บทที่ 4 สามีภรรยากันจริงๆ เหรอ

ตอนที่4 สามีภรรยากันจริงๆ เหรอ

“เรา...เป็นสามีภรรยากันจริงๆ เหรอคะ” ร่างสูงของป้องปราบนิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่งหลังจากได้ยินสิ่งที่หญิงสาวถามออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยคลางแคลงใจ

“ทำไมถึงถามแบบนี้” เขายังไม่ได้ตอบหรืออธิบายอะไรออกไป แต่เลือกจะถามเธอกลับไปแทนด้วยความอยากรู้ว่าอะไรทำให้เธอคิดแบบนี้

“ไม่รู้สิคะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ตั้งแต่ตื่นมาฉันก็เห็นคุณเป็นคนแรกที่อยู่กับฉัน แล้วคุณก็บอกว่าเป็นสามีของฉัน...”

“แต่พอเรากลับอยู่ด้วยกันที่นี่ ฉันกลับรู้สึกเหมือนว่าคุณเป็นคนอื่น เหมือนว่าเราห่างไกลกันมากทั้งที่เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน” เธอพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง ความรู้สึกที่เธอรู้มาตลอดแต่ก็พยายามอย่างมากจะไม่คิดอะไรแบบนี้ แต่ทำเท่าไหร่ก็สลัดความคิดนี้ไม่ได้เลย

มันเหมือนกับอยู่ตรงหน้า แต่กลับเอื้อมไม่ถึง

“.....” ป้องปราบได้ยินแบบนั้นก็มองปลายฟ้านิ่งโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมา นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกสงสัยและแปลกใจมากกว่าเดิมจนอยากหาคำตอบให้ได้

“คุณ...” เธอกำลังจะถามขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ถูกเขาแทรกขึ้น

“นอนได้แล้ว” ยังไม่ทันที่ปลายฟ้าจะพูดจบประโยค เสียงเข้มของป้องปราบก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“.....” หญิงสาวยังคงนั่งมองหน้าเขาอย่างหาคำตอบอีกครั้งและไม่ได้นอนอย่างที่เขาสั่ง ไม่ทำตามเขาง่ายๆ เหมือนปกติ

“นอน” และนั่นทำให้ป้องปราบเสียงเข้มขึ้นอีกรอบเมื่อเห็นว่าเธอกำลังต่อต้านด้วยความดื้อเงียบ

“.....” ปลายฟ้าทำได้เพียงเม้มปากก้มหน้าลงอย่างน้อยใจ แต่ก็เลือกจะล้มตัวลงนอนและหันหลังให้กับเขาอย่างสับสนไปหมด

เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าความจริงระหว่างเธอกับเขาเป็นอะไรกันแน่ แต่ถ้าเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ทำไมเขาถึงได้เฉยชาและเย็นชากับเธอขนาดนี้ ถึงแม้ว่าหลายครั้งที่เขาเหมือนจะใส่ใจเธอ แต่เธอก็รู้สึกไม่สุดกับสิ่งที่เขาทำสักอย่าง รู้สึกเหมือนยังเข้าไม่ถึงเขาสักครั้งและเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนมีกำแพงใส่เธอ

หมับ!

แขนแกร่งดึงร่างบางของปลายฟ้ามากอดไว้หลังจากเขาล้มตัวนอนข้างๆ เธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่ง

“อะไรที่ฉันบอกเธอ มันคือเรื่องจริง” เขาพูดกับเธอออกมาเสียงเรียบนิ่งแต่กลับดูจริงจัง และหลังจากเขาพูดจบเขาก็กระชับกอดเธอไว้แน่นอีกครั้ง เพื่อย้ำให้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก

“ตอนนี้ฉันมีคุณคนเดียว ฉันเชื่อใจคุณคนเดียวนะคะ” ร่างบางพลิกตัวหันมาหาป้องปราบก่อนจะมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้ม เธอรับรู้แบบนั้นก็พูดกับเขาขึ้นอย่างอ้อนวอนเหมือนคนกำลังร้องหาที่พักพิงพึ่งพา

“อืม” เขาตอบรับเธอออกมาเสียงเรียบอย่างรับฟังและรับรู้สิ่งที่เธอพูด

และอย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้ยินคำพูดหนักแน่นของเขาที่ไม่เคยคิดจะพูดยืนยันอะไรให้เธอมั่นใจ แน่นอนว่ามันช่วยให้เธอสบายใจขึ้นได้เป็นอย่างมาก

“ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะยังจำอะไรไม่ได้แม้แต่ความรู้สึกที่ต่อคุณ...”

