อยของข้า”

เสิ่นเยว่พึมพำรับปากก่อนจะหลับไปทันที ส่วนเจ้าของหน้ากากที่นางถือในมือแน่นก็ออกคำสั่งกับคนของตนเองทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป