บทที่ 7 บังคับ
“ไม่ค่ะ คุณต้องบอกก่อน ไม่อย่างงั้นฉันก็ไม่ทำงานกับคุณ” โรสพูดขึ้นเธอจ้องมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
“งั้นก็แล้วแต่คุณตัดสินใจ ผมไม่ชอบบังคับใคร” อันโตนีโอพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจชายหนุ่มกำลังรู้ตัวว่าเขาไม่ควรที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ และเขาเองก็ไม่ชอบบังคับใครด้วยถ้าหากไม่เต็มใจ
มาเฟียหนุ่มมองเธอก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับไป โรสไม่มีทางเลือกเธอจำต้องเดินมาเพื่อดักหน้าและพูดให้รู้เรื่อง วินาทีนั้นความหวาดกลัวต่อเขาก็หายไปทันที
“เดี๋ยวค่ะมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ คุณจะเดินหนีฉันไปไหน” อันโตนีโอเลิกคิ้วมองเธอ
“คุย ?”
“ใช่ค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณจะให้ฉันทำงานอะไร”
อันโตนีโอยิ้มเล่ห์ที่มุมปากนึกอยากลองอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาก้าวเข้าไปหาเธอในขณะที่หญิงสาวนั้นก็ค่อยขยับออกห่างที่ละนิด มือแกร่งนั้นเอื้อมไปดึงเธอเขามาประชิดแผ่นอกกว้าง ก่อนที่จะโอบเธอไว้
“คุณ !”
“คุณอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าผมจะให้คุณทำงานอะไร”
เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งใบหน้านั้นยิ่งไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาเลย
“ใช่ค่ะ” โรสตอบ “เออ...ปล่อยฉันด้วยค่ะ”
“ผมกำลังให้คำตอบอยู่นี่ไง”
โรสมองใช้มือทั้งสองข้างดันเขาออกห่าง
“ไม่แล้ว ! ฉันไม่อยากทำงานกับคุณแล้ว ปล่อยฉันจะกลับ”
อันโตนีโอมองหญิงสาวที่แสนจะยั่ว ครั้งแรกที่เจอเธอยังใจกล้ายั่วเขาอยู่เลยวันนี้ทำไมถึงไม่ใจกล้ายั่วเขา ? ก็ล่ะนะขนาดไม่ยั่วเธอยัง...
“คุณไม่อยากรู้อย่างงั้นหรือ ยั่วผมสิแล้วผมจะบอกคุณ”
“ไม่ค่ะ !” ตอบโดยที่ไม่ต้องคิดนาน
‘โรส เธอควรจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!’
หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ
อันโตนีโอมองลึกเข้าไปนัยน์ตาของหญิงสาว แววตาสดใสยิ่งทำให้เขาอยากค้นหามากขึ้น ชายหนุ่มมองเธอก่อนโน้มใบหน้าเข้าใกล้มากขึ้น แต่หญิงสาวกับเอนตัวออกห่างทั้งยังใช้มือดันอกออก
“วันนั้นยังยั่วผมอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ไม่ยั่วผมแล้วล่ะ ห้องนี้มีแค่เราสองคนนะ” มาเฟียหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ใช่แล้ว...แค่เราสองคน !
อันโตนีโอหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่จะค่อย ๆ คลายวงแขนออก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่รู้สึกมีความสุขมากมายขนาดนี้ โรสมองเขาหัวเราะด้วยความแปลกใจก่อนรีบก้าว
ถอยออกห่างให้ไกลมากที่สุดเพื่อความปลอดภัย
มาเฟียหนุ่มเดินกลับมานั่งที่โซฟากลางห้องอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่สายตาของโรสนั้นยังจ้องมองเขาด้วยความหวาดระแวงอยู่
“นั่งลงสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลังเลและระแวง ก่อนเดินเข้ามาในลงที่โซฟา ดูเหมือนว่าจะห่างกันมากจนอันโตนีโอแทบหลุดหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง
“ผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง ทีวันนั้น...”
“เข้าเรื่องเลยดีไหมคะ ?” เธอพูดแทรกขึ้นเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นอีก “ฉันขอทราบรายละเอียดงานที่คุณจะให้ทำก่อนได้ไหมคะ”
“นางแบบ”
“นางแบบ ?” โรสทวนคำพูดชายหนุ่ม
“ใช่ ผมไม่บังคับคุณ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนวันนี้ผมมีธุระ” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินเตรียมจะออกจากห้อง
“เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนที่จะก้าวเข้ามาหาชายหนุ่ม “ฉันยังคุยไม่จบเลย เออ...”
“เอาไว้เรื่องอื่นค่อยคุยต่อ วันนี้ผมรีบ”
อันโตนีโอพูดก่อนที่จะเดินไปแต่ทว่าเขากลับหยุดชะงักลงพร้อมเดินกลับมาพูดประโยคหนึ่งกับเธอ
“อ้อ..ผมลืมไป ทีหลังมาหาผมไม่ต้องใส่ชุดเเบบนี้มานะ ผมกลัวพลั้งมือกระตุกเดรสของคุณหลุด”
เมื่อพูดจบปล่อยให้โรสยืนนิ่งหน้าแดงอยู่เพียงลำพัง พูดตรงเกินไปไหม !
โรสมองชายหนุ่มที่เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าที่เเดงก่ำ ทั้งอายและเจ็บใจกับคำพูดของเขาเหลือเกิน
งานเลี้ยงหรูถูกจัดขึ้นในคฤหาสน์สีขาว ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยเดินทางกันมาไม่หยุดไม่หย่อนราวกับปาร์ตี้ของคนรวยไม่มีผิด แน่นอนว่าในงานนี้นอกจากจะมีอาหารรสเลิศ ไวน์ชั้นเยี่ยมที่หายากแล้วแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นสาวสวย ๆ ที่ออกมาต้อนรับแขกหนุ่ม ๆ
อันโตนีโอก้าวเข้ามาในงานด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แม้จะมีเสียงเพลงขับกล่อมให้ผ่อนคลายแต่ไม่ว่าที่ไหนก็มักเป็นเหมือนกันหมด ทว่างานนี้ไม่ใช่เป็นอาหารเรียงรายแบบทั่วไปแต่งานเลี้ยงสำหรับพวกเศรษฐียิ่งกว่าสรรค์เสียอีก สายตาของหญิงสาวที่ยืนคุยกันต่างจ้องมองเขาเมื่อเดินผ่าน มาเฟียหนุ่มเดินไปนั่งยังมุมหนึ่งของงานเรียกได้ว่าเงียบที่สุดเพื่อรอฟังการประมูลราคาไวน์ในคืนนี้
ไวน์แดงที่ผลิตในยุคปี 1869 หายากเหลือเพียงไม่ถึงหกสิบขวดที่อยู่บนโลก แต่ราคาประมูลคงแพงสูงลิบริ้วเมื่อมีมหาเศรษฐีหลายคนเตรียมจ่ายให้กับไวน์เพียงแค่ขวดเดียวโดยไม่สนราคา แน่นอนว่ารสชาติของไวน์แดงจะต้องนุ่มลิ้นมากที่สุด
“เหงาไหมคะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งทักพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ชุดเดรสเกาะอกสีเงินวาวไม่ได้ปิดรัดอกอวบที่ล้นออกมาเลย เธอเบียดหน้าอกชิดชายหนุ่มเพื่อที่จะยั่ว ขยับตัวขึ้นพร้อมผ่อนลมหายใจที่ข้างหูชายหนุ่ม
“ให้ฉันช่วยคลายเหงาของคุณไหม ?” มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งไม่สนใจหญิงสาวข้างตัวที่พยายามยั่ว อันโตนีโอตัดสินใจที่จะลุกขึ้นเดินหนีอย่างไม่พูดอะไร ทำให้สายตาของหญิงสาวนั้นมองไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ครั้นหันมองไปยังโซฟาใหญ่ เห็นวิลเลี่ยมกำลังนัวเนียผู้หญิงข้างตัวอย่างไม่สนใจใคร เขาถอนหายใจออกมาแล้วเบี่ยงหน้าไปมองทางอื่น
“ไม่ได้เจอกันนานนะ คุณซอฟฟ์”
มาเฟียหนุ่มหันมองเมื่อได้ยินของคนเอ่ยทักทาย
ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วม ในชุดทักซิโด้เดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มให้เขา “สวัสดีครับคุณเกลว”
