บทที่ 2 บางอย่างที่เข้าไม่ถึง

ตอนที่2 บางอย่างที่เข้าไม่ถึง

แกร็ก!

เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งจนไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกห่างเหินกับเขาอยู่เสมอ นั่นทำให้ปลายฟ้าหันไปยิ้มให้เขาด้วยความดีใจ

“มีอะไร” เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งออกมาอย่างเข้าประเด็น นั่นทำให้รอยยิ้มของเธอหุบลงช้าๆ ด้วยความรู้สึกกลัวและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะว่าเขาเอาแต่นิ่งมากตลอดเวลา แต่กลับเป็นความนิ่งที่น่ากลัวที่เข้าไม่ถึงเลยสักนิด

“คุณ...ไปไหนมาเหรอคะ” แต่ถึงจะรู้สึกห่างเหินจนไม่สัมผัสถึงคำว่าสามีภรรยา แต่เธอก็เลือกจะถามเขาออกไปด้วยความอยากรู้มากกว่า เพราะตอนนี้สำหรับเธอแล้วจะเรียกว่าไว้ใจเขาคนเดียวก็ได้

การตื่นมาจำอะไรไม่ได้และเห็นเขาคนแรก พร้อกับสถานะของสามีของเรา นั่นก็หมายความว่าเธอสามารถไว้ใจเขาได้ และคงจะเป็นคนเดียวในตอนนี้ที่เธอเชื่อใจที่สุด

“มีอะไร” นอกจากเขาไม่ตอบคำถามของเธอแล้วยังเลือกจะถามซ้ำคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและสีหน้านิ่งเรียบเหมือนเดิม นั่นทำให้เธอแปลกใจและสงสัยกับท่าทางของเขามากจนคาดเดาอะไรไม่ได้เลยสักนิด

“คุณเต๊นท์บอกว่า เราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันเหรอคะ” เธอถามสิ่งที่สงสัยและไม่เข้าใจออกไปอย่างที่ได้รับรู้มาก

ถึงแม้ว่าเธอจะจำเรื่องราวและบุคคลไม่ได้เลยสักนิด แต่มันก็มีหลายอย่างที่เธอยังพอจะรู้และเข้าใจได้อย่างไม่ต้องทำความเข้าใจ

อย่างเช่นกับเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เธอเข้าใจ ว่าสามีภรรยากันปกตแล้วต้องนอนร่วมห้องกัน อยู่ด้วยกัน แต่ทำไมเขากับเธอกลับไม่ใช่แบบนั้นล่ะ?...

“ฉันทำงานดึก เลยแยกห้องกับเธอ” ป้องปราบก็ตอบกลับคำถามและความสงสัยของเธอออกมาให้เข้าใจ แต่มันก็ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลยไม่ใช่เหรอ

“คุณ... มาอยู่กับฉันไม่ได้เหรอคะ” เธอได้ยินแบบนั้นก็เหมือนจะเข้าใจเหตุผลของเขาขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เลือกจะขอเขาขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ที่เธอต้องการเขา

เพราะตอนนี้เธอยอมรับว่าตัวเองกลัวไปหมดทุกอย่าง มันเหมือนกับว่าตัวเธอยืนอยู่ในที่สว่างและมองไปยังรอบๆ ที่มืดมิดโดยไม่เห็นหรือรับรู้อะไรเลย

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองจะต้องไปทางไหน ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงหรือหาใครได้บ้าง เธอกลัวไปหมดจนอยากหลับตาหนีทุกสิ่ง หรือมีใครสักคนก็ได้ที่อยู่ข้างๆ เธอไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกับหัวสมองของเธอ

“ฉันมีงานต้องทำ” เสียงของป้องปราบเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเป็นคำตอบที่สื่อให้รู้ว่าคือการปฏิเสธ และนั่นก็ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นทันทีกับเสียงที่โพล่งออกมา

“ค่ะ” ตอบกลับสั้นๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ พร้อมกับเม้มปากก้มหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้ และยิ่งรู้สึกมีระยะห่างระหว่างเธอกับสามีที่ชัดกว่าเดิม

เธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นคนยังไงและความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบไหน แต่ที่เธอรู้ตอนนี้คือท่าทางของเขาตอนนี้มันน่ากลัวเกินไป และสายตาของเขามันดูว่างเปล่ามากๆ เวลาที่มองเธอ

มันไม่เหมือนกับสายตาของผู้ชายที่มองภรรยาหรือคนรักเลยสักนิด

“ถ้ากลัวฉันจะให้แม่บ้านขึ้นมานอนเป็นเพื่อนไปก่อนแล้วกัน” ป้องปราบเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ปลอบใจหรือพูดอะไรให้เธอรู้สึกดีขึ้นแม้จะเห็นชัดว่าสายตาของเธอมองเขาอย่างสงสัยไม่น้อย ก่อนจะพูดขึ้นอย่างหาทางออกให้เธอไม่ต้องอยู่คนเดียว

“.....” นั่นทำให้เธอเงยขึ้นไปมองหน้าเขาอีกครั้งและยิ้มออกมาได้เพียงเล็กน้อยเหมือนกำลังพยายามฝืนปั้นอยู่

แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่เขายังรู้ว่าเธอรู้สึกยังไงและไม่ได้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ

เพราะความนิ่งของเขาหรือเปล่าเลยทำให้เธอไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของสามีภรรยาของเราเลยสักนิด หรือว่านี่จะเป็นนิสัยและตัวตนของเขาที่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ความนิ่งขรึมที่พูดน้อยไม่แสดงออกเท่าไหร่

“ขอบคุณนะคะ” เธอตอบรับออกไปอย่างไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรอีก

หลายวันต่อมา...

“วันนี้คุณปราบไม่ได้กลับบ้านเหรอคะ” ปลายฟ้าถามป้าสายขึ้นด้วยความอยากรู้ เพราะนี่ก็เย็นมากแล้วแต่ยังไม่เห็นป้องปราบกลับถึงบ้านเลยด้วยซ้ำ

“คุณปราบงานค่อนข้างเยอะทำให้กลับบ้านไม่ตรงเวลาเป็นปกติค่ะ” ป้าสายตอบกลับออกมาตามหน้าที่ให้หายสงสัย

แต่เพราะแบบนี้เองสินะเขาถึงได้แยกห้องนอนกับเธออย่างที่เขาบอกว่างานเยอะ เพราะเขาไม่อยากรบกวนเวลานอนของเธอแบบนี้ใช่ไหม

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ถือว่าเขาเป็นสามีที่น่ารักพอสมควรเลยนะ แม้จะไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าหรือคำพูดก็ตาม

“แล้วฟ้ากับคุณปราบ แต่งงานกันมานานหรือยังคะ” เธอเลือกจะถามป้าสายต่อด้วยความอยากรู้เรื่องของตัวเองกับเจ้านายของป้าสาย

“ป้าว่าไว้ถามคุณปราบเองดีกว่านะคะ” แต่ป้าสายตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มราวกับเป็นเรื่องที่ควรให้ออกจากปากของสามีของเธอด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น

แต่ถ้าถามแล้วได้คำตอบมันก็ดีสิ ถ้าถามได้แบบนั้นก็คงจะดีไม่น้อยเลย เพราะเธออยากจะถามเรื่องราวมากมายของตัวเองและเรื่องระหว่างเรากับป้องปราบด้วยตัวเองเหมือนกัน แต่มันก็แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย เรานั่งกินข้าวเช้าข้าวเย็นด้วยกันทุกวันก็จริงแต่ระหว่างนั้นก็แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักนิด พอกินเสร็จที่เธอว่าจะหาโอกาสคุย แต่เขาก็จะปลีกตัวออกไปห้องทำงานเหมือนคนยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทำให้จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ถามอะไรสักอย่าง

“ค่ะ” ในเมื่อป้าสายไม่ยอมตอบเธอก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยผ่านแล้วรอไปถามมันจากป้องปราบด้วยตัวเองสักวัน

บรืนนน!!!

“คุณปราบคงกลับมาแล้วค่ะ” ป้าสายพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มหลังจากได้ยินเสียงรถที่แล่นเข้ามาในบ้านที่ยังเปิดประตูอยู่

นั่นทำให้ปลายฟ้ารีบลุกเพื่อเดินออกไปหาผู้เป็นสามีของตัวเองทันทีอย่างไม่รอช้าด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นดีใจ

ร่างสูงสมส่วนของเขาลงจากรถมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบเหมือนทุกครั้งที่เจอ แต่ใบหน้าของเขากลับทำให้คนกลัวและเกรงขามได้อย่างง่ายดาย มันเป็นความนิ่งที่รู้สึกกดดันและไม่กล้าสบตาทั้งที่รู้ตัวว่าเป็นภรรยาของเขาแท้ๆ แม้แต่เธอเองก็ยังแทบไม่กล้าสบตากับเขาเท่าไหร่ ทำได้แต่พยายามทำใจกล้ามองเขาบ่อยๆ เผื่อว่ามันจะคุ้นเคยกันสักวัน

“ฉันซื้อมาฝาก” ป้องปราบที่เดินมาหยุดตรงหน้าของเธอพูดพร้อมกับยื่นถุงกระดาษใบเล็กใบหนึ่งมาให้

“ขอบคุณค่ะ” ปลายฟ้ารับมาโดยไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับฉีกยิ้มอย่างตื่นเต้นดีใจเพียงเพราะเขามีของมาฝาก ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาให้ความสำคัญกับเธออย่างที่เธอไม่ได้เข้าใจผิดเหมือนก่อนหน้านี้

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมอืนเดิม แต่วันนี้กลับจูงมือเธอเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยกัน หญิงสาวได้แต่เดินตามเขาและมองมือของตัวเองที่ถูกฝ่ามือใหญ่กุมเอาไว้ด้วยความสุขที่เธอเริ่มสัมผัสได้จากสามีตัวเอง

“วันนี้คุณทำงานเหนื่อยไหมคะ” แล้วเธอก็หาเรื่องคุยกับเขาออกมาอย่างใส่ใจบ้าง แต่ในฐานะภรรยาก็ต้องใส่ใจเรื่องของเขาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ

“ไม่” เขาตอบกลับออกมาด้วยคำตอบแสนเรียบและสั้นจนติดห้วน และเธอก็ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่กับคำตอบสั้นๆ ห้วนๆ ของเขา

“.....” และพอไม่รู้จะคุยอะไรต่อทำได้เพียงเงียบลงอีกครั้งอย่างพยายามนึกเรื่องที่จะคุยกับเขาอีก

แต่ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีบางอย่างที่เธอเข้าไม่ถึงอยู่ตลอดเลย แต่มันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่ แล้วก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเพราะตัวเองคิดมากไปเกินไปหรือเปล่า

“ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันซื้ออะไรให้” ครั้งนี้ป้องปราบเป็นฝ่ายถามเธอขึ้นก่อนบ้าง และนั่นก็ทำให้เธอพึ่งคิดได้

“ค่ะ” ปลายฟ้าตอบรับด้วยรอยยิ้มแล้วเลือกจะแกะของในถุงดูว่ามันคืออะไร ซึ่งพอหยิบออกมามันเป็นกล่องกำมะหยี่สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก และพอเปิดเข้าไปด้านใน...

“ชอบไหม” ป้องปราบถามขึ้นหลังจากเธอเห็นของที่เขาซื้อมาให้

“คุณ...ให้ฉันจริงๆ เหรอคะ” เธอถามเขาออกไปด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงขึ้นมากว่าเดิม

“อืม” เขาตอบรับออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้านิ่งเรียบไม่เคยเปลี่ยน ราวกับคนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

“ขอบคุณนะคะ” แล้วเธอก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มด้วความดีใจไม่น้อย ถึงแม้ว่าเธอไม่ได้อยากได้อะไรจากเขานอกจากเวลาและการนั่งพูดคุยกัน แต่ก็ดีใจมากที่เขาซื้อมันมาให้โดยที่เธอไม่ได้บอกหรือร้องขอเลยสักนิด

“เดี๋ยวฉันใส่ให้” ป้องปราบพูดขึ้นอย่างเสนอตัวก่อนจะหยิบกล่องไปถือเอง แล้วเอาสร้อยเงินพร้อมจี้รูปหัวใจออกมาใส่ให้เธออย่างอ่อนโยน

และนี่คงนับเป็นครั้งแรกที่ปลายฟ้าสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของสามีอย่างเขา มันคือครั้งแรกที่เธอรู้สึกใกล้ชิดกับเขาราวกับเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป