บทที่ 2 ฉากละคร

ตอนที่ 2  ฉากละคร

“ครับพี่รัณ...ได้ครับ” ผมปัดปลายนิ้วมือลงไปบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัว เมื่อพูดคุยกับพี่สาวถึงธุระสำคัญในค่ำคืนนี้ที่เราสองคนพี่น้องตกลงจะไปร่วมมือกัน

“รินทร์มีแฟนคลับเอาดอกไม้กับของขวัญ ขนมของกินมาให้เยอะเลยนะ พี่ให้คนเอาไปใส่ไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว” พี่อาร์ตี้ผู้จัดการสาวประเภทสองแสนสวยของผมเดินมาวางมือเชยคางส่งยิ้มให้อย่างใจดี

“ขอบคุณครับพี่อาร์ตี้ แต่ว่าเดี๋ยวผมต้องไปธุระให้พี่รัณก่อน ผมฝากพี่อาร์ตี้เอาของทั้งหมดไปเก็บที่คอนโดได้เลยนะครับ”

"อ้าว แล้วรินทร์ไม่กลับพร้อมพี่เหรอ" 

"วันนี้คงไม่ได้ครับ ผมต้องไปหาพี่รัณก่อน"

“ไปทำธุระให้คุณรัณ ธุระเรื่องอะไรแล้วจะกลับดึกหรือเปล่า” ผู้จัดการสาวสวยถามผมด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย อาจจะเพราะพี่อาร์ตี้ต้องคอยดูแลผมให้อยู่ในกรอบที่วางเอาไว้ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ยิ่งเวลานี้ผมเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากการไปไหนมาไหนตามลำพังจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

“ธุระเรื่องคุณครามน่ะครับ คิดว่าคงไม่ดึกมากพี่อาร์ตี้ไม่ต้องรอผมก็ได้ครับ วันนี้เหนื่อยมามากแล้วพี่อาร์ตี้กลับไปพักเถอะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมนะมีคิวถ่ายโฆษณาตอนสิบโมงเช้า” 

“ครับผม”

เดิมทีผมเป็นแค่วัยรุ่นธรรมดาทั่วไปที่ไม่ค่อยมีคนสนใจหรือเป็นที่รู้จักมากนัก แต่หลังจากเช้าวันหนึ่งผมถูกพี่สาวลากลงจากเตียง เพื่อขับรถไปส่งที่กองถ่ายละคร แล้วได้มีโอกาสร่วมเป็นนักแสดงเอ็กตร้าซึ่งมีบทพูดเพียงประโยคเดียวกับการสวมบทบาทเล่นเป็นคู่รักชายของดารารุ่นใหญ่คนหนึ่ง นับตั้งแต่วันนั้นผมก็มีโอกาสก้าวขาเข้ามาสู่วงการมายาอย่างเต็มตัวเพราะดันไปเข้าตาผู้จัดหลายคน จึงทำให้ช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมาชื่อของ “ดารินทร์” กลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังในฐานะดาวดวงใหม่แห่งวงการซีรีส์วาย ซึ่งถ่ายทอดมุมมองความรักระหว่างผู้ชายด้วยกัน แม้ว่าส่วนตัวของผมเองนั้นจะไม่ได้เข้าใกล้หรือเฉียดเข้าไปหาความรู้สึกชอบพอคนเพศเดียวกัน แต่ในเมื่อมันคือการทำงานและอีกอย่างนั้นพี่รัณก็ย้ำนักหนาว่ามันเป็นแค่ "การแสดง" คนดูส่วนใหญ่สามารถแยกแยะได้และผมเองก็เชื่ออย่างนั้น

ดารินทร์ : พี่รัณ...ผมมาถึงคอนโดของคุณครามแล้วนะครับ พี่รัณมาถึงหรือยัง // ผมจอดรถอยู่ตรงบริเวณลานจอดของคอนโดมิเนียมสุดหรูหราแห่งหนึ่ง สายตาแหงนเงยมองทะลุผ่านกระจกหน้ารถขึ้นไปยังส่วนของยอดตึกสูงในความมืดของค่ำคืนแสงไฟจากหน้าต่างห้องพักจำนวนไม่น้อยส่องสว่างสลับสับไปมาตัดกับสีท้องฟ้าเข้มเบื้องบน

ดารัณ : พี่ยังถ่ายงานไม่เสร็จเลย รินทร์รอพี่ก่อนนะเดี๋ยวพี่จะรีบตามไป แล้วนี่กินข้าวกินปลาหรือยัง

ดารินทร์ : ไม่เป็นไรครับผมมีน้ำกับขนมแฟนคลับเอามาให้อยู่ในรถ แล้วนี่พี่รัณอีกนานหรือเปล่าครับกว่าจะถ่ายงานเสร็จ // ผมขมวดคิ้วก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองเพราะเวลานี้มันเกือบสามทุ่มแล้ว ถ้าพี่รัณบอกว่ายังคงติดอยู่ที่กองถ่ายละคร ผมเดาว่าอย่างน้อยพี่รัณคงจะมาถึงที่นัดหมายเลยเวลาเที่ยงคืนแน่ แล้วพรุ่งนี้ผมยังต้องมีงานไปถ่ายโฆษณาจึงไม่อยากนอนดึกมากนักเพราะไม่อยากตื่นมาตาคล้ำให้พี่อาร์ตี้ผู้จัดการบ่นเพราะรายนั้นเข้มงวดกับรูปลักษณ์หน้าตาของผมมาก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว

ดารัณ : ก็คงอีกพักใหญ่ เอาอย่างนี้สิรินทร์ขึ้นไปรอพี่ที่ห้องของคุณครามก่อนก็ได้ บอกเขาว่าพี่ให้มารอในห้อง...เขาคงไม่ว่าอะไรหรอก

ดารินทร์ : จะดีเหรอครับ...ก็ไหน...พี่รัณบอกว่าจะหย่าแล้วไม่ใช่เหรอ // ผมเงยหน้าขึ้นไปมองยอดตึกสูงนั้นอีกครั้ง หากเป็นเมื่อก่อนผมคงสะดวกใจในการพบหน้าไฮโซหนุ่มรูปหล่อคนนี้อยู่บ้าง หากแต่เวลานี้ผมรู้ว่าคุณครามกับพี่รัณกำลังมีปัญหาถึงขึ้นจะฟ้องหย่ากันและดูเหมือนความสัมพันธ์ของพี่สาวกับพี่เขยของผมไม่สู้ดีนักแล้วผมจะต้องปั้นหน้าอย่างไรในการพบกันครั้งนี้

ดารัณ : ไม่เป็นไร ขึ้นไปเถอะ...

ผมเปิดประตูเดินลงมาจากรถเก๋งยี่ห้อดังรุ่นใหม่ป้ายแดงซึ่งซื้อมาจากน้ำพักน้ำแรงในการเป็นนักแสดงของผม แล้วเดินตรงผ่านล้อบบี้ส่วนหน้าเข้าไปภายในลิฟต์สีทองตัวใหญ่ จุดหมายปลายทางนั้นอยู่ชั้นบนสุดของตึกสูงแห่งนี้ ผมรู้ว่ามีสายตาของใครหลายคู่ หลายคนมองตรงมายังผมอาจจะเพราะผมไม่ได้ปกปิดใบหน้าใส่หมวดสวมแมสปิดบังอำพราง แล้วอีกอย่างซีรีส์ที่ผมแสดงมันก็ถูกเปิดค้างคาอยู่บนจอทีวีตรงข้างผนังอาคารอยู่ในขณะนี้

ผมเอื้อมมือออกไปกดปุ่มสีทองเล็กๆ ตรงบริเวณหน้าประตูเพื่อบอกให้คนที่อยู่ด้านในรู้ว่ากำลังมีแขกมาเยือนในยามค่ำ ไม่นานนักประตูบานใหญ่ก็ดีดตัวเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าปั้นยืนส่งยิ้มให้ผมมาจากด้านใน เสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหญ่พันร่างซึ่งผมไม่ค่อยมั่นใจนักว่ามันเปลือยเปล่าหรือเจ้าของห้องสวมสิ่งใดเอาไว้บ้างภายใต้เสื้อคลุม เพราะแผงอกสีขาวขึ้นร่องตามส่วนกล้ามเนื้อมัดใหญ่มันไม่ได้ถูกเนื้อผ้าปิดไว้อย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งตรงกลางหว่างขาสูงขึ้นมาจนเกือบถึงเป้ากางเกงไม่มีเนื้อผ้าปกปิดจนหวาดเสียวว่ารอยแยกของชุดคลุมอาบน้ำมันจะตลบเตลิดเปิดอ้าจนเผยสิ่งที่อยู่ภายในให้ผมเห็น

“เอ่อ สวัสดีครับคุณคราม” ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วดึงสายตาตัวเองขึ้นมาให้พ้นจากหว่างขาคู่หนา

“มีธุระอะไรอย่างนั้นเหรอ....รินทร์”

“คือพี่รัณ ให้ผมมารอที่นี่น่ะครับ”

“ฮึ งั้นเหรอ...เข้ามาสิ” เจ้าของห้องแค่นยิ้มน้อยๆ แล้วขยับเท้าเดินถอยหลังเปิดช่องว่างระหว่างประตูรับผมเข้าไปด้านใน