“แต่ฉันจะพยายามทำหน้าที่ภรรยา และรื้อฟื้นความทรงจำพวกนั้นกลับมาพร้อมความรู้สึกนะคะ” เธอพูดกับเขาออกมาอย่างหมายมั่นตั้งใจ จะพยายามทำให้ทุกอย่างกลับมาปกติเหมือนเมื่อก่อนให้ได้ เพราะเธอก็อยากอยู่กับสามีของเธอด้วยความรัก ไม่ใช่อยู่อย่างรู้สึกว่าเป็นคนอื่นแบบนี้เหมือนกัน

“เธอจะจำได้หรือไม่มันไม่สำคัญ แต่ที่ฉันต้องการ คือความรักจากเธอเท่านั้น” ป้องปราบก้มมองสบตากับปลายฟ้าก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มกว่าปกติ บอกให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการกว่าความทรงจำเก่าๆ ของเธอ ก็คือความรักของเธอต่างหาก

และนั่นก็ทำให้ปลายฟ้าใบหน้าแดงก่ำอย่างเขินอายทำตัวไม่ถูกกับคำว่ารักที่พึ่งเคยได้ยินในครั้งแรก

“ฉันจะกลับมารักคุณเหมือนที่เคยรักให้ได้ค่ะ” แล้วคนไม่รู้อะไรอย่างเธอก็ตอบรับเขากลับไปอย่างง่ายดายโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ สักนิด

ถึงเธอจะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอรักเขายังไง รักมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเขาพูดแบบนี้นั่นก็หมายความว่าเธอต้องรักเขามากพอสมควรแน่ๆ และแน่นอนว่าสักวันหนึ่งเธอจะกลับมารักสามีของเธออีกครั้งให้ได้ แล้วก็จะต้องกลับมาจำทุกสิ่งระหว่างเราให้ได้ด้วยเช่นกัน

“อืม เร็วๆ ด้วยล่ะ เพราะฉันเจ็บที่เห็นเธอมองฉันด้วยสายตาที่ไร้ความรัก” แล้วเขาก็ตอบรับออกมาพร้อมกับการเร่งรัดเรื่องความรักมากกว่าความทรงจำของเธอ เอ่ยขึ้นกดดันกันอย่างไม่เคยเป็น

แม้คำพูดและสีหน้าจะเรียบนิ่ง แต่น้ำเสียงกลับนุ่มลึกจนชวนให้คนฟังอย่างเธอรู้สึกใจเต้นแรง

“คุณก็ต้องช่วยฉันด้วยนะคะ เพราะฉันจำอะไรไม่ได้เลย” ยิ่งเขาแสดงความรู้สึกและความคิดของตัวเองออกมาให้เธอรับรู้บ้างแบบนี้มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีและมีหวัง ก่อนจะพูดกับเขาออกมาอย่างคาดหวังไม่ต่างกัน แต่ถ้าเขาได้เข้ามาใช้ช่วงเวลากับเธอบ่อยๆ เธอก็คงจะกลับมารู้สึกได้ไม่ยาก

“อืม” แล้วเขาก็ตอบรับออกมาอย่างง่ายดายต่างจากทุกครั้ง

ฟอด! คำตอบนิ่งเรียบกลับถูกดึงดูดไปเพราะจูบหน้าผากที่แสนอบอุ่นนั่นแทน

และนั่นก็ทำให้หลายวันหลังจากเธอฟื้นขึ้นมามีความสุขเป็นครั้งแรก มือเรียวกระชับกอดเอวสอบไว้แน่นเพื่อเป็นที่พักพิงและพึ่งพาของเธอในโลกที่กว้างใหญ่

ร่างสูงที่มีใบหน้าคมคายหล่อเหลาเหมือนรูปปั้นที่นอนอยู่ข้างๆ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นสามีของตัวเอง ผู้ชายที่หล่อเหลาอย่างเขาผู้ชายที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างอย่างเขากลับมีเธอเป็นภรรยา แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปแล้ว เธอก็ควรจะเริ่มต้นชีวิตตัวเองอีกครั้งไปพร้อมกับเขาไม่ใช่เหรอ

งั้นอย่างแรกเลยเธอก็ต้องไปทำหน้าที่ของภรรยาที่เห็นในละครวันก่อน นั่นก็คือลงไปทำอาหารที่สามีชอบ ดูแลเรื่องชีวิตประจำวันของเขา

“คุณฟ้า เข้ามาทำอะไรคะ” ป้าสายถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อปลายฟ้าเดินเข้ามาในครัวหลังจัดการตัวเองเรียบร้อย

“ฟ้าอยากทำอาหารเช้าให้คุณปราบค่ะ” เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มกับความตั้งใจอยากดูแลสามีตัวเอง

“ทำอาหารเช้าให้คุณปราบหรอคะ?” ป้าสายได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างแปลกใจและสงสัยไม่น้อย

“ค่ะ ป้าสายรู้ไหมคะว่าคุณปราบชอบทานอะไร” เธอตอบรับก่อนจะถามกลับไปด้วยความอยากรู้ อยากจดจำทุกอย่างเกี่ยวกับสามีตัวเองไว้ทุกอย่างเป็นสิ่งแรก

“เอ่อ...” แล้วป้าสายก็ดูกระอักกระอ่วนไม่ตอบอะไรกลับมาสักที

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจกับท่าทางที่ทำให้ป้าสายต้องดูลำบากใจขนาดนั้นทั้งที่เป็นแค่เรื่องทั่วไปแท้ๆ

“เปล่าค่ะ” ป้าสายส่ายหัวปฏิเสธออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ ด้วยท่าทางที่พยายามปกติที่สุด

“ว่าแต่ คุณปราบชอบทานอะไรเป็นพิเศษคะ” เธอไม่ได้เซ้าซี้สงสัยอะไรในสิ่งที่ป้าสายเป็น ก่อนจะถามคำถามเดิมออกมาอกครั้งเพราะสำคัญกว่า

“ป้าไม่ทราบค่ะ ปกติทำอะไรให้คุณปราบคุณเขาก็ทานทุกอย่าง ไม่เคยสั่งอะไรเป็นพิเศษ...”

“แล้วตั้งแต่คุณปราบทำงาน ส่วนมากก็ดื่มกาแฟดำแค่นั้นค่ะ” แล้วคำตอบของป้าสายก็ดังขึ้นอย่างไม่มีอะไรเจาะจงเลยสักนิด จะมีก็แค่กาแฟที่ดูชัดเจนที่สุด

แต่แค่นั้นเองเหรอ ไม่น่าล่ะทำไมช่วงที่เธออยู่กับเขา ถึงเห็นเขาจิบกาแฟแล้วก็ออกไปทำงานเลย

ตอนนั้นเธอก็คิดว่าเขารีบเลยไม่ได้กินข้าว แต่พอมารู้แบบนี้แล้ว...

“งั้นวันนี้ฟ้าขอทำข้าวต้มปลานะคะ” เธอรับรู้แบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างเสนอไอเดียและความต้องการของตัวเอง พอเธอพูดจบก็เดินไปหาของที่ต้องการอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะไม่คุ้นชินกับสถานที่เท่าไหร่ แต่ก็หาทุกอย่างมาได้จนครบโดยมีแม่บ้านคอยบอกและช่วยหยิบจับให้

ปลายฟ้าลงมือทำข้าวต้มปลาที่ทั้งรู้สึกอยากกินเองด้วย และรู้สึกมีความสุขกับการทำอาหารแปลกๆ ทั้งที่จำอะไรไม่ได้ดด้วยซ้ำ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันไม่ได้ดูเงะงะเลยสักนิด ทุกอย่างกลับเป็นไปด้วยความคล่องแคล่วจนเธอเองยังไม่อยากเชื่อตัวเองว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้

“ดูคุณฟ้าทำอาหารเก่งนะคะ” ป้าสายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นอย่างชื่นชม

“เมื่อก่อนฟ้าทำอาหารไม่เก่งเหรอคะ” ปลายฟ้าได้ยินแบบนั้นก็หันไปถามป้าสายด้วยความอยากรู้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ลืมขั้นตอนการทำอาหารพวกนี้ และยังทำอย่างคล่องมือแบบนี้

ตอนแรกก็คิดว่าเมื่อก่อนตัวเองทำอาหารเก่งและชอบทำซะอีก แต่พอมาได้ยินป้าสายพูดแบบนี้เธอก็เลยอยากรู้ว่าตัวเองทำเป็นจริงไหม เมื่อก่อนเคยทำอะไรแบบนี้หรือเปล่าแล้วทำบ่อยแค่ไหน

“เอ่อ ทะ...ทำเป็นค่ะ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่านี้” ป้าสายตอบกลับออกมาพร้อมอธิบายให้ฉันฟัง

“คงเป็นผลดีของการความจำเสื่อมมั้งคะ ทำให้จำอะไรไม่ได้” ฉันได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นติดตลกกับสิ่งที่เป็นตอนนี้

อะไรที่เคยรู้กลับลืม แต่อะไรที่ไม่รู้กลับทำได้... มั้งนะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป