บทที่ 27 บท 15.3

“เจ๋งทำแบบนั้น เพราะเป็นห่วงเราซึ่งก็ไม่ใช่แบบนี้ทุกครั้งหรอก”

“งั้นแสดงว่ามันไม่ไว้ใจเราใช่ไหม” เจ้าสมุทรซักไซ้ต่อ ทำเอาชิลินเกิดอาการไปไม่เป็นชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องตอบแบบไหนแบบที่ไม่ให้เสียทั้งเจ๋ง และไม่ทำให้เจ้าสมุทรรู้สึกแย่

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” ต่อให้ตอนนี้ชิลินจะยังคิดหาคำอธิบายดี ๆ ไม่ออก แต่เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธกลับไป “เอาจริง ๆ นะ พวกเราก็เพิ่งมารู้จักกันเองไม่ใช่เหรอ”

“…”

“ต่อให้เจ๋งจะดูเข้ากับคนง่าย ดูเป็นคนอะไรก็ได้แต่บางอย่างเช่นความไว้ใจ มันอาจต้องใช้เวลานิดหน่อย” ชิลินเอ่ยอย่างระมัดระวัง ซึ่งในระหว่างที่ปากของเขากำลังขยับ ชิลินก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าสมุทรด้วย

“จะพยายามเข้าใจแล้วกัน” นานเกือบนาทีกว่าที่เจ้าสมุทรจะตอบกลับมาแบบนั้น

       จากนั้นอีกฝ่ายที่เคยพลิกตัวนอนหันหน้ามาทางชิลินในตอนแรกก็กลับมานอนหงายอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวไม่มีเรื่องอะไรที่อยากถามกันต่อแล้ว

       ความเงียบแผ่ปกคลุมทั้งสองอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ต่างฝ่ายจะยังไม่หลับแต่ก็ไม่มีใครชวนใครคุยอีก ชิลินที่ไม่ใช่คนคุยเก่ง ยิ่งกับคนที่ชอบเขายิ่งคุยไม่เก่งจึงอาศัยช่วงเวลานั้นในการแอบมองเจ้าสมุทรที่นอนอยู่ข้าง ๆ กันอย่างระมัดระวัง เพราะโอกาสแบบนี้มันคงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ

       ดังนั้นชิลินจึงควรตักตวงช่วงเวลานี้เอาไว้ซะ

       “คนที่เราเห็นเมื่อตอนเย็น เป็นคนที่เจ้าสมุทรกำลังคุยด้วยหรือเปล่า”

       “หืม?” เจ้าสมุทรหันหน้ามามองกันทันที เมื่อจู่ ๆ ชิลินก็ถามในสิ่งที่คาใจออกมาจนได้

       “อ—เอ่อคือว่า” พอรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดคำถามที่อยู่ในใจออกมา ชิลินก็เกิดอาการอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ทันที หลังเขาไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไงดี เพราะมันคงดีกว่านี้หากชิลินรู้เรื่องนี้โดยที่เขาไม่ต้องถามอีกฝ่าย

       ชิลินไม่ต้องการให้เจ้าสมุทรรู้ว่าเขากำลังสนใจในเรื่องนี้

       “ไม่มีอะไร” เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี สุดท้ายชิลินจึงหนีปัญหาด้วยการบอกไปแบบนั้น ทั้งที่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าสมุทรน่าจะได้ยินคำถามของเขาชัดเต็มสองรูหู

       “เมื่อกี้ชิลินพูดถึงส้มจี๊ดเหรอ?” เจ้าสมุทรที่เห็นว่าชิลินไม่มีทางทวนคำถามให้ใหม่แน่เป็นฝ่ายถามกลับมา

       “…”

       “คนนั้นเป็นแค่เพื่อนกัน” อีกฝ่ายให้คำตอบ และคำพูดแค่ไม่กี่คำของเจ้าสมุทรก็ทำให้ชิลินรู้สึกโล่งใจอย่างน่าประหลาด

       ราวกับมีคนยกภูเขาออกจากอกเขาอย่างไรอย่างนั้น

       “พอชิลินพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว เราเองก็นึกได้พอดีว่ามีเรื่องที่อยากถามเหมือนกัน” เจ้าสมุทรพูดขึ้นอีก ซึ่งคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้ชิลินต้องเอียงคอมองด้วยความฉงน เมื่อเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายอยากถามอะไรกัน

       ชีวิตของชิลินมันมีอะไรที่น่าสนใจเหรอ? นั่นเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวเขา ระหว่างที่ชิลินกำลังรอให้เจ้าสมุทรถามกัน

       “คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามชิลินตอนนั้นเป็นใครเหรอ”

       “อ๋อ คนนั้นเพื่อนเจ๋งชื่อภักดี”

       “…”

       “ถามทำไมอะ” ชิลินซักไซ้

       “ก็แค่สงสัยเฉย ๆ เพราะดูหน้าแล้วไม่น่าจะเรียนคณะเดียวกันกับพวกเรา” เจ้าสมุทรให้เหตุผลอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้มีอะไรมากกว่าความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว

       “นอนเถอะ เพราะตอนนี้จะตีหนึ่งแล้ว” อีกฝ่ายพูดต่อ เมื่อสายตาของเจ้าตัวเหลือบไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝาผนังแล้วเห็นว่าตอนนี้มันเป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว

       โดยหลังจากที่ชิลินได้ยินแบบนั้น เขาก็ทำแค่พยักหน้าเห็นด้วยกลับไปให้เจ้าสมุทรเบา ๆ ก่อนจะปิดเปลือกตาลงแล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย เนื่องจากตอนนี้มันเป็นเวลาเข้านอนตามปกติของเขา

       ชิลินเข้าสู่ห้วงนิทราแบบจริง ๆ จัง ๆ ตอนช่วงตีหนึ่งของวันและมารู้สึกตัวตื่นอีกครั้งก็ตอนตีสาม หลังชิลินพยายามเคลื่อนตัวเข้าหาความอบอุ่น ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาจะมาตระหนักว่าคืนนี้เขาไม่ได้นอนคนเดียว…

       เพียงแค่ฉุกคิดได้แบบนั้นชิลินก็รีบลืมตาขึ้นมาโดยพลัน ยิ่งในตอนนี้ข้างนอกฝนได้หยุดแล้ว นั่นจึงทำให้เสียงภายในห้องมันชัดเจนมากกว่าเดิม ซึ่งเขาก็ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองและคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ กัน เมื่อตอนนี้เจ้าสมุทรก็นอนพลิกตัวหันหน้ามาทางเขาเช่นกัน ขณะที่ตัวของชิลินก็เคลื่อนเข้าไปซุกอยู่ที่อกของอีกฝ่าย

       พอเห็นว่าตัวเองกับเจ้าสมุทรกำลังอยู่ในท่วงท่าไหนกัน ชิลินที่เคยนอนอย่างสบาย ๆ ในตอนแรกก็เริ่มมีอาการเกร็งขึ้นมาแทบจะทันที ท่ามกลางความมืดที่แผ่ปกคลุมไปทั่วห้องเขาก็ได้แต่เบิกตากว้างด้วยอารมณ์ตกใจตามประสาคนที่ไม่คิดว่าจะมาลงเอยในท่วงท่านี้กับเจ้าของห้อง

       ชิลินจะต้องรีบกลับไปรักษาระยะห่างกับเจ้าสมุทร ก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้สึกตัวตื่น… นั่นเป็นสิ่งที่ชิลินคิดได้ เมื่อเขากำลังคิดหาวิธีขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเจ้าสมุทรโดยที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายตื่น

       และก็เป็นโชคดีที่ทั้งสองไม่ได้นอนกอดกันแต่ก็แค่นอนหันหน้าเข้าหากันเท่านั้น การกลับไปรักษาระยะห่างกับเจ้าสมุทรดังเดิมจึงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก

       ชิลินค่อย ๆ พลิกตัวอย่างเชื่องช้าและทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ทว่าในจังหวะที่ชิลินพลิกตัวนอนหันหลังให้เจ้าสมุทรดังเดิม เขาก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอพร้อมเบิกตากว้างด้วยอารมณ์ตกใจ เมื่อบั้นท้ายของชิลินไปสัมผัสโดนช่วงกลางลำตัวของเจ้าสมุทรอย่างไม่คาดคิด

       และนั่นก็ทำให้เจ้าสมุทรที่เคยหลับสนิทในตอนแรกรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย

       เพียงแค่ชิลินได้ยินเสียงขยับตัวของเจ้าสมุทร เขาที่มีอาการเกร็งอยู่แล้วก็ยิ่งเกร็งมากขึ้นเป็นเท่าตัว หลังชิลินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงต่อ เมื่อเห็นว่าบั้นท้ายของเขาไปสัมผัสโดนตรงบริเวณนั้นของเจ้าตัว

       เจ้าสมุทรจะมองชิลินว่าเขาเป็นจอมฉวยโอกาสไหม? นั่นเป็นสิ่งที่ชิลินกังวล

       “ท่านี้นี่มัน…” เสียงเจ้าสมุทรดังขึ้น หลังเจ้าตัวตื่นเต็มตาแล้ว และคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้ชิลินที่นอกจากจะเกร็งแล้ว พอถึงตอนนี้เขาแทบไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำ เหตุเพราะชิลินกลัวว่าเจ้าสมุทรจะรู้ว่าเขาเองก็ตื่นเหมือนกัน

“บ้าเอ๊ย” อีกฝ่ายอุทานพร้อมรีบลุกลงจากเตียงทันที นาทีนั้นชิลินจึงรีบแสร้งหลับตาปี๋ทำเป็นหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว จนกระทั่งเสียงเปิดปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น นาทีนั้นชิลินถึงค่อยลอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป