บทที่ 7 แรงปะทะ
คชินทร์พาวิคกี้มาทานมื้อกลางวันบ้านราเชนทร์ ศรัณย์เพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เดินทางมาถึงเมืองไทยก็ตรงมาที่บ้านราเชนทร์เช่นเดียวกัน ทั้งที่เป็นการรวมตัวลับ แต่ก็ยังมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาจนได้
แพรไหม....ภรรยาของราเชนทร์นั่นเอง
ราเชนทร์ไม่ได้แสดงออกถึงการต้อนรับที่ดี ยังคงทำตัวไร้หัวใจ เย็นชา เมินเฉยต่อแพรไหมราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ แพรไหมเสียหน้าแต่ก็ปั้นหน้ายิ้ม แสดงละครเป็นนางฟ้าแสนดีไม่ขาดตกบกพร่องต่อบทบาทที่เธอต้องสวม
ทว่าเมื่อราเชนท์และเพื่อนทั้งสองออกไปคุยธุระกันข้างนอก แพรไหมก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาจนได้ แต่เธอคิดผิดแล้วล่ะ ที่มาเผยธาตุแท้กับคนอย่างวิคกี้
“คุณคชินทร์นี่ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน หากเป็นผู้ชายคนอื่นคงเฉดหัวทิ้งผู้หญิงอย่างเธอไปแล้ว คงไม่เอาคนไร้ประโยชน์มาแต่งเป็นเมีย อุ้ย! ฉันไม่ได้ดูถูกนะ หากทำให้เธอเข้าใจผิดต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
จงใจดูถูกกันชัดๆ แต่พยายามทำตัวเป็นผู้ดี พูดจาให้กำกวมเพื่อหลอกด่า วิคกี้ยิ้มเย้ยหยันให้แพรไหม ผู้ดีจอมปลอม คนอย่างแพรไหมหากมีเงินมีฐานะทางสังคมดี แต่นิสัยและปากสุนัขแบบนี้ วิคกี้รู้สึกว่าแพรไหมทำให้แม่ค้าในตลาดดูสูงค้าขึ้นมาทันทีเมื่อเทียบกับแพรไหม
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ด่ามาด่ากลับไม่โกง
“ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ทั้งที่บ้านเธอมีกระจก แต่เธอกลับไม่สนใจส่องมัน เอ้...หรือเธอกลัวเห็นธาตุแท้ตัวเองในกระจกนะ คิกๆ จะว่าไปแล้วก็น่าสมเพชนะ วันๆ ข่มคนนี้ทีคนนั่นที แต่ตัวเองยิ่งกว่าคนชั้นต่ำซะอีก เอาบุญคุณมากล่าวอ้าง วิ่งเต้นทำทุกวิถีทางให้ผู้ชายแต่งงานด้วย การกระทำต่ำช้าและน่าสมเพช ไร้คุณธรรม น่าไม่อาย อย่างเธอน่ะจะด่าฉันก็ด่าได้ไม่เต็มปากหรอก....เชื่อสิ”
“แก!!”
แพรไหมลุกขึ้นตวัดฝ่ามือขึ้นแล้วกระโจนมายืนตรงหน้าวิคกี้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วิคกี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน นิ้วชี้หน้าแพรไหม มองดวงตาดุดัน มีจิตสังหารอันแรงกล้าพุ่งไปยังแพรไหม
“ตบมาตบกลับไม่โกง ฉันไม่ใช่นางเอกหรอกนะ ชอบบทนางร้ายมากกว่า ต่อให้คุณราเชนทร์มายืนตรงนี้ ถ้าฉันอยากตบ ฉันก็จะตบ สาบานเลยว่าฉันจะตบอย่างไม่ปราณีและไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”
แพรไหม “อีผู้หญิงชั้นต่ำ”
วิคกี้ “อีเตี้ย!”
“สักวันแกต้องเจอดีแน่ คชินทร์ต้องเขี่ยแกตกกระป๋อง”
“อุ้ย! ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”
“ฉันไม่ได้ห่วงแก”
“คิกๆ” วิคกี้หัวเราะอย่างมีจริต ทำให้คนได้ยินเสียงหัวเราะนึกอยากตบหน้าหัน ต่อมาวิคกี้ผลักร่างบางอย่างแรง จนแพรไหมล้มไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น วิคกี้เดินมายืนมองกดตาต่ำ แสะยิ้มเย้ยหยัน
แล้วพูดว่า “ก่อนที่เธอจะห่วงใยฉัน เอาเวลาไปห่วงใยตัวเองก่อนเถอะนะ”
“แกหมายความว่ายังไงอีบ้า!”
