บทที่ 4 คืนเข้าหอ
หานอี้หลงเดินเข้ามาภายในห้องหอ เขาทอดสายตามองไปยังหยางชิวเหยาด้วยความรู้สึกปลื้มปีติยิ่งนัก นับตั้งแต่คราวที่เขาได้มีโอกาสพบกับนางในงานเลี้ยงภายในวังหลวง หัวใจของเขาก็รู้สึกสั่นไหวและได้มอบหัวใจให้นางไปจนหมดสิ้น
แม้หานอี้หลงจะพอรู้ข่าวคราวอยู่บ้างเรื่องหยางชิวเหยานั้นมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเขาสืบจนแน่ใจว่าบุรุษผู้นั้นมิคู่ควรนางแม้แต่เพียงน้อย เขาจึงตัดสินใจขอร้องบิดามารดาเพื่อสู่ขอนางมาเป็นภรรยาของตนเสีย
หานอี้หลงนั่งลงตรงด้านข้างของหยางชิวเหยา เขาเอื้อมมือขึ้นมายกผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามของหยางชิวเหยา ดวงตาของเขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและอ่อนโยน
หยางชิวเหยาที่ตกใจเป็นอันมาก นางรีบลุกขึ้นพร้อมคุกเข่าลงตรงหน้าของหานอี้หลงด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
“คุณชายหาน...ได้โปรดให้อภัยข้าด้วย...ข้าน้อยต่ำต้อยยิ่งนัก มิคู่ควรแก่ท่านเลยสักนิด...ข้า...ข้า...” หยางชิวเหยากล่าวออกมาอย่างร้อนใจ นางยังมิพร้อมจะตกเป็นภรรยาของผู้ใด บัดนี้ในใจของนางมีเพียงจางลู่เหวินเพียงผู้เดียวเท่านั้น
หานอี้หลงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดตรงหน้าเป็นอันมาก แต่เมื่อเขาได้สติ หานอี้หลงก็รีบประคองร่างของหยางชิวเหยาขึ้นมาอีกครั้ง
“ชิวเหยา ข้ารู้ดีว่าเจ้ามิได้ยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้” หานอี้หลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง “หากเวลานี้เจ้ายังไม่พร้อมเปิดรับข้า ข้าก็ยินดีจะเฝ้ารอเจ้า...ดีหรือไม่”
คำพูดของหานอี้หลงทำให้หยางชิวเหยารู้สึกสะท้าน นางเงยหน้าขึ้นมองหานอี้หลงซึ่งบัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตนอย่างชั่งใจ แต่เมื่อหยางชิวเหยาได้เห็นสายตาที่จริงใจทอดผ่านออกมา นางก็ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นพร้อมก้มหน้าลงอีกครั้งอย่างพยายามหาคำพูดที่เหมาะสม “ข้าขอบคุณในความกรุณาของท่าน แต่ใจข้ายัง...”
หานอี้หลงยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อห้ามหยางชิวเหยาพูดสิ่งใดออกมา “ชิวเหยา...เจ้าไม่ต้องอธิบายสิ่งใดหรอก ขอเพียงให้เจ้าอยู่เคียงข้าในเวลานี้นั่นก็เพียงพอแล้ว”
หยางชิวเหยามองหานอี้หลงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ใจของนางทั้งโล่งใจและหนักอึ้ง หยางชิวเหยารับรู้ได้ถึงความจริงใจที่หานอี้หลงมีให้ต่อนางอย่างมากล้น แต่ทว่าหัวใจของนางกลับมิอาจตอบรับน้ำใจนี้ได้
“ข้าขอขอบคุณท่านยิ่งนัก...ข้าสัญญา...ข้าจะทำหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุด” หยางชิวเหยากล่าวเบาๆ ออกมาก่อนจะหันหน้าหนีสายตาของหานอี้หลงอีกครั้ง
หานอี้หลงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น “คืนนี้เจ้ากับข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พวกเราพักผ่อนกันเถิด”
หานอี้หลงพูดพร้อมเริ่มผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดนอนสบายตัว หยางชิวเหยาได้แต่อ้าปากค้าง “เอ่อ...ท่าน...คืนนี้ท่านจะนอนที่นี่หรือ”
หานอี้หลงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา “ชิวเหยา...เจ้าคงไม่ใจร้ายไล่ข้าออกไปนอนนอกห้องหอกระมัง”
หยางชิวเหยาได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนออกมา นางนั้นพอเข้าใจได้ดีหากนางเอ่ยปากให้หานอี้หลงไปนอนนอกห้อง พรุ่งนี้ข่าวลือเรื่องหานอี้หลงคงถูกโจษจันไปทั่วเป็นแน่ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องนอนร่วมห้องกับเขาเช่นนี้
“ชิวเหยา...เจ้าคิดจะนอนทั้งเสื้อผ้าที่หนักอึ้งเช่นนี้หรือ” หานอี้หลงพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย
“เอ่อ...เจ้าค่ะ” หยางชิวเหยารีบลุกขึ้นไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนจนเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมายังเตียงนอนที่เวลานี้หานอี้หลงไปนอนลงไปกินพื้นที่กว่าครึ่งเตียงเสียแล้ว
หยางชิวเหยากำมือแน่นอย่างมิรู้จะทำตัวเช่นใด นางเองคงมิอาจหาญไล่หานอี้หลงไปนอนที่พื้นได้ หยางชิวเหยาได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าขึ้นไปบนเตียง
หยางชิวเหยารีบนอนห่มผ้าไว้แน่น ร่างบางนอนเบียดไปจนแทบจะแทรกเข้าไปในผนังอย่างรู้สึกหวาดระแวง
“ชิวเหยา...เจ้านอนให้สบายเถิด...หากข้าต้องการทำอะไรเจ้า...ต่อให้เจ้าแทรกกายเข้าไปในกำแพงก็คงไม่พ้นมือข้าหรอก...จริงหรือไม่” หานอี้หลงพูดเย้าออกมาทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าออกจะสำอางนั้นอย่างนึกอารมณ์ดี
หยางชิวเหยาได้แต่เม้มปากอย่างรู้สึกกระดากอาย ก่อนจะค่อยๆ เขยิบตัวกลับมานอนด้านข้างของหานอี้หลงอีกครั้ง
เนิ่นนานกว่าค่อนคืนที่หยางชิวเหยาไม่อาจข่มตาลงได้ จนกระทั่งนางได้ยินเสียงลมหายใจที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอของคนข้างกายเป็นสัญญาณให้หยางชิวเหยารับรู้ว่าบัดนี้หานอี้หลงได้หลับใหลลงไปอย่างสนิทแล้ว นางจึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายลงไปอย่างมาก ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆ ปิดลงด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียยิ่งนัก
ในรุ่งเช้าวันต่อมา หานอี้หลงปรือตาตื่นขึ้น แขนยาวเรียวที่พาดโอบเขาไว้อย่างหลวมๆ ของคนข้างกายทำให้เขาถึงกับยิ้มกว้างออกมา หานอี้หลงค่อยๆ ขยับกายเอนตัวไปหาหยางชิวเหยาตรงหน้าอย่างรู้สึกรักใคร่ ใบหน้าขาวนวลรับกับริมฝีปากอิ่มที่ดูน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก เขาค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นมาไล้เส้นผมที่ปรกลงตรงหน้าของนางอย่างนึกเอ็นดู
“ชิวเหยา...หากข้าได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเจ้าในทุกวัน...ชีวิตข้าก็มิต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” หานอี้หลงพึมพำออกมาพร้อมทอดสายตาลึกซึ้งมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างมิรู้เบื่อหน่าย
หยางชิวเหยาลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลเมื่อนางได้สบตากับหานอี้หลงที่ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว แขนของนางที่โอบวาดอยู่ที่ลำตัวของหานอี้หลงอย่างถือวิสาสะนั่นยิ่งทำให้หยางชิวเหยารู้สึกกระอักกระอ่วนใจ นางถึงกับผงะก่อนจะลุกพรวดขึ้นมานั่งอย่างรู้สึกประหม่าและกังวลใจ
“ชิวเหยา...ข้ามิได้ทำสิ่งใดล่วงเกินเจ้าแม้แต่น้อย...แต่ตอนที่ข้าตื่น...เป็นเจ้าที่ล่วงเกินข้า” หานอี้หลงหยอกเย้าหยางชิวเหยาออกมาด้วยอารมณ์ขัน
หยางชิวเหยาได้แต่ก้มหน้านิ่งด้วยความกระดากอาย “คุณชายหาน...ข้าต้องขอโทษที่ล่วงเกินท่าน”
หานอี้หลงได้ยินเช่นนั้นก็สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้าหยางชิวเหยาด้วยท่าทางที่จริงจัง
“ชิวเหยา...เจ้ากับข้าแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว เหตุใดเจ้าจึงยังทำตัวเหินห่างเช่นนี้” หานอี้หลงพูดตัดพ้อออกมา
“ข้า...ข้า...” หยางชิวเหยาได้แต่อึกอักอย่างมิรู้จะตอบเช่นใด
หานอี้หลงยกมือขึ้นเชยคางของหยางชิวเหยาขึ้นมาผสานตากับตนอีกครั้ง “เอาละ...ตอนนี้เจ้าเป็นฮูหยินของข้า ต่อไปเจ้าก็เรียกข้าว่าท่านพี่...ส่วนข้าจะเรียกเจ้าว่าเหยาเอ๋อร์...ฟังเช่นนี้เจ้าจะว่าเช่นใด”
หยางชิวเหยาเม้มริมฝีปากแน่น สายตาที่หวานเชื่อมลึกซึ้งที่จ้องมองนางจนให้ความรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนัก “เจ้าค่ะ...คุณชายหาน” หยางชิวเหยารีบตอบกลับอย่างต้องการหลีกหนีสถานการณ์อันน่าอึดอัดเช่นนี้
หานอี้หลงเลิกคิ้วขึ้นมาเป็นคำตอบเมื่อได้ฟังหยางชิวเหยาตอบเช่นนั้น
หยางชิวเหยาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะรีบขยับกายลุกออกจากเตียงนอนในทันที “คุณ...เอ่อ...ท่านพี่...พวกเรารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปคารวะท่านพ่อท่านแม่เถิด หากล่าช้าเกินไปจะดูเสียมารยาท”
หานอี้หลงยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนตรงหน้าหยางชิวเหยาอย่างเอาใจ “เช่นนั้นข้าตามใจเจ้า...เหยาเอ๋อร์”
