บทที่ 5 หวังว่าจะชอบ
ตอนที่5 หวังว่าจะชอบ
ป้องปราบตื่นขึ้นมาในห้องที่เขาพึ่งเคยมานอนเป็นคืนแรก เพราะปกติเขาจะนอนแต่ห้องของตัวเองเท่านั้น หรือไม่ก็ค้างที่คอนโดเท่านั้น เพียงแต่เมื่อคืนเป็นเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้
พอมองไปที่ข้างๆ ตัวเองกลับว่างเปล่าไปแล้ว นั่นทำให้เขาลุกกลับห้องเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะลงไปด้านล่าง และได้เห็นปลายฟ้าที่เดินยิ้มเข้ามาหาเขา
“หิวหรือยังคะ” เธอถามขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างใส่ใจต่างจากทุกๆ วันที่มองเขาอย่างระวังไปหมด
“ไม่” เขาตอบกลับอย่างไม่เสียเวลาคิด เพราะปกติเขาไม่ค่อยกินข้าวเช้าเท่าไหร่แค่กาแฟแก้วเดียวก็อยู่ท้อง
“ไม่ได้ค่ะ อาหารเช้าสำคัญมากนะคะ ยิ่งคุณปราบทำงานหนักแบบนี้ ต้องทานอาหารเช้าด้วยนะคะ” แต่ครั้งนี้เธอกลับไม่ยอมกันง่ายๆ
เธอพูดขึ้นอย่างจริงจังเหมือนกับคนจอมบงการแล้วก็จูงมือใหญ่ไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวทันทีเหมือนไม่ให้เขาปฏิเสธ ก่อนจะตักข้าวต้มใส่ถ้วยให้อย่างคล่องแคล่ว
และมันก็คือข้าวต้มปลา...
“ข้าวต้มปลาอร่อยไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามเขาออกมากับฝีมือการทำข้าวต้มปลาของเธอ
“อร่อยมาก” เขาตอบกลับออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ และคำชื่นชมให้คนทำ
“อร่อยแล้วทำไมทำหน้านิ่งแบบนั้นล่ะ เชื่อได้ไหมเนี่ย!” คำกระเง้ากระงอดดังขึ้นอย่างไม่เชื่อในคำพูดของเขาสักนิด
“อร่อยครับ” นั่นทำให้เขาต้องยืนยันออกไปด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่อ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
“แล้วชอบไหมคะ” คำถามพร้อมกับรอยยิ้มหวานดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่” เขาปฏิเสธขึ้นอย่างมันเขี้ยวกับรอยยิ้มนั่น
“ทะ...ทำไมคะ” เล่นเอาคนตรงหน้าเสียอาการไปไม่น้อยจนถามกลับเสียงสั่น
“รัก” เขาเลยบอกให้เธอเข้าใจใหม่ว่าไม่ได้แค่ชอบ แต่รักต่างหาก รักมากด้วย...
แต่...
“คุณปราบ...”
“คุณปราบคะ!” เสียงของปลายฟ้าเรียกป้องปราบออกมาเสียงดังกว่าเดิมหลังจากเขานั่งเหม่อมองไปยังถ้วยข้าวต้มโดยไม่พูดหรือแตะต้องมันราวกำลังอยู่ในภวังค์ความคิด
“อืม” แล้วเขาก็ขานรับขึ้นนิ่งๆ ดึงสติตัวเองกลับมาด้วยท่าทางเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทานข้าวค่ะ กำลังร้อนๆ เลย” ปลายฟ้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานเชื้อเชิญเขาออกมา
“.....” ปราบมองไปยังถ้วยข้าวต้มอีกครั้ง ก่อนจะมองมายังเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งตามสไตล์เขา
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ใบหน้าสวยมองเขากลับไปแล้วถามอยางฉงนไม่น้อย
แต่ทำไมต้องมองกันนิ่งขนาดนั้นด้วย เธอทำตัวไม่ถูกเลยที่เขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที เหมือนกับถูกเขากดดันไว้จนอึดอัดไปหมด
“ฉันมีประชุม เธอกินเถอะ” แล้วป้องปราบก็บอกให้เธอเข้าใจ พูดจบป้องปราบก็ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ไปทันที
“เดี๋ยวค่ะ” แต่เธอรีบเรียกเขาไว้ก่อนจะไปหยิบกล่องแซนวิชแล้วตามเขาไปติดๆ
“มีอะไร” ป้องปราบหันไปถามเธอขึ้นว่ายังมีอะไรอีก
“แซนวิชค่ะ เผื่อหิว” เธอพูดพร้อมกับยื่นของที่ทำเผื่อไว้ให้เขาอีกอย่าง
เพราะเห็นป้าสายบอกว่าป้องปราบไม่ชอบกินข้าวเช้า แน่นอนว่าการให้เขากินมันไม่ง่ายหรืออาจจะกินได้น้อย นั่นก็เลยทำให้เธอเธอเลือกทำแซนวิชไว้เผื่อให้เขาอีกอย่าง เผื่อหิวช่วงสายๆ จะได้กินมันรองท้อง
“ขอบใจ” ป้องปราบก้มมองกล่องตรงหน้าก่อนจะรับมาแล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ไปทำงานดีๆ นะคะ” เมื่อป้องปราบรับไปเธอก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาก่อนจะเอ่ยลาเขาด้วยรอยยิ้มตามหน้าที่ของภรรยา
“แล้วจะรีบกลับ” เขาบอกเธอออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเดิม
แต่...
