บทที่ 5 แขกคนสำคัญ
“ไอ้เพื่อนเลว! ไอ้เพื่อนชั่ว! จิตใจของนายมันอำมหิต!”
คชินทร์สาดคำด่าหยาบคายให้ราเชนทร์ เมื่อวานเขาทำราเชนทร์หัวเสีย ตื่นมาราเชนทร์ก็เอาคืนทันที คลับสุดหรูของเขาเกือบวินาศไปแล้ว โชคดีที่มีคนไปพบเจอวัตถุอันตรายชิ้นนั้นก่อน
แล้วมันคืออะไรล่ะที่ต้องเรียกว่าวัตถุอันตราย?
คำตอบคือ...ระเบิด
ราเชนทร์เป็นคนเอาจริงเอาจัง ใครกล้ากระตุกหนวดพญาราชสีห์ต้องเจอดี แต่คชินทร์บุญมากนัก แม้เกือบจะเอาชีวิตตัวเองและลูกน้องมาทิ้ง หากทว่าก็สามารถเก็บกู้ระเบิดได้จนถึงวินาทีสุดท้าย
คชินทร์ทำได้เพียงสาดคำด่าหยาบคายเท่านั้น จะไปเอาเรื่องราเชนทร์ก็ไม่ได้ เมื่อคนเริ่มก่อนคือเขา อุตส่าห์หวังดีแต่ความหวังดีของเขามีนัยแฝงคือกลั่นแกล้งราเชนทร์ให้เป็นบ้า
สุดท้ายมันคือดาบสองคมหันมาทำร้ายตัวเอง
“เกือบทำให้วิคกี้เป็นม่ายไปแล้ว”
“ยังไม่แต่งกัน จะเรียกว่าม่ายได้อย่างไร ถ้าคุณตายฉันก็แค่หาผู้ชายคนใหม่”
“วิคกี้มาได้ยังไง”
เขาไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูด แต่สนใจการมาของเธอ ทั้งที่กำชับลูกน้องทุกคนเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าห้ามพูดให้วิคกี้รู้เรื่องเขามาเก็บระเบิดและห้ามไม่ให้เธอเข้ามาที่คลับ
แต่เมื่อคิดว่าวิคกี้เป็นคนที่ใครไม่อาจขัดใจเธอได้ เธอดื้อรั้นเกินกว่าใครจะต้านทาน แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้ ยินยอมให้ตลอด ดังนั้นไม่แปลกเลยที่ลูกน้องเขาจะยอมเธอ
“ขับรถมาสิ”
“ผมรู้ แต่นี่เพิ่ง 7 โมงเช้าเองนะ คุณควรจะนอนพักผ่อนที่บ้าน”
“ฉันไม่เห็นคุณฉันก็เลยมา ก็แค่จะมาดูหน่อยว่าคุณรีบร้อนมาที่คลับเพราะมาหาอีหนูคนไหนหรือเปล่า”
ใครเชื่อเธอก็ทั้งบ้าทั้งโง่แล้วล่ะ ซึ่งคชินทร์ไม่เชื่อ แต่หากเขายัดเยียดความจริงที่เขารู้ วิคกี้ผู้หญิงปากแข็งไม่มีทางยอมรับแน่ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เชื่อคำพูดของเธอ ยอมกลายเป็นคนบ้าและคนโง่เพื่อเธอ
“เฮ้อออ” ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วพูด “อีหนูที่นี่เด็ดสู้คุณไม่ได้หรอกน่า คุณก็รู้ว่าผมชอบมีเซ็กส์กับคนบ้ากาม” ซึ่งคนบ้ากามที่เขาพูดถึง นั่นคือ...วิคกี้
“Shut the F**ck up!”
“ผู้หญิงอะไรหยาบคายชะมัด”
“เชอะ!” ใบหน้างดงามเชิดขึ้นอย่างถือดือ จากนั้นเธอก็หมุนร่างเดินตึงตังกลับไปทางเดิม ทำราวกับว่างอน ไม่พอใจคำพูดของเขา แต่ความจริงแล้วต้องการปิดบังความเขินอายของตนเอง
“เดินๆ ดีนะทูนหัว ระวังสะดุดล้มแล้วเล่นท่ายากกับผมไม่ได้”
แทบอยากกรี๊ดร้อง ไม่อาจลูกน้องบ้างหรือไงนะ คนอะไรทำไมหน้าด้านไร้ยางอายมากแบบนี้ แม้ลูกน้องเขาจะยืนก้มหน้าก้มตา ทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เห็นและได้ยิน เหอะ! เห็นเธอเป็นเด็กน้อยอมมือหรืออย่างไร ช่างสิ้นคิดยิ่งนัก
ช่างปะไร คนสวยไม่แคร์ เดินสะบัดบ๊อบแล้วไปผลาญเงินว่าที่สามีเล่นดีกว่าเยอะ
“เอ๊ะ....ดาหวันอยู่นี่นา ชวนดาหวันไปร่วมผลาญเงินตาบ้านั่นดีกว่า”
รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดหยุดกะทันหัน หากไปผลาญเงินคนเดียวมันไม่สนุก ต้องมีเพื่อนไปร่วมผลาญเงินด้วย วิคกี้ไม่ใช่คนขี้เหงา แต่ดาหวันเป็นคนขี้เหงา อุดอู้อยู่ในห้องพักทั้งวันโดยไม่มีอะไรมันน่าเบื่อ ดังนั้นด้วยความเห็นอกเห็นใจ วิคกี้อยากพาดาหวันไปเปิดหูเปิดตา
หากทว่าเมื่อมาถึงห้องพักดาหวันเท่านั้นแหละ
“คุณคชินทร์โทรมาบอกฉันว่ามีคนอยากพบฉัน ฉันคงไม่กับเธอไม่ได้วิคกี้ ขอโทษนะ”
“ตาบ้านี่ต้องรู้แน่เลยว่าฉันจะชวนเธอไปผลาญเงินของเขาเล่น ให้ตายเถอะ มีตาทิพย์หรือยังไงนะ”
“ไว้วันหลังนะวิคกี้”
“โอเค วันหลังก็วันหลัง ยังไงงานของเธอต้องมาก่อน เดี๋ยวโดนเจ้านายใจโหดรังแกเอาน่ะยุ่งเลย”
วิคกี้ไม่ใช่คนไร้เหตุผลถึงขนาดที่เธอจะทำตามใจตัวเองในทุกเรื่อง เมื่อดาหวันกลายเป็นลูกน้องคชินทร์ วิคกี้ก็ไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายเวลางานของดาหวันได้ แม้เธอสามารถพาดาหวันไปไหนก็ได้ตามแต่ใจต้องการ แต่ก็คำนึงถึงผลเสียที่ตามมาด้วย
คชินทร์ไม่ได้ใจดีและใจกว้างตลอดเวลา เธอรู้จักคชินทร์ดีเป็นที่สุด
“แล้วพบกันนะ วันหยุดฉันจะแวะไปหาเธอที่คอนโด”
“ได้เลย ฉันจะทำอาหารญี่ปุ่นให้เธอกิน ฉันขอตัวก่อนเดี๋ยวอารมณ์ขาดช่วง”
“จ้า”
คล้อยหลังวิคกี้ไป ดาหวันก็เดินกลับเข้ามาในห้อง อาบน้ำ แต่งตัวและแต่งหน้า มองตัวเป็นในกระจก หมุนซ้ายที หมุนขวาที ตรวจความเรียบร้อยบนร่างกายจนเสร็จแล้วก็ไปยังสถานที่นัดหมาย ซึ่งคชินทร์เป็นคนโทรมาแจ้งด้วยตัวเอง
