บทที่ 24 บท 14.2
ทั้งที่เจ้าสมุทรไม่ได้พูดด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวต้องการใช้ของชิ้นนี้กับใคร แต่เพียงแค่มันเข้ามาอยู่ในกรอบสายตาของชิลินในคืนที่เขาอาจต้องนอนค้างกับอีกฝ่าย นั่นก็ทำให้ชิลินมีอาการใจไม่ดีแล้ว
“ชิลิน”
“…”
“ชิลิน!”
“หืม?”
“ตอนนี้ถึงชั้นที่เราอยู่แล้วนะ นายไม่ออกไปเหรอ?” หลังถูกเจ้าสมุทรเรียกชื่อกันสองครั้งติดกัน ชิลินที่มีอาการใจลอยในตอนแรกก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าเจ้าสมุทรแบบงง ๆ ซึ่งพอเจ้าสมุทรปรายสายตาไปยังประตูลิฟต์ที่ถูกเปิดอ้าเอาไว้ นั่นจึงทำให้สติของชิลินที่เลือนหายไปในตอนแรกกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง
“อ๋อ” เขาขานรับแล้วรีบก้าวเท้าออกไปจากลิฟต์โดยที่มีเจ้าสมุทรเดินตามออกมาด้วย เมื่อมันได้พาทั้งคู่ขึ้นมาถึงชั้นที่เจ้าสมุทรอยู่แล้ว
“ใจลอยจัง คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ” ระหว่างที่เจ้าสมุทรกำลังเดินนำพาชิลินไปยังห้องของเจ้าตัว อีกฝ่ายก็ชวนชิลินสนทนาไปด้วย คล้ายกับเจ้าตัวอยากรู้ว่าเรื่องอะไรถึงทำให้ชิลินมีอาการใจลอยแบบนี้
“เราคิดเรื่องงานของอาจารย์นี่แหละ” ชิลินโป้ปดออกไปทั้งหน้าตาย นาทีเดียวกันปลายเท้าของเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่งพอดี
จากนั้นชิลินก็ปล่อยให้เจ้าสมุทรจัดการกดรหัสผ่านอยู่ที่หน้าห้อง ขณะที่เขาก็ช่วยเจ้าตัวถือถุงของจากร้านสะดวกซื้อเอาไว้ ซึ่งเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น ประตูห้องของเจ้าสมุทรก็ถูกเปิดออกพอดี
“เข้าไปได้เลย” อีกฝ่ายหันมาบอกชิลินพร้อมเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย เพื่อให้ชิลินได้เดินนำเข้าไปในห้องก่อน โดยที่มีเจ้าตัวเดินตามเข้ามาติด ๆ และเป็นคนไปเปิดไฟในห้องให้สว่างโรจน์
“มันอาจจะรกนิดหน่อยนะ พอดีแม่บ้านลาหยุดน่ะ”
“ไม่รกเลย มันออกจะสะอาดมากด้วยซ้ำ” ชิลินรีบตอบกลับไปพร้อมนำถุงของที่เขาถือไว้ในตอนแรกไปวางไว้ตรงโต๊ะวางของ
โดยหลังจากที่ชิลินวางถุงของเรียบร้อยแล้ว เขาก็ใช้ช่วงเวลานั้นในการกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องของเจ้าสมุทรอย่างสนอกสนใจตามประสาคนที่เพิ่งเคยมาเยือนที่นี่เป็นครั้งแรก และระหว่างนั้นความเงียบผสมปนเปกับความอึดอัดก็เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงของเจ้าสมุทรดังขึ้น
“ชิลินอยากเริ่มทำงานเลยไหมหรือว่าอยากนั่งพักก่อน”
“เริ่มทำงานเลยก็ได้ เพราะถ้าพวกเราทำเสร็จก่อนที่ฝนจะตก เราจะได้ไม่ต้องค้าง”
“จนถึงตอนนี้ชิลินก็ยังคิดว่าตัวเองจะได้กลับห้องอยู่เหรอ?” เจ้าสมุทรถามกลับมาโดยพลัน ซึ่งคำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำของอีกฝ่ายก็ทำให้ชิลินต้องชะงักไปทันที
“พอดีเราคิดว่าไม่ว่ายังไง ชิลินก็ต้องนอนค้างที่นี่อยู่ดีน่ะเพราะข้างนอกลมเริ่มแรงแล้ว” เจ้าสมุทรรีบพูดเพิ่มเติม เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าชิลินชะงักไปเล็กน้อยเพราะคำพูดของเจ้าตัว
“ที่เราไม่อยากมานอนค้างที่นี่ เพราะเราเกรงใจเจ้าสมุทร” คราวนี้เขาเอ่ยกลับไปบ้าง
“ถ้าเจ้าของห้องเขาเต็มใจให้นอน ก็ไม่เห็นจะต้องเกรงใจเลยนี่”
“…”
“เราว่าตอนนี้พวกเรามาเริ่มทำงานกันดีกว่า” เจ้าสมุทรพูดตัดบทพร้อมเดินหายเข้าไปในห้องนอน เพื่อไปหยิบเอาแล็ปท็อปออกมา หลังในคืนนี้ทั้งสองจำเป็นต้องใช้มัน
ตอนแรกที่ชิลินรู้ว่าตัวเองจะได้มาทำงานคู่กับเจ้าสมุทร ท่ามกลางความตกใจที่เขามี ลึก ๆ เขาก็รู้สึกดีใจมาก เนื่องจากมันหมายความว่าชิลินจะได้ใกล้ชิดกับเจ้าสมุทรมากขึ้น อย่างน้อยมันก็มากกว่าแค่เพื่อนร่วมคณะ เพื่อนร่วมคลาสหรือคนที่มีเพื่อนร่วมกัน ทว่าพอตอนนี้ชิลินได้เริ่มทำงานคู่กับเจ้าสมุทรจริง ๆ จัง ๆ แทนที่เขาจะรู้สึกอิ่มเอมเหมือนอย่างที่เคยจินตนาการเอาไว้ ชิลินกลับรู้สึกว่ามันต่างจากที่เขาคิดไว้อยู่พอสมควร
ไม่ใช่ว่าเจ้าสมุทรเป็นเพื่อนร่วมงานแย่ ๆ ที่กินแรงเพื่อน เอาเปรียบหรือทำงานชุ่ย ๆ พอให้ผ่าน ๆ ไปอะไรทำนองนั้น แต่มันเป็นเพราะสายตายามที่อีกฝ่ายมองเขาตลอดทั้งการหารือเรื่องงานต่างหาก
“วันนี้เราเอาแค่เท่านี้ก็พอแล้วมั้ง” เพราะรู้สึกว่าสมองของตัวเองเริ่มล้าแล้ว ชิลินจึงตัดสินใจพูดออกไปแบบนั้น เมื่อเขาคิดว่าตัวเองไม่สามารถฝืนทำงานต่อได้แล้ว ต่อให้ก่อนหน้านี้ชิลินจะเพิ่งยกเครื่องดื่มชูกำลังขึ้นดื่มไปก็เถอะ แต่ตอนนี้สมองของเขามันไม่พร้อมที่จะใช้งานแล้ว
“เหนื่อยแล้วเหรอ” เจ้าสมุทรถาม
“อืม สมองเริ่มล้าแล้ว” ชิลินตอบกลับไปพร้อมใช้มือนวดคลึงที่ข้างขมับของตัวเองไปด้วย
“งั้นก็พอก่อนก็ได้” เจ้าสมุทรที่เห็นความเหนื่อยล้าของชิลินตอบกลับมาอย่างใจดีพร้อมปิดหน้าจอแล็ปท็อปลง เมื่อมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งานอีกต่อไป
“เห็นไหมล่ะ… ไม่ว่ายังไงชิลินก็ต้องนอนค้างที่นี่จริง ๆ ด้วย” เจ้าสมุทรพูดเพิ่มเติม ขณะที่ดวงตาคมของอีกฝ่ายก็จ้องมองไปข้างนอกอาคารที่กำลังมีพายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปรานีตามที่พยากรณ์อากาศคาดการณ์เอาไว้
“อืม ยังไงคืนนี้เราขอรบกวนด้วยนะ… แล้วก็ห้ามรำคาญกันด้วย” ชิลินที่ไม่อยากเถียงหรือโต้แย้งอะไรอีกแล้ว เนื่องจากเขากำลังหมดแรงจากการทำงานเมื่อตอนก่อนหน้านี้ตอบกลับไปอย่างว่าง่าย
“ไม่รำคาญหรอก ในเมื่อเรายินดีให้ชิลินนอนค้างที่นี่” เจ้าสมุทรยังคงยืนกรานคำพูดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
