บทที่ 22 บท 13.2

เวลาต่อมาหลังจากที่เจ๋งมาส่งชิลินไว้ที่หน้าหอพักของเขาแล้ว ชิลินก็ขึ้นลิฟต์ขึ้นมายังชั้นของตัวเองด้วยอาการใจเหม่อลอย เมื่อคำพูดของภักดียังคงวน ๆ เวียน ๆ อยู่ในหัวของเขา

ทั้งที่ชิลินพยายามที่จะสลัดความคิดเหล่านั้นออกไปจากหัวของตัวเองแล้วแท้ ๆ แต่เขาในตอนนี้กลับไม่สามารถทำได้เสียอย่างนั้น มันยังคงตามหลอกหลอนอยู่เรื่อย ๆ เมื่อชิลินคิดว่าคำพูดของภักดีมันมีความเป็นไปได้สูง

เพราะในคืนนั้นอีกฝ่ายก็ตอบคนอื่นว่าตัวเองโสด ชิลินได้ยินมันเต็มสองรูหู

“หรือว่าสองคนนั้นอาจจะเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น” ชิลินพยายามคาดเดาความสัมพันธ์ของเจ้าสมุทรกับส้มจี๊ดไปต่าง ๆ นานา เพราะถ้าทั้งคู่เป็นคนรักกัน เห็นทีส้มจี๊ดก็คงจะเป็นแฟนสาวที่ใจกว้างเอามาก ๆ ถึงได้ยอมเปิดโอกาสให้แฟนหนุ่มของตัวเองไปไหนมาไหนกับคนอื่นทุกคืนแบบนี้

“แม่จ๋า หนูอยากกินอันนิอ่า… หนูขอกินด้ายม้าย” เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาข้างในห้อง นมสดที่กำลังเดินวน ๆ เวียน ๆ อยู่แถวลิ้นชักเก็บขนมของชิลินก็รีบวิ่งเข้ามาหากันทันที คล้ายกับเจ้าตัวกำลังรอเขาอยู่

“อยากกินอะไร” ชิลินถามกลับไป เมื่อเขาไม่รู้ว่านมสดต้องการอะไร

“มันอยู่ในลิ้นชักอ่าแม่ หนูขอเปิดด้ายป่าว” นมสดเอ่ยขอ

“ไปหยิบมา” ชิลินพยักหน้าอนุญาต ซึ่งพอกุมารน้อยได้ยินแบบนั้น อีกฝ่ายที่ทำหน้าอ้อนกันในตอนแรกก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปเปิดลิ้นชักเก็บขนมของชิลิน แล้วหยิบเอาถุงขนมผิงที่เจ้าตัวต้องการลิ้มรสขึ้นมาให้เขาดู

“หนูอยากกินอันนิ เฉาก๊วยก้ออยากกินเหมือนกัน หนูขอกินด้ายม้าย” นมสดหันมาทำหน้าอ้อนกันอีกครั้ง

ซึ่งพอชิลินเห็นแบบนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป แต่เลือกที่จะเดินไปหยิบขนมมาจากมือเล็ก ๆ ของนมสด และเตรียมจะหยิบธูปมาปักให้ เนื่องจากหากเขาไม่ให้อีกฝ่ายกิน วันไหนที่ชิลินหยิบมันมากิน นมสดก็ต้องมาเกาะขอบโต๊ะมองกันตาละห้อยอยู่ดี ดังนั้นให้กินตั้งแต่วันนี้ให้จบ ๆ ไปน่าจะดีกว่า

“แป๊บหนึ่งนะ” ในจังหวะที่ชิลินกำลังจะหยิบธูปออกมาจุด เขาก็ต้องบอกเจ้ากุมารน้อยทั้งสองตัวเสียก่อน เมื่อจู่ ๆ เครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของชิลินก็แผดเสียงร้องขึ้นมาอย่างได้จังหวะ นั่นจึงทำให้เขาต้องรีบผละมือออกจากทุกอย่างแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดู โดยที่มีกุมารน้อยทั้งสองตัวกำลังยืนทำตาละห้อย เพราะรอขนมจากเขาอยู่

“เจ้าสมุทร” พอเห็นว่าใครโทรมาหากันในเวลานี้ ชิลินก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกดรับสายอีกฝ่าย เผื่อว่าเจ้าสมุทรมีธุระสำคัญที่ต้องการคุยตอนนี้เลย

“ว่าไง” เมื่อเขากดรับสายแล้ว ชิลินก็เป็นฝ่ายกล่าวเปิดบทสนทนาก่อน เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้โทรมาหากันตอนนี้

[ชิลินอยู่ห้องไหม ว่างหรือเปล่า?] เจ้าสมุทรถามกลับมา

“ว่างนะ มีอะไรหรือเปล่า”

[ถ้างั้นเดี๋ยวอีกสิบนาที เราจะเข้าไปรับนะ]

“ด—เดี๋ยวนะ เข้ามารับอะไร?” ชิลินรีบถามคนปลายสายกลับไปเสียงงง เมื่อเขาไม่รู้ว่าเจ้าสมุทรกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่

[ก็งานของอาจารย์ที่พวกเราเคยคุยกันไว้เมื่อคืนก่อนนี่ไง เราว่าเดี๋ยวพวกเราเริ่มทำกันวันนี้เลยดีกว่า] อีกฝ่ายบอกกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“เดี๋ยวนะ… จะเริ่มทำคืนนี้เลยเหรอ แต่เรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ อีกอย่าง… เหมือนตอนนี้ข้างนอกฝนก็ใกล้จะตกแล้วด้วย” ชิลินทักท้วงกลับไป หลังทุกอย่างมันดูรวดเร็วไปเสียหมดและชิลินก็ยังไม่พร้อมที่จะไปนั่งทำงานที่ห้องของอีกฝ่ายในค่ำคืนนี้ด้วย

ไม่รู้ว่าเจ้าสมุทรจะรีบไปไหน

[ต่อให้ฝนมันตกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ ในเมื่อเราไม่ได้ทำกลางแจ้งสักหน่อย] เจ้าสมุทรบอกกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เมื่อเจ้าตัวไม่ได้มองว่ามันเป็นอุปสรรค

“…”

[ถ้าฝนมันตกหนักจริง ๆ พอถึงตอนนั้นชิลินก็นอนค้างที่ห้องเราก็ได้นะ] อีกฝ่ายพูดเพิ่มเติม ขณะที่ชิลินก็ได้แต่ทำหน้าลำบากใจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะเจ้าสมุทรบังเอิญเจอชิลินตอนเย็นวันนี้หรือเปล่า อีกฝ่ายถึงได้เปลี่ยนใจชวนชิลินไปทำงานคืนนี้เลย ทั้งที่มันเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าที่จะถึงกำหนดส่งงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป