บทที่ 6 ตอนที่ 6 สกุลกัว
ตอนที่ 6 สกุลกัว
รถม้าจากจวนอ๋องวิ่งมาหยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลกัว จ้าวฉงซานจำเป็นต้องพาพระชายาตนเองกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมตามธรรมเนียมประเพณี แต่ความเป็นจริงแล้วหากไม่มีคำสั่งจากองค์ฮองเฮามีหรือที่เขาจะพานางกลับมาเยี่ยมบ้าน ธรรมเนียมประเพณีหาใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขาไม่ ผ้าม่านประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสง่างามของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่ก้าวลงมาจากรถม้าซุนฮวาขยับตามออกมา ฉงซานหันกลับไปมองหน้านางเพียงเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชากวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะเดินหนีเข้าไปในจวนโดยที่ไม่ยอมส่งมือให้พระชายาตนเองเกาะกุมลงมาจากรถม้าเลย
บ่าวไพร่ที่เห็นเหตุการณ์ไม่กล้าสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาซุนฮวากัดฟันแน่นนางค่อย ๆ พาร่างกายอันบอบช้ำของตนเองก้าวลงจากรถม้าช้า ๆ เมื่อเท้าสัมผัสพื้นร่างบางก็แทบจะทรุดลงไป นางรู้ดีว่าหากล้มลงไปตอนนี้ก็จะเป็นเรื่องน่าขบขัน การไม่เป็นที่ต้องการของบ้านเดิม และยังไม่เป็นที่ต้องการของสามีเช่นนี้ ผู้ใดบ้างจะกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง คงมีเพียงเสี่ยวอี้สาวใช้ที่เติบโตมาด้วยกันเท่านั้น แต่วันนี้สาวใช้คนสนิทก็ไม่สามารถตามมารับใช้นางได้ เพราะหลังจากโดนสั่งโบยเสี่ยวอี้ก็มีสภาพเหมือนผักปลา นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ซุนฮวาไม่อยากจะกลับจวนวันนี้ เพราะร่างกายนางที่ถูกจ้าวฉงซานเคี่ยวกรำทั้งคืนเจ็บปวดเหมือนร่างกายจะขาดออกจากกัน และยังเป็นห่วงสาวใช้คนสนิทอีกด้วย
"คารวะท่านอ๋องเพคะ"เสียงหวานทว่าฟังแล้วแสนเศร้าเอ่ยออกมาก่อนจะก้มหน้าลงไม่ยอมสบตา กัวหลี่หนิงย่อตัวทำความเคารพอดีตคู่หมายอย่างนอบน้อม
"อย่ามากพิธีเลยหนิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นเช่นไรบ้างสบายดีหรือไม่" จ้าวฉงซานรีบยื่นมือออกไปประคองไม่ให้นางทำความเคารพเขาอย่างห่างเหินเช่นนี้ สายตาอาลัยอาวรณ์ที่หลี่หนิงแสดงออกมา มีผู้ใดบ้างที่จะไม่เห็น
"หม่อมฉันจะเป็นเช่นไรได้เล่าเพคะ ร่างกายอาจจะสบายดี แต่ในใจใครเล่าจะรู้" น้ำเสียงเศร้าโศกเอ่ยออกมา ก่อนจะใช้แขนเสื้อแอบเช็ดน้ำตาอย่างมีมารยา
"อย่ามัวพูดมากอยู่เลยหนิงเอ๋อร์ เชิญท่านอ๋องเข้าข้างในก่อนเถิด" กัวฉางเฉามองบุตรสาวคนรองและชินอ๋องด้วยความหนักใจ หากบุตรสาวคนโตไม่ทำเช่นนั้น ทั้งสองก็คงจะไม่พลัดพรากจากกันเช่นนี้
กัวฉางเฉาหันไปมองบุตรสาวคนโตที่เดินตามเข้ามา ไม่มีแม้แต่คำทักทาย มีเพียงสายตาว่างเปล่าที่มองไปที่นาง ซุนฮวากำกระโปรงแน่น เมื่อสักครู่ไม่ใช่นางไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน นางเห็นเต็มสองตาว่าสามีมองน้องสาวนางอย่างอ่อนโยน ใบหน้างามก้มหน้าลงยิ้มขื่น นางค่อย ๆ เดินตามทั้งหมดเข้าไปยังห้องโถงใหญ่
กัวฮูหยินจัดเตรียมอาหารอย่างมากมายเอาไว้ต้อนรับท่านอ๋องอย่างเต็มที่ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่น จ้าวฉงซานตักอาหารเอาใจหลี่หนิงไม่ขาดสาย เสียงพูดคุยถามไถ่กันตลอดเวลา เพียงแต่การพูดคุยนั้นซุนฮวาไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมเลย นางนั่งกินข้าวอย่างสงบเสงี่ยม น้ำตาตกในหยดแล้วหยดเล่า แต่ภายนอกก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมา
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเสนาบดีกัวฉางเฉาก็มีเหตุให้ต้องออกไปทำธุระนอกจวน กัวหลี่หนิงจึงพาจ้าวฉงซานมานั่งชมบัวที่ริมสระ กัวฮูหยินรีบเปิดทางให้บุตรสาวตนเองอย่างเต็มที่ นางแอบกดดันให้ซุนฮวาเข้าไปอยู่ในครัวเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซุนฮวารู้ดีแต่จะทำเช่นไรได้ ตั้งแต่เด็กจนโตนางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหากไม่ทำตัวว่าง่าย ก็จะโดนกักขังให้อดข้าวอดน้ำ
..
...
"ท่านอ๋องพระชายาดูแลท่านอ๋องดีหรือไม่เพคะ หนิงเอ๋อร์ไร้วาสนาไม่อาจรักษาสัญญาไปอยู่ข้างกายท่านอ๋องได้ หม่อมฉันก็ขอเพียงแค่พี่หญิงสามารถทำหน้าที่แทนหม่อมฉันได้ก็พอ" สายตาหงส์หันไปเห็นพี่สาวตนเองถือถาดอะไรบางอย่างเข้ามา ริมฝีปากบางยกยิ้มก่อนจะเริ่มพูดจาออดอ้อนคนตรงหน้าด้วยกิริยาอ่อนน้อม
ซุนฮวาชะงักเท้าอยู่กับที่ นางไม่กล้าเดินหน้า หรือว่าควรจะถอยหลัง ทว่าคำพูดของคนเป็นสวามีกลับกรีดซ้ำลงไปอีก
"นางหาใช่ชายาของข้า ตำแหน่งนี้ข้ามีให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว หนิงเอ๋อร์เจ้ารอข้าหน่อยเถิด ทางชายแดนใกล้จะผลัดเปลี่ยนเวรยาม ข้าต้องลงไปดูสักคราว และหลังกลับจากชายแดนครั้งนี้ข้าจะหย่ากับนางเสีย แล้วแต่งตั้งเจ้าขึ้นมาเป็นพระชายาของข้า"
ซุนฮวาหันหลังเดินออกไปทันที นางไม่อาจทนรับฟังถ้อยคำใด ๆ ได้อีก ร่างบางเดินเหม่อลอยกลับเข้ามาในห้องนอนเก่าของตนเอง ซึ่งบัดนี้ได้กลายมาเป็นห้องเก็บของไปเสียแล้ว นางเดินลงไปนั่งบนเก้าอี้ที่เลอะไปด้วยฝุ่น ภาพวัยเด็กไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ เมื่อครั้งตอนเด็กนางกับจ้าวฉงซานและจ้าวตี๋เฟยสนิทกันมาก แต่แล้ววันหนึ่งจ้าวฉงซานก็เปลี่ยนไป
วันนั้นจ้าวฉงซานตกลงไปในแม่น้ำช่วงฤดูหนาวนางที่ว่ายน้ำไม่เป็นรีบกระโดดลงไปช่วยเขาอย่างไม่คิดห่วงชีวิต และนางไม่รู้ว่าครั้งนั้นหลี่หนิงเองก็ตกลงไปด้วยได้เช่นไรทว่าโชคดีที่จ้าวตี๋เฟยเห็นเข้าจึงไปตามผู้คนมาช่วยทั้งสามได้ทันครั้งนั้นนางนอนไข้อยู่หลายวัน หายดีแล้วก็โดนกักขังอีกด้วย พอหลังจากนั้นความสัมพันธ์วัยเด็กของทั้งคู่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซุนฮวาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงกล่าวหาว่านางไม่เคยไปเยี่ยมเขา ทั้ง ๆ ที่พอนางลุกขึ้นได้ นางก็ไปขอให้จ้าวตี๋เฟยพานางไปหาเขาโดยที่นางก็ยังไม่สบายอยู่ด้วยซ้ำ และตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา เขาก็หันความสนใจไปที่น้องสาวของนาง ความอ่อนโยนที่นางเคยได้รับกลับหมดไปและกลายเป็นของน้องสาวนางนับตั้งแต่บัดนั้น
"ซุนเอ๋อร์เหตุใดจึงมาหมกตัวอยู่ที่นี่กันเล่า" ฮูหยินผู้เฒ่าเดินผ่านมาได้ยินเสียงร้องไห้จึงเปิดประตูเข้ามาก็เห็นหลานสาวของนางกำลังนั่งร้องไห้ใบหน้าโศกเศร้าอยู่ในห้อง
"ท่านย่า ซุนเอ๋อร์เพียงแค่คิดถึงท่านแม่เจ้าค่ะ" หญิงชราเดินเข้ามา ซุนฮวาจึงลุกขึ้นให้ท่านย่าของนางนั่งแทนที่ นางนั่งคุกเข่าลงที่พื้น ฮูหยินผู้เฒ่าดึงหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้ ในใจรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลหลานให้ดีกว่านี้
"ซุนเอ๋อร์เจ้าแต่งออกไปแล้ว ก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไป ไม่อาจกลับคืนได้ จะดีจะชั่วเจ้าก็เป็นคนของท่านอ๋อง พยายามอีกสักนิดเถิด ข้าเชื่อว่าหากเจ้าพยายามอีกสักนิด ท่านอ๋องก็คงจะเมตตาเจ้าไม่ยาก หากเลือกได้ข้าก็อยากให้เจ้าแต่งให้องค์ไท่จื่อตามราชโองการของอดีตฮ่องเต้และตามที่ท่านปู่ของเจ้าสั่งเสียเอาไว้ แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้วจะทำเช่นไรได้อีก เฮ้อ...การแต่งงานครั้งนี้มันผิดฝาผิดตัวเสียจริง"
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวลูบศีรษะหลานสาว แววตาหม่นลง ความรู้สึกผิดเกาะกินจิตใจ นางทำผิดต่อหลานสาวยิ่งนัก หากไม่เพราะนางดวงตามืดบอด ป่านนี้หลานสาวนางก็คงจะไม่กำพร้าเช่นนี้ ก่อนจะจากไปยังปรโลกนางคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไถ่โทษต่อหลานคนนี้เสียบ้างแล้ว