ฟอด!
“!” เธอชะงักงันไปอย่างทำตัวไม่ถูกทันที นิ่งอึ้งทั้งเรื่องที่เขาหอมแก้มเธอด้วยตัวเอง แล้วก็กล้าหอมเธอต่อหน้าลูกน้องคนอื่นแบบนี้
เขาไม่อายบ้างหรือไง แต่เธออายนะ
“ทานอาหารกลางวันด้วยนะคะ” เธอรีบพูดขึ้นไล่หลังเขาที่หมุนตัวเดินไปที่รถแล้ว ไม่ลืมย้ำกับเขาออกไป เพราะกลัวว่าเขาจะทำงานหนักจนลืมกินข้าว หรือกินข้าวไม่เป็นเวลา
“ไปพักผ่อนได้แล้ว ถ้าปวดหัวก็กินยา” ป้องปราบที่ขึ้นรถไปแล้วก็กดลดกระจกลงมาแล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ประโยคนั้นกลับสื่อความห่วงใยออกมาให้เธอรับรู้ได้ ก่อนเขาจะเลื่อนกระจกปิดและรถก็แล่นออกไป นั่นทำให้เธอยืนยิ้มมองตามรถของเขาไปจนออกจากรั้วบ้าน
“.....” ปลายฟ้ารู้สึกเขินมากจนแทบทำตัวไม่ถูก แม้ว่าเธอกับเขาจะเป็นสามีภรรยากัน แต่เธอกลับรู้สึกเขินกับการกระทำของเขาแบบนี้ตลอด มันเป็นความรู้สึกที่เธอเองก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นยังไง รู้แค่ว่ามันมีความสุข และก็ทำให้ยิ้มได้
แต่...
“พวกนายเอาไปแบ่งกันกิน” ป้องปราบพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกล่องแซนวิชที่ได้รับมาไปให้กับลูกน้องของเขาที่นั่งรถมากับเขาสองคน คนหนึ่งมือขวา ส่วนคนขับเป็นมือซ้ายของเขา
“ครับ” แน่นอนว่าเจ้านายสั่งอะไรพวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องขัดคำสั่งและไม่คิดจะถามอะไรกลับไป
“แล้วเรื่องนั้นเป็นยังไงบ้าง” ป้องปราบถามถึงเรื่องสำคัญขึ้นด้วยความอยากรู้
“เท่าที่ตรวจสอบคาดว่าเป็นฝีมือของคนในจริงๆ ครับ เพราะกล้องหน้าบ้านและรั้วใช้งานได้ปกติไม่มีคนแปลกหน้าเข้ามา...”