“ถึงแม้ฉันจะยังไม่แต่งงาน แต่คชินทร์เขาทั้งรักทั้งหลงฉัน เซ็กส์ของเราก็ร้อนแรงและจัดจ้าน ส่วนของเธอ....นอกจากคุณราเชนทร์จะไม่รักไม่หลงเธอแล้ว เขายังรังเกียจเธออีกด้วย ไม่บอกก็รู้ว่าต่อให้เธอนอนถ่างขาให้ คุณราเชนทร์ก็คงเมินเฉยไม่ยอมเอา”
แพรไหม “.....”
รู้สึกอยากตอบโต้แต่คำพูดของวิคกี้ร้ายกาจ ราวกับว่าถูกวิคกี้ตอกตะปูลงไปกลางอก แพรไหมจุกจนพูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะ แพรไหมไม่ได้ยอมแพ้ ควบคุมสติตัวเอง แล้วปั้นหน้าเป็นผู้ดีจอมปลอมต่อ
“คนต่ำยังไงก็ต่ำอย่างนั้น บ้านของฉันอบรมลูกหลานแบบผู้ดี เรื่องบนเตียงใครเขาเอามาพูดกัน ไร้ยางอาย”
“จ้าแม่ผู้ดี แม่กุลสตรีไทย ความจริงเป็นยังไงใจเธอรู้ดี”
วิคกี้ไม่ถึงกับสนิทกับเพื่อนของคชินทร์มากด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิง และเป็นว่าที่ภรรยาของคชินทร์ ทว่าคชินทร์เป็นคนขี้อวด ดังนั้นเขาชอบพาเธอไปอวดเพื่อนสนิทอยู่เสมอ วิคกี้พอได้รู้จักและพูดคุยกับราเชนทร์และศรัณย์บ้าง เรื่องส่วนตัวของราเชนทร์นั้น คชินทร์เคยพูดถึง วิคกี้จึงรับรู้เรื่องงานแต่งพิสดารนี้เป็นอย่างดี
ราเชนทร์ไม่ถึงกับน่าสงสาร เขายังคงทำตัวได้ปกติ มีแต่แพรไหมเท่านั้นที่ไม่ปกติ วิ่งเต้นเป็นบ้าเป็นบอราวกับคนโรคจิตก็ไม่ปาน ผู้ชายไม่รักไม่ชอบ ยังจะพยายามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาอีก
ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!
บุญคุณทดแทน วิคกี้พอเข้าใจนะ แต่นี่มันเป็นบุญคุณของผู้ใหญ่ ระหว่างมารดาของราเชนทร์และบิดามารดาของแพรไหมที่มีให้กันตั้งแต่ครั้งยังเป็นหนุ่มสาว มันก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันตามข้อตกลง ในเมื่อคนหนึ่งไม่มีใจรัก ทว่าแพรไหมกลับยอมเจ็บปวดเพื่อได้ครอบครองราเชนทร์ ส่วนบิดามารดาของแพรไหมได้หน้าได้ตา ที่ได้ลูกเขยมีฐานะร่ำรวยและมีอำนาจ
ทว่ามันก็เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้นแหละ เบื้องหลังการเป็นภรรยาของราเชนทร์ไม่ได้งดงามเหมือนเปลือกอย่างที่คนอื่นเห็นและอิจฉา
“อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ ฉันจะเหยียบแกให้จมดิน” แพรไหมบอก น้ำเสียงและดวงตาหนักแน่น
“กว่าจะถึงวันนั้น อาจเป็นเธอที่เป็นฝ่ายจมดินใต้เท้าของฉันก็ได้นะแพรไหม”
แพรไหมเดินไปหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินกระแทกไหล่วิคกี้จากไป โดยไม่ล่ำลาใคร วิคกี้ไม่แม้แต่มองตามหลัง เอามือปัดสิ่งอัปมงคลที่อยู่ในอากาศ จากนั้นจึงนั่งลงที่เดิม ยกน้ำเย็นขึ้นจิบแก้คอแห้ง เพราะพูดมากเกินไป
“เม้าท์กับดาหวันยังไม่ทำให้ฉันคอแห้งได้ขนาดนี้เลย”
สามหนุ่มเดินเข้ามาหลังจากที่แพรไหมจากไปได้ห้านาที ไม่มีใครถามถึงแพรไหมสักคนเดียว วิคกี้อยู่เป็นยิ่งไม่พูดถึงเลย บรรยากาศในบ้านราเชนทร์กลับมาสงบสุขและน่าอยู่อีกครั้ง
วิคกี้ภาคภูมิใจตัวเองไม่น้อย
