บทที่ 20 บท 12.2
“แต่บางที… นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่กูต้องการที่สุดก็ได้นะ” ชิลินเอ่ยกลับไป เมื่อเขาจินตนาการภาพที่เพื่อนสนิททิ้งเขาไปมีแฟนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งชิลินก็คิดว่าหากเหตุการณ์แบบนั้นมันเกิดขึ้นจริง ๆ ชีวิตของเขาจะต้องสงบสุขมากแน่ ๆ จริงอยู่ที่เขาอาจจะรู้สึกเหงาบ้าง แต่ชิลินก็คงไม่ต้องมารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้
“มึงพูดแบบนี้ได้ไง กูน้อยใจนะเนี่ย” เจ๋งพูดตัดพ้อใส่กันด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ ทว่าชิลินกลับรู้ดีว่ามันก็เป็นแค่การเสแสร้งแกล้งทำของอีกฝ่ายเท่านั้น
“อย่ามาทำการแสดงแถวนี้ กูรู้หรอกนะว่ามึงแกล้งทำน่ะ” ชิลินเอ่ยกลับไปอย่างคนรู้ทัน ซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้เจ๋งระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
“กูล่ะเกลียดมึงจริง ๆ”
“กูก็เกลียดมึงเหมือนกัน มึงคิดว่ามึงเกลียดกูได้อยู่ฝ่ายเดียวเหรอ” ชิลินโต้ตอบกลับไป ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงร้องโวยวายของเขาจะดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเจ๋งได้อาศัยทีเผลอดึงปลายจมูกรั้นของชิลิน
“มันเจ็บนะ!” เขาโวยวายใส่เพื่อนเสียงดัง
“สมน้ำหน้า” เจ๋งยักไหล่กลับมาให้กันอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงโวยวายของผู้ชายกล้ามโตอย่างเจ้าตัวจะดังขึ้นบ้าง เมื่อชิลินอาศัยทีเผลองับเข้าที่กล้ามโต ๆ ของเจ๋งอย่างเต็มแรง
“ไอ้ชิลิน! มึงเป็นหมาหรือไง” เจ๋งถามกันพร้อมส่งเสียงโอดครวญออกมาด้วย
“เออ! กูเป็นหมาก็ได้ กำลังคันฟันอยู่พอดีเลย” ชิลินโต้ตอบกลับไปพร้อมตั้งท่าจะเข้าจู่โจมเพื่อนของตัวเองอีกรอบ แต่เจ๋งไหวตัวทันเบี่ยงตัวหลบกันอย่างรู้จังหวะ นั่นจึงทำให้มัดกล้ามของอีกฝ่ายรอดจากการเป็นรอยฟันของชิลินอย่างหวุดหวิด
“มึงนี่หมาบ้าจริง ๆ” เจ๋งว่าชิลินพร้อมส่ายหน้าให้เขาด้วย แต่ยังไม่ทันที่ชิลินจะได้พูดตอบโต้อะไรกลับไป เขาก็ต้องหันหน้ามองตามสายตาของเพื่อนเสียก่อน หลังเขาเห็นว่าเจ๋งพยักหน้าเชิงทักทายให้ใครบางคน
“อ้าว… บังเอิญเกิ๊น!” ในจังหวะที่ชิลินหันขวับมองตามสายตาเพื่อน มันก็เป็นนาทีเดียวกันกับที่เสียงทักทายดังขึ้นเช่นกัน และคนที่เจ๋งเพิ่งพยักพเยิดหน้าทักทายให้ก็คือเพื่อนต่างคณะของเจ๋งที่ชื่อว่าภักดีนั่นเอง
“หวัดดี ชิลิน” ภักดีที่เพิ่งเลื่อนสายตาหันมาเจอชิลินกล่าวทักทายเขาด้วย
“อืม หวัดดี” ชิลินกล่าวทักทายกลับไปพร้อมเบือนสายตาหนีไปทางอื่น เมื่อเขาไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาบังเอิญเจอเพื่อนของเพื่อนเช่นนี้
“นี่มึงมากินข้าวกับใครวะ” เจ๋งที่ไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติเอ่ยถามภักดี หลังเจ้าตัวเห็นว่าภักดีเดินเข้ามาในร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้เพียงลำพัง
“คนเดียว” ภักดีตอบเพื่อน
“นั่งคนเดียวเหงาแย่ งั้นมานั่งกินด้วยกันดิ พวกกูก็นั่งกินกันอยู่แค่สองคนเนี่ย” เจ๋งพูดชวนภักดีอย่างไม่คิดอะไร และนั่นก็ทำให้คนถูกชวนเลื่อนสายตามองมายังชิลินอีกครั้ง เนื่องจากชิลินกับภักดีไม่ค่อยสนิทกันเท่าไรนัก ขณะที่เจ๋งสนิทกับทั้งภักดีและชิลิน เพราะนิสัยโดยพื้นฐานของเจ๋ง ต่อให้เจ้าตัวจะเป็นคนโผงผางแต่ก็เข้ากับคนง่าย
“นั่งด้วยได้ไหม” ภักดีถามชิลิน
“ได้สิ” ชิลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลี่ยงที่จะจ้องมองภักดีอย่างตรงไปตรงมาอยู่ดี โดยหลังจากที่ชิลินพูดออกไปแบบนั้น ภักดีที่เพิ่งเดินไปสั่งอาหารกับเจ้าของร้านเสร็จก็เดินมาทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ เจ๋งและอยู่ฝั่งตรงข้ามชิลินทันที
“อะไรของพวกมึงวะ เจอกันมาตั้งหลายครั้งแล้วแท้ ๆ แต่ยังไม่เลิกเกร็งใส่กันอีกเหรอ” เจ๋งที่เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ เพราะบรรยากาศบนโต๊ะค่อนข้างอึดอัดมากโวยวายออกมา หลังอีกฝ่ายพยายามจะทำให้ชิลินกับภักดีสนิทกันอยู่หลายครั้งหลายครา แต่มันกลับไม่เป็นผลเสียที
“ยุ่งน่า” ชิลินบอกเพื่อนตัวเองเสียงแผ่วพลางกระแอมเสียงในลำคอเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นว่าภักดีที่นั่งฝั่งตรงข้ามกันจ้องมองไม่หยุดราวกับมันมีเศษบางอย่างติดหน้าเขาอยู่ ซึ่งพอชิลินเห็นแบบนั้น เขาก็รีบยกมือขึ้นมาลูบหน้าลูบตาของตัวเอง เผื่อว่ามันจะมีเศษอะไรติดอยู่จริง ๆ แต่ว่าภักดีอาจไม่กล้าบอกกันก็ได้