“แต่กล้องในบ้านและบริเวณรอบบ้านกลับถูกตัดไปเหมือนรู้จักดี” คำรายงานดังขึ้นอย่างละเอียดกับสิ่งที่สืบมาได้
“แล้วลายนิ้วมือจากของกลางล่ะ” ป้องปราบถามต่อถึงผลพิสูจน์ที่จะชี้ชัดได้ดีที่สุด
“ครับ” แน่นอนว่าคำตอบสั้นๆ แค่นี้โดยไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่มันกลับทำให้ป้องปราบเข้าใจได้อย่างดีแล้วว่าหมายถึงอะไร
“สืบต่อไป เผื่อมีอะไรที่ควรรู้มากกว่านี้” ถึงแม้แค่นี้จะบอกได้แล้วว่าใครเป็นคนร้ายตัวจริง แต่เขาก็อยากรู้อะไรมากกว่านี้ อยากหาหลักฐานเพิ่มให้ได้มากที่สุด เพราะนั่นอาจจะเป็นที่มาของเหตุผลในเรื่องนี้ก็ได้
“ครับ”
แล้วบนรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ชายหนุ่มที่ปกติเป็นคนนิ่งขรึมไม่ค่อยแสดงออกอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขากลับนิ่งขรึมมากกว่าเดิมจนทำให้คนพบเห็นแทบไม่กล้าพูดคุยกับเขาหรือจ้องมองเขาเลยด้วยซ้ำ
“ป้าสายคะ คุณปราบชอบทานของว่างอะไรคะ” หลังจากส่งป้องปราบออกไปทำงานเสร็จ ปลายฟ้าก็กลับเข้ามาหาป้าสายอีกครั้งทันที
ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร แต่จากที่ได้ทำอาหารเมื่อเช้ามันกลับทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากๆ และมันจะมีความสุขกว่านี้ถ้าเธอได้ทำให้สามีของตัวเองกิน
“คือ... คุณปราบไม่ค่อยชอบของหวานเลยค่ะ” ป้าสายตอบกลับมาอย่างไม่มีข้อมูลอะไรให้เธออีกแล้ว
แต่ไม่ชอบของหวานเหรอ
“แล้วมีอะไรที่เป็นของว่างแบบไม่หวานบ้างคะ แบบที่คุณปราบทานได้” ฉันถามต่อหาสักอย่างที่น่าจะทำได้และเขาจะกินมัน
แต่ยังไงมันก็ต้องมีบ้างสักอย่างแหละ ถึงจะไม่ชอบแต่ก็ต้องกินอะไรบ้าง
“อืม... คงเป็นพวกสาคูไส้หมู ขนมจีบ หรือพวกอะไรที่ไม่หวานก็ทานได้ค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบ” แล้วป้าสายก็ตอบชื่อเมนูที่เขาพอจะกินได้บ้างออกมาให้เธอรู้
แต่แค่กินได้ก็ดีแล้ว เพราะเธออยากทำให้เขากิน
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อเธอได้คำตอบที่อยากรู้ เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มและความกระตือรือร้นก่อนจะเดินเข้าครัวไปเพื่อดูของในครัวว่ามีพอให้ทำสาคูไส้หมูหรือเปล่า เพราะเธออยากทำจริงๆ
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” แล้วดอกหญ้าก็ถามขึ้นอย่างใส่ใจ
“อืม ฉันอยากได้ของทำสาคูหมู ดอกหญ้าไปซื้อให้หน่อยได้ไหม” พอเห็นแบบนั้นเธอก็บอกดอกหญ้าขึ้น เพราะที่เธอดูมันไม่มีเม็ดสาคูเลย
“ได้ค่ะ” ดอกหญ้าตอบรับออกมาอย่างไม่มีปัญหาอะไร
“งั้นไปซื้อ...” แล้วปลายฟ้าก็บอกรายการของที่ต้องซื้อกับดอกหญ้าออกไปจนหมดทุกอย่าง
แต่ทำไมเธอถึงได้รู้จักและพูดอย่างละเอียดได้แบบนี้นะ ว่าสิ่งที่ต้องใช้มันมีอะไรและมันเรียกว่าอะไรบ้าง นี่เธอยังไม่ได้ถามใครเลยนะว่าสาคูไส้หมูมันเป็นแบบไหนรูปร่างยังไงต้องใช้อะไรบ้าง แต่เธอกลับสามารถบอกรายละเอียดให้ดอกหญ้าได้อย่างไม่ติดขัด
“ป้าสายลองชิมหน่อยสิคะ” ปลายฟ้าพูดกับป้าสายหลังจากทำการนึ่งสาคูไส้หมูเสร็จเรียบร้อย
“ค่ะ” ป้าสายตอบรับอย่างไม่เกี่ยงงอนแม้แต่น้อย ให้ความร่วมมือกับทุกอย่างที่ให้ได้เสมอ
“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างตื่นเต้นรอลุ้นคำตอบจากป้าสาย ถึงจะทำเองได้โดยไม่ถามใคร ไม่มีใครช่วย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารสชาติจะเป็นยังไง
“อร่อยมากเลยค่ะ” แล้วคำตอบของป้าสายก็ทำให้เธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ป้าสายหลอกฟ้าไหมคะเนี่ย” ฉันพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นไม่น้อย
“ไม่ค่ะ รสชาติดีจริงๆ” ป้าสายยืนยันออกมาอย่างจริงใจให้เธอรู้ว่าไม่ได้หลอกเอาใจกัน
“ดีจัง” พอได้ยินแบบนั้นเธอก็พูดขึ้นอย่างพอใจ และเธอก็หวังว่าป้องปราบเองก็จะชอบมันเหมือนกัน