ดาหวันมาก่อนเวลา
“แขกคนสำคัญคือใครกันนะ”
ดาหวันพบเจอแขกในคลับหรูมามากมาย แขกคนสำคัญระดับ VIP แม้สามารถเรียกสาวงามไปคอยบริการตามใจชอบได้ แต่นั่นมันก็ตอนคลับเปิดให้บริการ แต่ตอนนี้คือเวลาคลับปิด มองเวลา 09.00 น. แขกคนนี้จะต้องมีความสำคัญเหนือกว่าแขกทุกคนในคลับ
คชินทร์ไม่ได้เกรงใจ แต่คชินทร์ตามใจ
“ช่างเถอะ เป็นใครเดี๋ยวก็คงรู้เองนั่นแหละ”
ภายในห้องรับรองอันหรูหรา เงียบสงบมากจนน่าวังเวง ดาหวันลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังบาร์เครื่องดื่ม เธอผสมค็อกเทลให้ตัวเอง นั่งนานเริ่มเบื่อ คอเริ่มแห้ง
หากทว่าจังหวะที่ยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มนั้นเอง ประตูห้องรับรองถูกเปิด หัวใจกระตุกอย่างแรง ทุกอย่างเหมือนถูกสั่งหยุดการเคลื่อนไหว
ดวงตาสองคู่สบประสาน
“คุณราเชนทร์”
มีคนอยู่ไม่กี่คนที่ดาหวันจดจำขึ้นใจ
หนึ่งคือคนที่เกลียด
สองคือคนที่มีบุญคุณ
ราเชนทร์คือคนที่มีบุญคุณต่อเธอ แม้ไม่ได้พบกันนานถึงสามปี และแม้ไม่ได้ติดต่อเขาเลยสักครั้ง แต่เธอก็ยังจดจำเขาได้ไม่ลืมเลือน ราเชนทร์ยืนทำหน้าหล่อในมาดหนุ่มเย็นชาไร้หัวใจ แค่ได้มองสบตา เธอรับรู้ถึงพลังอำนาจของเขา โลกทั้งใบสั่นคลอนจนเธอรู้สึกประหม่า แต่ไม่รู้ทำไมริมฝีปากถึงได้ฉีกยิ้ม ร่างกายเคลื่อนไหวเมื่อเท้าก้าวไปข้างหน้า เธอหยุดยืนตรงหน้าเขาในที่สุด
“ฉันจำคุณได้ค่ะ”
“อืม...” เขาพยักหน้าส่งเสียงในลำคอสั้นแล้วพูดต่อ “ดาหวันสินะ”
“ใช่ค่ะ ฉันดาหวันเองค่ะ”
จากนั้นห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง เขาไม่พูด เธอไม่พูด ต่างคนต่างยืนนิ่งจ้องมองกันและกัน เนิ่นนานหลายนาที ชายหนุ่มจึงกระแอมไอ แล้วเป็นฝ่ายพูดก่อน
“นั่งสิ”
“ค่ะ”
บั้นท้ายกลมกลึงนั่งลงบนโซฟาบุหนัง ก่อนที่ชายหนุ่มจะหย่อนบั้นท้ายนั่ง เขาทำให้เธอมีความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่าน เมื่อชายหนุ่มนั่งโซฟาเดียวกับเธอ แถมยังใกล้ชิดกันมาก
ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?
“คุณอยากดื่มอะไรไหมคะ”
“บรั่นดีสักแก้ว”
“สักครู่นะคะ”
เธอไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้เขา วันนี้จิตใจและร่างกายไม่สงบ รู้สึกมีความว้าวุ่น กระสับกระส่าย ปั่นป่วนอย่างไรชอบกล เหตุเพราะเธอพบราเชนทร์นั่นเอง
คำพูดของเขาเธอจดจำได้ดี เขามาเพื่อทำลายพรหมจรรย์ของเธอ
“นี่ค่ะ”
ดาหวันพยายามควบคุมสติตัวเอง ยื่นแก้วเครื่องดื่มให้เขา ชายหนุ่มรับไปดื่มแล้ววางแก้วลง จากนั้นเขาก็หันหน้ามาสนใจเธอ พูดคุยกับเธอ
“อายุของเธอเท่าไรแล้ว”
“ตอนนี้ 18 ย่างเข้า 19 ค่ะ”
“ยังเป็นสาวน้อยอยู่เลย”
“ฉันโตแล้วค่ะ 18 ปี ถือว่าโตและทำอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว เรียกสาวน้อยคงไม่ถูกมั้งคะ”
“แล้วถ้าไม่ใช่สาวน้อยต้องเรียกว่าอะไรล่ะ”
“หญิงสาวสิคะ”
ราเชนทร์ยิ้มบางเบา เวลาที่เธอพยายามอธิบายความเป็นสาวของเธอ เธอดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเถียงผู้ใหญ่เพื่อเอาชนะ ทว่าไม่รู้ทำไม ถึงได้ดูน่ารักมากกว่าน่ารำคาญ ทำให้เขารู้สึกมีอารมณ์ขันไม่น้อย
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันมาที่นี่ได้ยังไง”
“คุณรวยและมีอำนาจ ฉันเชื่อว่าคุณต้องหาฉันเจออยู่แล้วค่ะ”
“คชินทร์เป็นเพื่อนสนิทของฉัน มันเป็นเรื่อง...บังเอิญ เธอว่าไหม?”
“ใช่ค่ะ”
ดูเหมือนว่าเขาอยากให้เธอตอบ ใช่ มากกว่า ไม่ อาจเพราะชายหนุ่มกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดในตัวเขาก็เป็นได้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย คชินทร์ร่ำรวยและมีอำนาจ คนระดับนี้คบหาเป็นเพื่อนกัน นับว่าถูกต้องแล้วล่ะ เหมาะสมกันดีแล้ว
“เธอยังจำสิ่งที่ฉันบอกเธอได้ไหม”
“จำได้ค่ะ”
ตอนที่ตอบคำถามนั้น หญิงสาวไม่ได้ละสายตาทิ้งจากนัยน์ตาทรงเสน่ห์เลยสักวินาที จริตที่เธอใช้กับผู้ชายคนอื่น บุคคลตรงหน้าคือข้อยกเว้น ดาหวันไม่แม้แต่จะใช้จริตกับเขาเพื่อยั่วยวน นั่นเพราะจริตที่เธอมีคือการแสดงจอมปลอม แต่ความนิ่งสงบและเยือกเย็นแต่แฝงเร้นด้วยความจริงใจนี่สิตัวตนของเธอ
“คุณอยากให้ฉันทดแทนบุญคุณของคุณแล้วเหรอคะ”
ประหม่าเล็กน้อย ดาหวันใช้จริตมารยากับผู้ชายมามากก็จริง แต่เรื่องบนเตียงเธอยังไม่ได้ศึกษา รู้แค่เพียงว่าร่างกายของผู้หญิงต้องเปิดรับความแข็งแกร่งของผู้ชาย เมื่อสอดใส่เอาไว้ข้างใน ต่อมาก็....ไม่รู้สิ ต่อมาก็อะไรล่ะ?
“อืม”
“ฉันอาจทำให้คุณไม่พอใจ ฉันยังไม่ได้เรียนรู้เรื่องบนเตียง”
“คชินทร์ไม่ได้จ้างคนมาสอนเรื่องนี้เหรอ”
“ฉันไม่ได้รับแขกด้านนี้ คุณคชินทร์เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้ค่ะ”
“ไม่เป็นไร”
“คะ?”
“เดี๋ยวให้คนเอาข้อมูลไปให้เธอศึกษา เธออาจต้องดูมันก่อนที่เราจะมีเซ็กส์กัน”
ดาหวันไม่ได้แต่งหน้าจัด เมื่อเธอเขินอายจึงมองเห็นร่องรอยความเขินอายได้อย่างชัดเจน ใบหน้า ลำคอ นี่คือปฏิกิริยาที่ธรรมชาติ ไม่อาจใช้จริตหรือการแสดงทำได้
และมันทำให้คนมองรู้สึกเกิดความใคร่
.....รอไม่ไหว ขอทดลองของสดนิดๆ หน่อยๆ ก่อนกินจริงคงไม่เป็นไร