....เพราะเราแท้ๆ ที่ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลออกจากบ้านคุณราเชนทร์
ตีห้าถึงสองทุ่มเป็นเวลาพักผ่อนในวันมีงาน ดาหวันขับรถมาซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหารสดและเครื่องปรุงที่หมด เธอชอบทำอาหารทานเอง ด้วยความที่มีเวลาว่างมาก การได้ทำอาหารทานเองทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายกับเวลาว่าง ดาหวันไม่ใช่คนรักสุขภาพมาก อยากทานอะไรก็ทาน แต่ควบคุมให้อยู่ในความพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป
“หนูจ๊ะ”
เสียงของผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งเรียกใครสักคน แต่นั่นทำให้ดาหวันหยุดเดินเช่นเดียวกับรถเข็นที่ต้องหยุดตามเธอด้วย ดาหวันหันซ้ายหันขวา มองหน้าและมองหลัง เธอก็พบว่ามีผู้หญิงสูงวัยยืนยิ้มกว้างให้เธออยู่ ท่านเดินเข้ามาใกล้แล้วพูดย้ำอีกครั้ง
“หนูนั่นแหละจ๊ะ”
“คุณป้ามีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ”
“ใช่จ้ะ พอดีป้ากำลังมองหาปลาแซลมอนอยู่ วันนี้อยากทำปลาราดพริกให้ลุงที่บ้านเขาทาน แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอปลาแซลมอนสักที ป้ามาที่นี่ครั้งแรก เห็นหนูเลยเข้ามาขอความช่วยเหลือ”
“ได้สิคะ แต่ปลาแซลมอนที่คุณป้าต้องการจะเอาไปทำปลาราดพริกคงไม่เหมาะค่ะ”
“มันไม่อร่อยเหรอ”
“หนูไม่เคยลองหรอกค่ะ เป็นความคิดส่วนตัวเท่านั้น หนูยังไม่เคยกินเมนูปลาแซลมอนราดพริกเลยค่ะ แต่หนูชอบเอาปลาเก๋ามาทำ มันไปด้วยกันได้ดีเลยค่ะ หนูซื้อมาด้วยนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกถุงปลาเก๋าขึ้นให้ดู สีหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนแก่
“อย่างนั้นป้าจะเอาปลาแบบหนูไปทำ”
“มาค่ะเดี๋ยวหนูพาไปเลือก”
หญิงสาวพาคนแก่ที่หน้าตาสะสวยไปเลือกปลาเก๋าเพื่อเอาไปทำปลาเก๋าราดพริก สองสาวต่างวัยพูดคุยกันถูกคอ จากที่พากันไปเลือกปลาเก๋า ก็ลามไปถึงผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงเพื่อสุขภาพ
“คุณป้าขับรถมาเองเหรอคะ”
“เอ่อ...” ผู้ถูกถามมีอาการอ้ำอึ้ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจตอบ “ป้ามากับคนขับรถที่บ้าน”
“งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“ขอบใจมากนะหนู”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ต่างคนต่างไม่รู้จักชื่อกัน ด้วยความที่มัวแต่คุยกันเรื่องซื้อของและอาหารการกิน นั่นจึงทำให้ลืมถามชื่อ รถของดาหวันเคลื่อนตัวออกไป ดาหวันแวะไปหาวิคกี้ช่วงบ่าย วันนี้วิคกี้ใจดีทำอาหารญี่ปุ่นให้เธอห่อกลับมาทานที่ห้อง ดาหวันกล่าวลาแล้วเดินทางกลับ
เธอยังไม่ได้พักผ่อน จัดข้าวจัดของเข้าที่ เตรียมวัตถุดิบทำอาหารเอาไว้แล้วนำไปเข้าตู้ เธอจะทำมันหลังจากเธอตื่นนอน แต่ตอนนี้ดาหวันมีภารกิจสำคัญ
ราเชนทร์ให้คนส่งพัสดุมาถึงเธอ
“นะ...นี่มันแผ่นซีดีอะไรเนี่ย”
เป็นแผ่นซีดีสีแดงสดหนึ่งแผ่น มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือสวยงามเอาไว้ ‘ดูมันให้จบ นี่คือคำสั่ง’ แม้ไม่ได้อยู่ต่อหน้าเขา แต่คำสั่งราเชนทร์มีอิทธิพลต่อเธอ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงอำนาจน่าเกรงขาม นั่นจึงทำให้เธอกระตือรือร้นที่จะนำแผ่นซีดีไปเปิด
โทรทัศน์จอแบนใหญ่ที่ฉายภาพวิดีโอในแผ่นซีดี เปิดโลกใบใหม่ให้แก่ดาหวัน เธออ้าปากมองตาค้าง มันคือหนังโป๊ ร้อนแรงเห็นทุกซอกทุกมุมไม่มีปิดบัง ดาหวันแก้มร้อน เขินอาย ไม่นานความร้อนก็กลายเป็นความร้อนอันพลุ่งพล่านด้วยเพลิงปรารถนา
เธอรู้สึกว่า....มองแล้วอยากทำแบบในหนังโป๊
แต่ไม่อาจทำได้ เมื่อมีเพียงเธอคนเดียว หญิงสาวจึงจ้องมองใจจดจ่อ ไม่ผละสายตาไปจากไหน ดูจบแล้วก็เปิดดูใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเธอผล็อยหลับไป โดยที่มีหนังโป๊กล่อมนอน
ข้อความจาก::คุณราเชนทร์
คืนนี้ฉันเหมาเธอทั้งคืน หากเธออยากกินของอร่อยและทำเรื่องสนุกที่บ้านของฉัน...อย่าปฏิเสธ
ตื่นขึ้นมาหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูก็พบข้อความจากราเชนทร์แล้ว แต่เธอจะไปบ้านเขาได้อย่างไรล่ะ บ้านเขาอยู่ที่ไหน ส่งข้อความมาแค่นี้คงตรัสรูเองไม่ได้
ราวกับว่าชายหนุ่มส่งกระแสจิตมาอ่านใจ
ข้อความจาก::คุณราเชนทร์
สองทุ่มตรงฉันจะส่งรถไปรับที่ทางออก C ฉันบอกคชินทร์แล้ว
หญิงสาวเข้าใจแล้ว จึงส่งข้อความตอบกลับ เธอไม่ปฏิเสธที่จะไป ดาหวันอยากเจอราเชนทร์มากหลังจากที่เธอได้ศึกษาข้อมูลอันร้อนแรงที่เขาและเธอจะทำร่วมกัน เพียงแค่คิด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นระริก หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
Rrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น รายชื่อผู้โทรเข้าคือ...คชินทร์ เจ้านายสุดหล่อและว่าที่สามีของเพื่อนสาวนั่นเอง ดาหวันเดาว่าคชินทร์โทรเข้ามาเพื่อบอกเธอเรื่องราเชนทร์ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ดาหวันคืนนี้ราเชนทร์นัดคุณที่บ้านนะ หมอนั่นจะส่งคนมารับคุณ ขอโทษที่รับนัดให้คุณโดยไม่ถามความเห็นของคุณก่อนนะครับ แต่ทำยังไงได้ เพื่อนของผมมันเอาแต่ใจซะขนาดนั้น ผมก็จนปัญญา”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะไปตามนัด”
“โอ้ดีเลยครับ”
“งั้นหากไม่มีอะไรแล้ว ฉันขออาบน้ำเตรียมตัวก่อนนะคะ”
“ครับ”
ดาหวันวางสาย ทว่าทางฝั่งคชินทร์กลับมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความงุนงง เขาเพิ่งนึกได้ว่าลืมบอกเวลานัดและสถานที่ ทว่าดาหวันกลับบอกว่าเธอขออาบน้ำเตรียมตัวก่อน ตงิดใจอย่างไรชอบกล มองนาฬิกาบนข้อมือ คำนวณเวลาคราวๆ หากดาหวันอาบน้ำแต่งตัวตอนนี้ ก็เสร็จทันเวลานัดหมายพอดี
“อย่าบอกนะว่าสองคนนั้นคุยเรื่องนัดดแนะกันเสร็จนานแล้ว”
“Shit! เหมือนเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ว่ะ!”