ผมเดินตามแผ่นหลังเรียบตึงของร่างสูงเข้ามาภายในห้องรับรองแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ ตรงหน้านั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกตั้งวางทิ้งเอาไว้มีร่องรอยการดื่มผ่านไปบ้างแล้วบางส่วน บนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่เกือบเท่าผนังห้องกำลังฉายซีรีส์เรื่องใหม่ซึ่งมีผมเป็นคนรับบทนายเอกของเรื่อง ฉากเด็ดตอนสำคัญของมันในซีนนั้นคือภาพของตัวผมเองกำลังจูบปากหวานดูดดื่มกับนักแสดงชายอีกคนทำเอาผมกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ

“ไม่ยักรู้ว่าเธอแสดงละครดีขนาดนี้...” เจ้าของห้องเอ่ยปากชมพร้อมกับก้มลงเอื้อมมือไปยกแก้วเหล้ามาจรดริมฝีปาก ท่อนขาเปลือยตวัดขึ้นมาพาดไขว่ห้างอย่างสบายๆ ผมเลื่อนสายตาทิ้งท่อนขาขาวของเจ้าห้องกลับไปมองหน้าจอทีวีใหญ่ตามเดิม

“ก็แค่การแสดงน่ะครับ”

“ฉันเข้าใจว่ามันเป็นการแสดง เธอสวมบทบาทได้ดีจนฉันเองเกือบเชื่อ...ดื่มหน่อยมั้ย” แก้วเหล้าใบสวยถูกยื่นมาตรงหน้า ผมแค่ปรายตามองมันนิดหน่อยก่อนจะเหลือบมองโทรศัพท์มือถือแล้วนึกไปถึงพี่สาวซึ่งเป็นฝ่ายนัดหมายให้ผมมาที่นี่ แต่ดูจากเวลาตอนนี้ผ่านมาเกือบสามสิบนาทีแล้วที่พี่รัณเงียบหายไม่ติดต่อมา

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ”

“ทำไม...ไม่ไว้ใจฉันเหรอ?”

“เปล่าครับ คือ...ผมดื่มไม่เก่งน่ะครับ อีกอย่างเดี๋ยวผมต้องขับรถกลับคอนโดด้วย” ผมกล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด

“ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ถ้าเมาหรือขับรถกลับไม่ไหวเธอจะนอนที่นี่ก็ได้”

“นอนที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ?”

“ทำไมล่ะ หรือว่าเธอ...กลัวอะไร” คิ้วเข้มกระตุกสูงยกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ลมหายใจที่ผ่อนผ่านออกมาจากชองอกรู้สึกมันวูบไหวแปลกๆ 

“คือ...ผมมีงานพรุ่งนี้เช้าน่ะครับ ไม่รบกวนคุณครามดีกว่า” ปากคอรู้สึกแห้งร้อนจนผมต้องลอบแอบกลืนน้ำลายลงคอ

“อย่างนั้นเหรอ โทษทีฉันลืมไปว่าตอนนี้เธอกลายเป็นดาราดังไปแล้ว” ใบหน้าคมพยักพเยิดขึ้นไปยังหน้าจอทีวีซึ่งเป็นฉากที่ผมกำลังเปลื้องผ้าแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียง โดยมีนักแสดงคู่จิ้นทาบร่างลงมาพร้อมกับจูบหวานในฉากหวิว

“เอ่อ....ผม...ขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะครับ”

ผมผลุดลุกขึ้นมาจากโซฟาแล้วเดินหลบมาเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกเก้อกระดากเหลือเกินกับการต้องอยู่กับคุณครามตามลำพังในสถานการณ์ที่ผมเหมือนไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ผมยืนมองภาพเงาตัวเองในกระจกแล้วสำรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมตามนิสัยความเจ้าระเบียบรักสะอาด ใบหน้ายังคงรู้สึกร้อนวูบวาบใจสั่นหวิวๆอยู่ไม่หาย เมื่อคาดคะเนว่าได้ทิ้งช่วงเวลาให้ผ่านไปนานมากพอที่ฉากเรทสิบแปดบวกของซีรีส์เรื่องดังนั้นจบลงแล้วจึงพาตัวเองออกมายังห้องรับรองเพื่อนั่งลงตำแหน่งเดิม

“ดื่มอะไรหน่อยมั้ย ฉันว่าดารัณคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมาถึงที่นี่” น้ำผลไม้คั้นสดแบบบรรจุกระป๋องแช่เย็นถูกเลื่อนมาวางลงตรงหน้าแทนแก้วเหล้าใบเก่าซึ่งถูกผมปฏิเสธไปเมื่อครู่

“ขอบคุณครับ” ผมเหลือบตามองเจ้าของห้องที่ยังคงไม่ยอมลุกไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วหยิบน้ำผลไม้นั้นขึ้นมาเปิดเพื่อเป็นการรักษามารยาท

