บทที่ 11 บท 8.1
เวลาต่อมาหลังจากที่ชิลินตบตีกับเจ้าสมุทรอยู่นานเกือบชั่วโมง ในที่สุดชิลินที่ไม่ประสงค์ที่จะให้เพื่อนต่างสาขาคนนี้เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของตัวเองก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้จนได้ หลังเจ้าสมุทรดูจะสนุกมากที่เจ้าตัวได้กดส่งคำขอมาหากันซ้ำ ๆ ขณะที่ชิลินก็เอาแต่กดปฏิเสธอีกฝ่ายซ้ำ ๆ เช่นกัน
“งั้นก็ปล่อยไว้แบบนี้ไปเลยดีกว่า” เนื่องจากชิลินชักจะเหนื่อยกับการกดปฏิเสธคำขอจากเจ้าสมุทรทุก ๆ ห้านาที เขาจึงเอ่ยออกมาแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ และคิดจะปล่อยคำขอของอีกฝ่ายเอาไว้แบบนั้นแทน ซึ่งชิลินก็คิดว่าหนึ่งคืนก่อนที่จะถึงวันเรียนรวมวิชานั้นอีกครั้ง เขาถึงค่อยคิดอีกทีดีกว่าว่าจะทำยังไงกับคำขอของอีกฝ่ายดี
“นี่ก็เหมือนกัน ทำไมถึงชอบโทรมาวุ่นวายกันนักนะ” เขาบ่นพลางพ่นลมหายใจออกมาอีกรอบ เมื่อเห็นว่าเจ๋งโทรมาหากันอีกแล้ว ซึ่งการที่อีกฝ่ายโทรมาหาเขาในคืนวันเสาร์อาทิตย์เช่นนี้ ชิลินก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายต้องการจะลากคอเขาออกไปเที่ยวให้ได้
“ว่า?” ทันทีที่ชิลินกดรับสายอีกฝ่ายแล้ว เขาก็เป็นฝ่ายพูดกับเจ๋งก่อนด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายโดยไม่คิดจะปิดบังอารมณ์ของตัวเอง
[แน่ะ มาทำเสียงหงุดหงิดใส่กูอีกนะ] เจ๋งบอกกลับมา
“ไม่นะ นี่เสียงปกติเลย” ชิลินทำทีปฏิเสธกลับไปเสียงซื่อว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ก่อนที่เขาจะถามต่ออีกรอบ เมื่อเขาต้องการให้เพื่อนสนิทรีบพูดเข้าประเด็นเสียที
“ตกลงที่โทรมาหากัน มีอะไร?”
[วันนี้วันเกิดพี่ในสาขา มึงออกมาสิ]
“นั่นยังไงล่ะ เราคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าโทรมาหากันคืนวันเสาร์แบบนี้คงหนีไม่พ้นชวนไปร้านเหล้าแน่ ๆ” ชิลินพูดกับคนปลายสายกลับไป เมื่อเขามักจะเดาใจเจ๋งถูกเสมอตามประสาเพื่อนที่สนิทที่สุดในกลุ่ม
[ถ้ารู้แล้วก็ดี กูจะได้ไม่ต้องเหนื่อยพูดอะไรเยอะแยะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูเข้าไปรับนะ สักสามทุ่มมึงออกมารอกูที่หน้าหอได้เลย]
“เดี๋ยว ๆ แล้วใครบอกว่าจะออกกัน อย่ามามั่วนะ!” ชิลินตะโกนใส่เจ๋ง หลังเขาไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะมาตีมึนใส่กันแบบนี้
[ออกเถอะ เพราะมีแต่คนถามหามึงเนี่ย] คนปลายสายบอกกลับมาเหมือนต้องการจะอ้อนวอนกันอยู่ในที ซึ่งพอชิลินได้ยินแบบนั้น เขาก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้าปฏิเสธเจ๋งเป็นหนที่สองเช่นกัน
“…”
[ตกลงจะเอายังไง?] เจ๋งถามกันอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าชิลินเงียบนานเกินไป
“เออ ๆ ก็เข้ามารับแล้วกัน เขานัดกันไว้ตอนสามทุ่มใช่ไหม?” ชิลินถามเพื่อนกลับไปด้วยน้ำเสียงเพลีย ๆ
[ใช่ ยังไงเดี๋ยวพอกูใกล้ไปถึงหอมึงแล้ว กูจะโทรหามึงอีกทีก็แล้วกัน] คนปลายสายพูด ซึ่งพอทั้งสองไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องพูดคุยกันต่อ นาทีต่อมาชิลินจึงเป็นฝ่ายกดตัดสายเพื่อนก่อนพร้อมกระโดดขึ้นเตียงนอน ตั้งใจจะตะโกนอัดใส่หมอนเพื่อระบายอารมณ์อัดอั้นของตัวเองสักรอบเผื่อว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นกว่านี้สักหน่อย
“นี่มึงชิลไปหรือเปล่าวะ?” นั่นเป็นประโยคแรกที่เจ๋งพูดกับชิลิน หลังทั้งสองลงมาเจอกันที่หน้าหอพักนักศึกษาของชิลินแล้ว
“อ้าว เราไปร้านเดิมไม่ใช่เหรอ” ชิลินที่อยู่ในชุดเตะบอลสบายตัวถามกลับไปเสียงงง เมื่อเขาก็แต่งตัวเหมือนอย่างทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ชิลินกลับถูกเพื่อนสนิทตัวเองพูดทักท้วงกันเสียอย่างนั้น
“ใช่ แต่ก็…”
“…”
“นี่มึงไม่คิดว่าตัวเองจะได้แฟนจากร้านเหล้าบ้างเหรอวะ” คราวนี้เจ๋งไม่ถามเปล่า แต่เจ้าตัวยังยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดคลึงที่ข้างขมับของตัวเองคล้ายกับรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชิลินมาก
“ไม่ล่ะ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปหาแฟนที่นั่นอยู่แล้ว” ชิลินตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ และเขาก็ไม่มีความคิดที่จะกลับขึ้นห้องเพื่อไปเปลี่ยนชุดใหม่ด้วย เนื่องจากชิลินคิดว่าหากเขาเมา เขาจะได้ล้มตัวนอนแบบสบายตัวได้เลย ไม่ต้องมาคอยเสียเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเองอีก
“ตามใจมึงแล้วกัน ตอนนี้พวกเรารีบไปกันเถอะ ทุกคนกำลังรออยู่” เจ๋งบอกกลับมาพร้อมกวักมือเรียกชิลินให้เดินไปยังลานจอดรถหน้าหอพักของชิลินด้วยกัน
“วันนี้มึงเอารถอะไรมาเหรอ” คราวนี้ชิลินเป็นฝ่ายถามเพื่อนบ้าง
