บทที่ 1 เสียความทรงจำ

ตอนที่1 เสียความทรงจำ

ร่างสูงที่ยืนมองร่างบางที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าเรียบนิ่งจนเกือบเย็นชา พร้อมกับความรู้สึกมากมายของเขาที่คิดอยู่ภายในหัวโดยไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลย ว่าเขากำลังคิดอะไร และจะทำอะไร

“แค่ก! แค่ก!” เสียงไอแหบแห้งของร่างบางดังขึ้นพร้อมกับเปลือกตาบางที่เริ่มขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าอ่อนแรง และดวงดำขลับที่กลอกกลิ้งด้วยความว่างเปล่าอย่างคนสติยังไม่เข้าร่องเข้ารอย

ดวงตาดำที่มองไปด้านบนเพดานและไล่มองไปรอบๆ ห้องด้วยความว่างเปล่าเหมือนกำลังจับต้นชนปลาย จนสุดท้ายคิ้วบางก็ขมวดแน่นเป็นปมเมื่อเห็นร่างสูงที่กำลังยือมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง นิ่งจนเธอคิดว่าเป็นรูปปั้นตั้งอยู่ยังไม่เกินไป

“คุณ?” ร่างบางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างแปลกใจ เพราะตอนนี้ในหัวของเธอกลับไม่มีเรื่องราวอะไรเลยสักอย่าง

มันว่างเปล่าไปหมดจนเธอ...

“ตื่นแล้วก็กลับบ้าน” เสียงเรียบนิ่งติดเย็นชาของเขาเอ่ยขึ้นโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ และนั่นก็ทำให้เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด

“บ้านเหรอ” น้ำเสียงเหม่อลอยเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาเหมือนคนสับสน

บ้านของเธอเหรอ อยู่ที่ไหนกันนะ

“.....” แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจจะตอบคำถามของหญิงสาวแม้แต่น้อย ก่อนเขาจะกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อให้จัดการถอดสายน้ำเกลือให้กับเธอ

“คุณ...เป็นใครเหรอ” แล้วเธอก็ถามเรื่องที่ไม่รู้ออกมาด้วยความสงสัยมากกว่าเดิม

ใช่แล้ว เธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร และเธอจำอะไรไม่ได้เลย

“สามีเธอ” แล้วชายหนุ่มตรงหน้าก็ตอบกลับออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น

“!...สามี?” เธอทวนคำพูดนั้นอย่างรู้ดีว่าแปลว่าอะไร ก่อนจะย้อนถามเขาอย่างไม่อยากเชื่อเลย

สามีที่เธอเข้าใจว่ามันคือผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งและอยู่อาศัยด้วยกันเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอรู้ว่ามันคือแบบนี้

เธอแต่งงานแล้วอย่างนั้นเหรอ แล้วเขาก็คือสามีของเธอนั่นเอง... แต่ทำไมเธอถึงจำเขาไม่ได้เลยสักนิดล่ะ ทำไมเธอถึงไม่คุ้นเคยกับเขาเลยแม้แต่น้อย ราวกับพึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

แต่เขาก็ไม่ได้พูดอธิบายอะไร ก่อนพยาบาลจะเข้ามาจัดการหน้าที่ของตัวเองจนเรียบร้อย

“กลับ” เสียงเรียบนิ่งดังขึ้นสั่งบอกเธอหลังพยาบาลจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็สั่งและเดินนำหญิงสาวออกไปโดยมีบุรุษพยาบาลเข็นรถเข้ามาเข็นหญิงสาวตามเขาออกไปจากห้องพักฟื้นแห่งนี้ไป

รถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าประตูทางเข้าออกของตัวอาคารของโรงพยาบาล ก่อนคนบนรถจะลงมาเปิดประตูให้กับเขา หญิงสาวมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยอมลงจากรถเข็นและขึ้นรถคันนั้นไปอย่างไม่เรื่องมาก ก่อนรถจะแล่นออกไปด้วยความเร็วแต่กลับนิ่มนวล

“ทำไมฉันถึงจำคุณไม่ได้เลยคะ” หลังจากขึ้นมาบนรถที่มีเพียงความเงียบจนชวนอึดอัด เธอก็หันไปถามเขาออกไปด้วยความอยากรู้และอยากฟังเรื่องราวของเรามากกว่านี้

ถ้าเธอเป็นภรรยาของเขาจริงๆ ทำไมความรู้สึกมันกลับไม่คุ้นเคยเลยสักนิด ทำไมเธอกลับจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่ไม่ใช่แค่ชื่อของเขาหรอก...

“คุณประสบอุบัติเหตุ ทำให้ความทรงจำหายไปครับ” แต่คนที่ถามกลับไม่ยอมตอบอะไรออกมา แต่กลับเป็นผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับเป็นคนตอบออกมาเองด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแทบไม่ต่างจากผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้เลย

“ความทรงจำหายไป” เธอทวนคำพูดนั้นอย่างไม่อยากเชื่อเลยสักนิด แต่เพราะแบบนี้เองสินะ เธอถึงจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างแม้แต่ชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ

“คุณชื่อปลายฟ้า และสามีของคุณ คุณป้องปราบครับ” ยังคงเป็นชายหนุ่มคนเดิมที่พูดขึ้นเพื่อแนะนำให้เธอได้รู้ว่าตัวเองชื่ออะไรและสามีของเธอว่าชื่ออะไร

“ปลายฟ้า ป้องปราบ” เธอทวนชื่อของตัวเองกับชื่อของเขาไว้ในฝีปากก่อนจะพยายามจดในสิ่งที่จำไม่ได้เลยสักนิด จนมีใครพูดออกมาก็ยังไม่คุ้นเลยด้วยซ้ำ

“แล้วพ่อแม่ของฉันล่ะคะ” พอได้รู้ชื่อตัวเองกับสามีแล้วเธอก็ยังคงถามต่อถึงเรื่องที่น่าจะต้องรู้ไว้ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวเดิมเธอล่ะ พ่อแม่ของเธออยู่ที่ไหนไม่มาหาเธอบ้างเหรอ

แต่หลังจากเธอถามเรื่องนี้ออกไป ครั้งนี้ทุกอย่างกลับตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครตอบอะไรออกมาเหมือนตอนแรก ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอไม่เข้าใจ

ทำไมเขาไม่ตอบต่ออีกล่ะ หรือว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเธอ แล้วทำไม...

“โอ้ย!” หลังจากเธอพยายามใช้ความคิดที่มากเกินไป นั่นกลับทำให้เธอเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างหนัก บวกกับการพึ่งฟื้นมาจากการหลับใหลนั่นอีก ถือว่าร่างกายของเธอยังไม่หายดีเลยจนปวดร้าวไปหมด

“ตอนนี้คุณพึ่งฟื้น อย่าพึ่งคิดอะไรเลยครับ” ชายหนุ่มคนเดิมพูดออกมาเมื่อเห็นอาการของเธอไม่สู้ดีเท่าไหร่

“.....” และนั่นก็ทำให้เธอพยายามเลิกคิดเรื่องราวมากมายที่เธออยากรู้แต่กลับไร้คำตอบ

แต่นั่นสินะ เดี๋ยวอีกไม่นานเธอก็คงได้รับรู้อะไรมากกว่านี้อย่างที่ควรจะได้รู้ ยังไงเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องพื้นฐานทั้งนั้น ส่วนตอนนี้เธอจะคิดอะไรไปก็คงไม่ดีและไม่ได้คำตอบ ยังไงเวลาที่เธอจะได้ฟื้นความทรงจำก็มีอีกตั้งมากมายและระหว่างนี้บางทีสามีของเธออาจจะเล่าอะไรเพิ่มเติมให้เธอฟังด้วย เธอไม่ควรรีบร้อนเกินไป

สุดท้ายหญิงสาวก็ได้หลับไปเพราะความเพลียและอาการปวดหัวที่กำเริบเล่นงาน ทำให้บนรถเหลือไว้เพียงความเงียบอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้ร่างสูงที่นั่งเงียบด้านข้างเธอมาตลอดได้หันมามองใบหน้าหวานด้วยความคิดหลากหลายอีกครั้ง

คฤหาสน์วิริยะโชติวาณิชย์...

“อุ้มเธอไปที่ห้องพัก” หลังจากรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดในตัวบ้านหลังใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกลับหันไปพูดกับมือขวาของเขาก่อนจะลงจากรถและเข้าบ้านไปก่อนทั้งที่การกระทำนี้ควรเป็นสามีที่ทำมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่เขาไม่ได้ไปยังห้องพักของหญิงสาว เพียงแต่เลือกจะเดินมายังห้องๆ หนึ่งที่เป็นห้องของเขาเอง ห้องที่มีความทรงจำมากมายของเขา...

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! สักพักเสียงเคาะประตูหน้าห้องที่ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองก่อนจะปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติอีกครั้ง

“เข้ามา” เสียงเข้มเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะเก็บบางอย่างไว้ที่หัวเตียงคืน

“คุณปลายฟ้าอยากเจอคุณครับ” เต๊นท์มือขวาของป้องปราบเอ่ยขึ้นรายงานเจ้านายของตัวเอง

“อืม” ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ตอบรับอย่างเข้าใจก่อนจะลุกออกจากห้องนอนของตัวเองไปยังห้องพักของหญิงสาวตามที่เธอต้องการ

บทถัดไป