บทที่ 6 คืนนี้คุณกับผมนอนด้วยกัน
ธนวัฒน์เองก็ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพอันเย้ายวนใจเช่นนี้ หญิงสาวที่นั่งตะแคงอยู่ขอบเตียงผมยังเปียกหมาดๆ ชุดนอนสายเดี่ยวเส้นเล็กที่พาดอยู่บนไหล่ทำท่าจะหลุดมิหลุดแหล่เนื่องจากท่านั่งของเธอ เผยให้เห็นผิวขาวผ่องออร่าเป็นบริเวณกว้าง ชายกระโปรงที่เลิกขึ้นมาถึงต้นขาทำให้เห็นสัดส่วนเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองคนดูเหมือนจะตะลึงไปชั่วครู่ แต่เป็นจินต์จุฑาที่ได้สติก่อน เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้นยืน ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเขาเห็นไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
"คุณ... คุณเข้ามาทำไมคะ?" จินต์จุฑายังคงมีอาการประหม่า นอกจากครั้งนั้นที่เขาถูกวางยา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในห้องของเธอตอนที่มีสติครบถ้วน
ปกติแล้วทั้งสองคนจะแยกห้องนอนกัน
ธนวัฒน์ละสายตาจากเธอ เขาเคยเจอคนสวยมามาก แต่ต้องยอมรับว่าจินต์จุฑาคือคนที่สวยและมีสง่าราศีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แค่ผิวพรรณที่ขาวจนเปล่งประกายของเธอก็ทิ้งห่างคนอื่นไปหลายช่วงตัวแล้ว
เขารู้สึกลำคอแห้งผากจึงกระแอมเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะหันไปมองเธอ
"วันนี้คุณไปโรงพยาบาลมาหรือเปล่า?" พูดจบเขาก็เดินตรงเข้ามาหาจินต์จุฑา
จินต์จุฑาเพิ่งสังเกตเห็นว่าในมือของเขาถือถุงน้ำแข็งและผ้าขนหนูอยู่ เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร เขาขยับเข้ามาหนึ่งก้าว เธอก็ถอยหนีหนึ่งก้าว จนสุดท้ายถอยต่อไปไม่ได้แล้ว เธอจึงล้มตัวลงนั่งบนเตียง
"คุณ... คุณจะทำอะไรกันแน่?" จินต์จุฑาใจเต้นรัวเร็วขึ้นเพราะการเข้ามาประชิดตัวกะทันหันของเขา ใบหูที่ซ่อนอยู่ใต้ผมร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ธนวัฒน์มองดูท่าทางเขินอายของเธอ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเธอก็น่ารักดีเหมือนกัน
"รีบประคบเย็นซะสิ"
เขายื่นมือเอาผ้าขนหนูแนบลงบนแก้มข้างที่ถูกตบของเธอ ความเย็นเยียบทำให้จินต์จุฑาได้สติกลับมา เพราะความอ่อนโยนและความหวังดีที่เขาแสดงออกมาเป็นครั้งคราวแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้เธอถลำลึกจมดิ่งลงไปทุกวัน หลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาอาจจะชอบเธอขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่ตอนนี้ เธอจะไม่ยอมตกหลุมพรางอีกแล้ว
"ขอบคุณค่ะ ฉันทำเองดีกว่า" จินต์จุฑารับผ้าขนหนูจากมือเขา แล้วรีบลุกขึ้นเดินเลี่ยงไปด้านข้างเพื่อหลบสายตา
"ตอนนี้คุณมีอาการอยากจะอ้วกไหม?" ธนวัฒน์ถามออกมาตรงๆ
จินต์จุฑาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความตื่นตระหนก ทำไมเขาถึงถามเรื่องนี้อีกแล้ว หรือว่าเขารู้อะไรมา?
"คุณถามอะไรวกไปวนมา สรุปคุณต้องการจะถามอะไรกันแน่? ประสาทหรือเปล่า" จินต์จุฑาได้แต่แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน
ธนวัฒน์จ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ไม่พบพิรุธอะไร แต่เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ เขาจึงออกคำสั่งเสียงแข็ง
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณต้องนอนกับผม"
จินต์จุฑานึกว่าตัวเองหูฝาด เธอมองผู้ชายตรงหน้า ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคืนนี้เขาเป็นบ้าอะไร
"อะไรนะคะ?"
"จินต์จุฑา ผมรู้ว่าคุณได้ยินแล้ว รีบเก็บของแล้วไปที่ห้องนอนใหญ่เดี๋ยวนี้" ธนวัฒน์มองเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาต้องการรู้ให้แน่ชัดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมความรู้สึกของเขาถึงเชื่อมโยงกับจินต์จุฑาได้
สมองของจินต์จุฑาประมวลผลไม่ทัน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
"โรครักความสะอาดของคุณหายแล้วเหรอคะ?" จินต์จุฑานับถือตัวเองจริงๆ ที่ดันไปห่วงเรื่องความสะอาดของเขาในเวลาแบบนี้
"คุณคิดมากไปแล้ว ก็แค่นอนเตียงเดียวกันเฉยๆ เมื่อก่อนผมไม่แตะต้องคุณ ตอนนี้ก็ยิ่งไม่มีทาง" ธนวัฒน์แค่นเสียงในลำคออย่างหงุดหงิด
จินต์จุฑาก้มมองหน้าท้องของตัวเองโดยอัตโนมัติ 'คุณไม่แตะต้องฉัน แล้วเจ้าตัวเล็กนี่มาได้ยังไง' เธอแค่นเสียงในใจ แล้วเงยหน้ามองเขา
"ท่านประธานคะ เรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะมานอนด้วยกันอีก มันคงไม่เหมาะมั้งคะ"
จินต์จุฑาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรอีก แต่วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้ว
"เชิญออกไปค่ะ ฉันจะพักผ่อน" จินต์จุฑาชี้ไปที่ประตูแล้วพูดกับเขาอย่างไม่เกรงใจ
แต่ธนวัฒน์ไม่เคยสนความสมัครใจของใคร เพราะเขาคือธนวัฒน์ เขามีทั้งเงินและอำนาจ ไม่จำเป็นต้องดูสีหน้าใคร ดูแค่อารมณ์ของตัวเองก็พอ
ยิ่งไปกว่านั้นคือยังไม่ได้หย่ากัน ดังนั้นเขาจึงไม่เสียเวลาคิด ก้มลงอุ้มจินต์จุฑาขึ้นในท่าเจ้าสาวทันที ความรู้สึกวูบโหวงกะทันหันทำให้เธอร้องอุทานออกมา สองแขนรีบคว้ากอดรอบคอธนวัฒน์ไว้แน่น
"คุณทำอะไรเนี่ย? ปล่อยฉันลงนะ" จินต์จุฑาโกรธจริงๆ เธอดิ้นรนและทุบตีเขาไม่หยุด
แต่ธนวัฒน์ทำหูทวนลม อุ้มเธอเดินกลับไปที่ห้องนอนใหญ่
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเขา เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมา นอกจากตอนดึกที่ต้องออกแบบงานแล้ว เวลาที่เหลือเธอก็ใช้ไปกับการดูแลเขา ตั้งแต่การจับคู่เสื้อผ้าไปจนถึงดูแลเรื่องอาหารการกิน ล้วนเป็นฝีมือเธอทั้งสิ้น
ห้องแต่งตัวของเขา ตั้งแต่สูทไปจนถึงเสื้อโค้ท เนคไทไปจนถึงถุงเท้า เธอเป็นคนไปเลือกซื้อมาเองกับมือ จับคู่แขวนไว้เป็นชุดๆ เธอจึงคุ้นเคยกับห้องของเขาเป็นอย่างดี
ดังนั้นพอธนวัฒน์ปล่อยมือ เธอก็รีบพุ่งไปที่ประตูทันที แต่ประตูกลับถูกเขาล็อคไว้เรียบร้อยแล้ว
"ธนวัฒน์ คุณเป็นบ้าอะไร? อยากมีคนนอนด้วยก็ไปหาญาณิดาสิ ปล่อยฉันออกไปนะ" จินต์จุฑามองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว
"ทำไมไม่เรียกว่าท่านประธานแล้วล่ะ? ดูท่าเมื่อก่อนคุณคงแกล้งทำสินะ จินต์จุฑา เรายังไม่ได้เซ็นใบหย่ากัน คุณก็ไล่ให้ผมไปหาผู้หญิงอื่นแล้ว ดูท่าคุณคงจะรีบอยากหย่าจนตัวสั่นเลยสินะ?" ธนวัฒน์ทำหน้าขรึม ก้าวเท้าบีบไล่ต้อนเธอเข้าไปเรื่อยๆ
จินต์จุฑาแทบจะหงายหลังด้วยความโมโห
"ท่านประธานคะ นอกจากคุณจะทำธุรกิจเก่งแล้ว ยังโยนความผิดให้คนอื่นเก่งอีกด้วยนะคะ" จินต์จุฑาประชดกลับอย่างเหลืออด
ธนวัฒน์ชะงักไป
"คุณหมายความว่ายังไง?"
จินต์จุฑาแค่นหัวเราะ
"ไม่งั้นคุณจะมาตีโพยตีพายโยนความผิดให้ฉันทำไมล่ะคะ?" จินต์จุฑาถูกธนวัฒน์ต้อนจนมุม สองมือถูกตรึงไว้เหนือศีรษะแนบกับผนัง เธอเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาเขา
ธนวัฒน์รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องที่เขาเป็นคนเอ่ยปากขอหย่าก่อน พอคิดได้ดังนั้น เขาก็รู้สึกหมดสนุก จึงปล่อยตัวจินต์จุฑา
"เรื่องหย่าน่ะหย่าแน่ แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องพิสูจน์เรื่องบางอย่างให้แน่ใจก่อน" ธนวัฒน์หันหลังเดินไปที่เตียง
"เรื่องอะไรคะ?"
"ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรถาม สิ่งที่คุณต้องทำคือนอนที่นี่" ธนวัฒน์ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน
จินต์จุฑาไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับเขาจริงๆ แต่ประตูก็เปิดไม่ออก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปที่โซฟา ดูท่าคืนนี้คงต้องนอนเบียดบนโซฟาไปก่อน
จินต์จุฑาคิดว่าคืนนี้คงผ่านพ้นไปได้อย่างสงบสุข แต่พอตื่นเช้ามา เธอกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงของธนวัฒน์ ทำเอาเธอตกใจจนตาสว่าง รีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งหนีกลับห้องตัวเองราวกับหนีตาย
โชคดีที่ป้าแก้วบอกว่าธนวัฒน์ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ เธอลอบดีใจที่ไม่ต้องอธิบายกับเขาว่าทำไมถึงไปนอนบนเตียงเขาได้ และไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมาเห็นว่าเช้านี้เธออาเจียนไปแล้วตั้งหลายรอบ