“นึกยังไงถึงมาหาฉันคืนนี้” ดวงตาคมตวัดขวับขึ้นมามองหน้าของผมก่อนที่เจ้าของห้องจะหันไปคว้าบุหรี่ซองสวยขึ้นมาจากโต๊ะแล้วจุดสูบอย่างช้าๆ

“คือ...พี่รัณขอให้ผมมาเป็นเพื่อนน่ะครับ” ผมเบี่ยงหน้าหันหลบควันสีเทานั้นไปอีกด้านเพราะไม่ชอบกลิ่นฉุนของมัน

“ฮึ ดารินทร์ เธอรู้จักพี่สาวของเธอดีแค่ไหน” ดวงตาคมเป็นประกายฉายแววแปลกๆ มองมายังผม

“พี่รัณ...ทำไมเหรอครับ ผมต้องรู้จักพี่รัณดีอยู่แล้วเพราะพี่รัณเป็นพี่สาวผม”

“ฮึ...ตลอดชีวิตที่เธอรู้จักเขา ไม่เท่ากับช่วงเวลาบนเตียงที่ฉันเรียนรู้ผู้หญิงคนนี้...ดารินทร์...เธอน่ะไว้ใจเขาง่ายเกินไป” 

ควันสีเทาจางๆที่ลอยคว้างพ่นผ่านริมฝีปากหนาบดบังใบหน้าคมให้เลือนลาง ผมรู้สึกคล้ายตัวเองเป็นโรคหอบหืดขึ้นมาอย่างฉับพลันเพราะมันหายใจไม่ใคร่สะดวกนัก ความรู้สึกนึกคิดเริ่มเลือนหายคล้ายคนกำลังใกล้จะหลับหรืออาจจะกำลังตกอยู่ในห้วงฝันอันไม่ชัดเจน

ผมได้ยินเสียงแหบพร่าของพี่เขยกระซิบอะไรเบาๆ อยู่ข้างหู กลิ่นเหม็นเอียนๆ คล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป่ารดลงมาบนใบหน้าและปลายจมูกในขณะที่สมองของผมหนักอึ้งมากขึ้นทุกที เปลือกตาเหมือนมันหนาหนักจนผมไม่อาจเปิดมันขึ้นมารับภาพใดได้นอกจากปิดมันไว้และรับรู้ทุกอย่างผ่านโสตประสาทสำคัญที่เหลืออยู่ คือหู จมูกและผิวกายซึ่งรับรู้ได้ว่ามีใครบางคนกำลังค่อยๆ ปลดถอดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มออกไปจากตัวผม

“พี่รัณ” ผมพยายามควานมือลงไปเพื่อต้องการหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองแต่สิ่งที่ผมคว้ามาได้กลับเป็นท่อนเนื้อแท่งใหญ่รูปร่างคล้ายอวัยวะเพศอุ่นร้อนแข็งขึงตึงตั้งของใครบางคน ท่อนเอ็นใหญ่นั้นร้อนจนผมต้องผละมือทิ้งมันแทบจะทันที

“พระเอกของเธอคืนนี้คือคราม....ร้องครางชื่อของฉันสิดารินทร์ สวมบทบาทให้สมกับอาชีพนักแสดงของเธอหน่อย” เสียงกระซิบนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับรสจูบฝาดเฝื่อนเลื่อนลิ้นล้วงเข้ามาภายในโพรงปากของผม

“อย่า...” 

“ครางชื่อของฉัน ดารินทร์ เรียกชื่อฉันสิ” เสียงกระซิบนั้นยังย้ำอยู่อย่างเดิม

“คุณคราม”

“อย่างนั้นแหละเด็กดี ร้องให้ดังอีกหน่อย” ฝ่ามือหยาบตะปบลงบนสะโพกของผม สัมผัสจากปลายนิ้วบีบเฟ้นเคล้นหนักลูบไล้ควานคลำไปทั่วร่างกับความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกทำอะไรสักอย่าง อาจจะขบ กัด หรือเป็นการหยิก

“อ๊า คุณคราม” ผมไหวหัวไหล่หลบคมเขี้ยวของฟันคมซึ่งขบลงมาบนไหล่เปลือย

“ดารินทร์ คืนนี้คู่จิ้นของเธอคือฉัน ครางชื่อฉันสิ...ดังๆ ฉันชอบฟังเสียงเธอ”

“คุณคราม...” ผมพาดหัวทิ้งไว้บนไหล่สูงความรู้สึกสุดท้ายคือร่างกายนั้นถูกทาบทับไว้ด้วยร่างใหญ่ทั้งหนาและหนักกับเสียงคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอ พร้อมกับอาการโยกขยับปรับท่ายกขาของผมขึ้นไปพาดวางทิ้งไว้บนไหล่สูง

"ดารินทร์ เธอนี่...หวานอร่อยกว่าที่ฉันคิด"

"คุณคราม ผมเจ็บ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป