บทที่ 10 จูบปิดปาก และ การแหกกรงทอง
บรรยากาศยามค่ำคืนของ "เรือนริมน้ำ" ในอาณาจักรธีระโยธินวันนี้ดูเงียบสงบกว่าปกติ สายลมเย็นๆ พัดโชยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา หอบเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่ปลูกไว้รอบเรือนให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์ เดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางผ่อนคลาย หลังจากจัดการกับความหงุดหงิดเรื่องคุณแพรเมื่อช่วงเย็นไปได้บ้างแล้ว เขาถอดสูทตัวนอกส่งให้เด็กรับใช้ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับแม่บ้านใหญ่
"นมแวว..."
"คะ คุณท่าน" หญิงวัยกลางคนรีบเข้ามารับคำสั่ง
"วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ให้เด็กๆ ปิดเรือนแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้เลย ไม่ต้องอยู่รอรับใช้แล้ว"
"เอ่อ... แต่ว่าคุณท่านยังไม่ได้ทานของว่างเลยนะคะ" ป้าแววแย้งเบาๆ ด้วยความหน้าที่
"ไม่เป็นไร ผมไม่หิว... อ้อ แต่ก่อนไป ช่วยไปตาม ต้นหอม ลงมาพบผมที่ห้องทำงานชั้นล่างหน่อย บอกว่าผมมีธุระจะคุยด้วย"
"ได้ค่ะ เดี๋ยวอิฉันจะขึ้นไปตามให้"
ป้าแววรับคำสั่งแล้วเดินขึ้นบันไดไป ส่วนธีรดนย์เดินล้วงกระเป๋าฮัมเพลงเบาๆ เข้าไปรอในห้องทำงานชั้นล่าง เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อความสบาย พลางหยิบรีโมทมาเปิดเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จงใจเดินลงส้นก็ดังมาจากบันได บ่งบอกอารมณ์ของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
ต้นหอม เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึง เธออยู่ในชุดนอนที่ดูเรียบร้อยมิดชิด เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาว ผมยาวสลวยถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ใบหน้าหวานยังคงมีร่องรอยของความตาบวมเป่งจากการร้องไห้เมื่อตอนเย็นหลงเหลืออยู่เล็กน้อย
เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตู ไม่ยอมเดินเข้ามา "ป้าแววบอกว่าคุณเรียกหนู... มีอะไรให้หนูรับใช้คะท่านรัฐมนตรี? ดึกป่านนี้แล้ว"
น้ำเสียงประชดประชันนั้นทำให้ธีรดนย์หลุดขำในลำคอ เขาตบที่ว่างบนโซฟาข้างตัวเบาๆ
"เข้ามาสิ... มานั่งนี่"
"หนูยืนตรงนี้สะดวกกว่าค่ะ" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
"ต้นหอม..." ธีรดนย์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลแต่แฝงอำนาจ "อย่าดื้อ... มานั่งดีๆ ฉันไม่ได้จะกินหัวเธอสักหน่อย"
ต้นหอมเม้มปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจพรืด เดินกระแทกเท้าปึงปังเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ เขา แต่ก็ขยับตัวไปจนชิดขอบอีกฝั่ง เว้นระยะห่างไว้ราวกับเขามีเชื้อโรค
"ว่ามาสิคะ จะสั่งงานอะไรอีก? หรือจะให้พิมพ์งานแก้อาการนอนไม่หลับ?" เธอถามโดยไม่หันมามองหน้า
ธีรดนย์มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ สังเกตเห็นดวงตาคู่สวยที่ยังแดงช้ำอยู่นิดๆ ความรู้สึกผิดและความเป็นห่วงแล่นริ้วเข้ามาในใจ
"ตาบวมหมดแล้ว..." เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ เอื้อมมือไปแตะที่หางตาเธอเบาๆ แต่ต้นหอมสะบัดหน้าหนี
"เรื่องของหนูค่ะ"
"ไปทำอะไรมา?" เขาถามเสียงอ่อนโยน "เมื่อเย็นฉันเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่หน้าเรือน... ใครทำอะไรเธอ? หรือว่า...ไปเจอใครที่ตึกใหญ่มา?"
ต้นหอมชะงัก หันขวับมามองหน้าเขา "คุณรู้?"
"ฉันเดา..." ธีรดนย์สบตาเธอนิ่ง "ปกติเธอร่าเริงจะตาย อยู่ๆ จะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนั้น มันต้องมีสาเหตุ... บอกฉันมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นเกือบจะทำให้ใจอ่อน แต่พอนึกถึงคำพูดเหยียดหยามของ 'คุณผู้หญิง' ที่ตึกใหญ่ ทิฐิในใจมันก็ค้ำคอ
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ..." ต้นหอมตอบปัด "หนูก็แค่อยากรู้อยากเห็น ตามประสาคนจนๆ ที่ไม่เคยเห็นคฤหาสน์หรู... ก็เลยเดินไปดูหน้า 'เมีย' ของคุณธีร์หน่อย ว่าตัวจริงจะสวยสง่าสมคำร่ำลือหรือเปล่า"
"เมียเก่า*"
ธีรดนย์พูดแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจน "อดีตภรรยา... แก้ข่าวด้วย"
"เหรอคะ..." ต้นหอมลากเสียงสูง ทำหน้าไม่เชื่อถือ "แต่เท่าที่เห็น... ท่านดูสวยสง่า ราศีจับ สมกันกับคุณราวกิ่งทองใบหยกเลยนะคะ แถมดูท่านจะหวงก้างคุณน่าดู... คงจะรักกันมากสินะคะ อยู่รั้วเดียวกัน ปรองดองกันดีจัง"
"ต้นหอม... ประชดเก่งนักนะ" ธีรดนย์เริ่มคิ้วกระตุก
"ไม่ได้ประชดค่ะ พูดความจริง!" ต้นหอมยังไม่หยุด ยิ่งพูดยิ่งมันปาก "คุณหญิงท่านก็พูดถูกนะคะ ว่าคนอย่างหนูมันไม่คู่ควร... หนูมันก็แค่เด็กกะโปโล เป็นแค่ลูกหนี้ แต่หนูไม่ได้คิดอะไรกับท่านสักหน่อย..."
หมับ!
ยังไม่ทันที่ต้นหอมจะพ่นคำตัดพ้อจบ ร่างสูงใหญ่ของคุณธีร์ก็ขยับวูบเข้ามาประชิดตัว มือหนาข้างหนึ่งคว้าต้นแขนเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา
"อื้อ!"
ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดปากช่างจ้อนั้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
ต้นหอมเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ สัมผัสที่ริมฝีปากมันไม่ใช่การชนกันธรรมดา แต่เป็นการบดเบียดที่หนักหน่วง ร้อนแรง และเรียกร้อง
ธีรดนย์จูบเธอ... จูบเพื่อลงโทษคนปากดี จูบเพื่อลบคำพูดไร้สาระพวกนั้นออกไปจากสมองของเธอ
กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ ล้อมรอบตัวเธอไว้ ลิ้นร้อนชื้นถือวิสาสะแทรกผ่านริมฝีปากที่เผยอค้างด้วยความตกใจเข้าไปควานหาความหวานภายในอย่างช่ำชอง เขาดูดดึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ เชิงหยอกเย้า ก่อนจะกดจูบเน้นๆ อีกครั้งจนเกิดเสียงน่าอาย
"อื้มมม..."
สติของต้นหอมกระเจิดกระเจิง หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองชุด เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาโดยอัตโนมัติ
"ฮื้อ! ปล่อย!"
เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาออกเต็มแรง
ธีรดนย์ยอมผละออกแต่โดยดี แต่ใบหน้ายังคงอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเธอ นัยน์ตาสีนิลแพรวพราวระยิบระยับอย่างคนเจ้าเล่ห์
"คุณ!..." ต้นหอมหายใจหอบถี่ รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองแรงๆ ถูไปมาจนปากบวมเจ่อแดงเถือก "ทำบ้าอะไรเนี่ย! มาจูบหนูทำไม!"
เธอถูแรงจนธีรดนย์ต้องขมวดคิ้ว รังเกียจกันขนาดนั้นเลยเหรอ?
"เบาๆ สิ เดี๋ยวปากก็ถลอกหมดหรอก" เขาเอ่ยเตือนเสียงกลั้วหัวเราะ
"ไม่ต้องมายุ่ง! ตาลุงหื่นกาม! ฉวยโอกาส!" ต้นหอมชี้หน้าด่ากราด หน้าแดงไปถึงใบหู "ไหนบอกว่าคุยธุระ ไงกลายเป็นแบบนี้ฮะ!"
ธีรดนย์ยักไหล่ ตีหน้ามึน "ก็คุยแล้ว... แต่เธอพูดมาก พูดไม่ฟัง ฉันก็เลยต้องใช้วิธีปิดปากแบบสากล"
"วิธีบ้าบออะไรของคุณ!"
"ก็ปากเธอมันน่าจูบ..." เขาตอบหน้าตาย สายตายังจับจ้องที่ริมฝีปากแดงฉ่ำของเธอ "ขยับเจื้อยแจ้ว เถียงฉอดๆ... เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหว ก็เลยเผลอตัวไปหน่อย"
"เผลอตัว!?" ต้นหอมอ้าปากค้างกับคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "เผลอตัวบ้าอะไรดูดซะปากเปื่อย! นี่คุณเห็นหนูเป็นอะไรเนี่ย นึกจะจูบก็จูบเหรอ!"
"ก็บอกแล้วไงว่ามัดจำ..." เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ยิ้มกริ่ม "ถือซะว่าเป็นโบนัสพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนห้าหมื่นก็แล้วกัน"
"กรี๊ดดด! ไม่เอาโบนัสแบบนี้โว้ย!"
ต้นหอมทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนกระทืบเท้าเร่าๆ "คนบ้า! คนแก่ตัณหากลับ! จำไว้เลยนะ!"
พูดจบเธอก็รีบวิ่งแน่บออกจากห้องทำงานไปทันที เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังขึ้นบันไดหนีเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว
ธีรดนย์มองตามหลังร่างอวบอิ่มที่วิ่งหนีไปแล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง สัมผัสนุ่มนิ่มและความหอมหวานยังติดตรึงอยู่
"หวานชะมัด..."
เขานั่งพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ ความเครียดสะสมมาทั้งวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง แค่ได้แกล้งเด็กมันมีความสุขขนาดนี้เชียวเหรอวะเรา...
ภายในห้องนอนต้นหอม เวลา 21.45 น
"ไอ้คนบ้า! ไอ้ลุงโรคจิต! จูบมาได้!"
ต้นหอมยืนส่องกระจกในห้องน้ำ ลูบริมฝีปากตัวเองที่ยังบวมเจ่อ หัวใจเจ้ากรรมยังเต้นโครมครามไม่ยอมหยุด
"ตั้งสติไอ้หอม! อย่าไปหวั่นไหวกับคารมคนแก่! เขาแค่แกล้งเล่น! เขาเห็นแกเป็นของเล่น!"
เธอวักน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกสติ พยายามลบสัมผัสวาบหวามนั้นออกไป
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงสั่นครืดคราด ต้นหอมเดินออกมาเช็ดหน้าเช็ดตา แล้วกดรับสายเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสมัยทำงานโรงแรมเก่า
"ฮัลโหล ว่าไงแก"
"อีหอม! หายหัวไปไหนยะ! เป็นเดือนแล้วนะที่ไม่ออกมาเจอเพื่อนฝูงเนี่ย!" เสียงแหลมปรี๊ดของ ส้ม เพื่อนสาวดังลอดมา
"เออ ฉันยุ่งๆ น่ะแก ได้งานใหม่ เจ้านาย... เอ่อนั่นแหละ งานรัดตัวมาก"
"ยุ่งแค่ไหนก็ต้องมาคืนนี้ย่ะ! แกจำไม่ได้เหรอวันนี้วันอะไร?"
"วันอะไร?" ต้นหอมงง
"โอ๊ยยย! นังเพื่อนทรยศ! วันนี้วันเกิด พี่นนท์ ไงยะ! พี่นนท์สุดหล่อของพวกเราอ่ะ!"
ต้นหอมตาโตเท่าไข่ห่าน "เฮ้ย! จริงด้วย! วันที่ 30... วันเกิดพี่นนท์!"
เธอลืมไปสนิทเลย! ชานนท์ รุ่นพี่ที่แสนดีและเจ้านายเก่าที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด วันเกิดเขาทั้งทีเธอจะไม่ไปได้ยังไง แถมเมื่อวันก่อนเพิ่งจะไปรบกวนเขาแต่โดนอุ้มมาก่อน เธอยิ่งรู้สึกผิด
"งานจัดที่ไหนแก?"
"ร้านเดิมจ้ะ... ร้านนั่งชิวแถวทองหล่อ พี่นนท์เขาเหมาโซนไว้ รีบมาเลยนะ แกต้องมานะ พี่นนท์เขาถามหาแกตลอดเลย"
"เออๆ... เดี๋ยวฉันรีบไป เดี๋ยวนี้แหละ!"
ต้นหอมวางสาย สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
‘ไปดีไหมวะ... ถ้าออกไปตอนนี้ ตาลุงธีร์รู้เรื่องแน่’
แต่พอนึกถึงหน้าพี่นนท์ที่ยิ้มใจดี และนึกถึงหน้ากวนประสาทของคุณธีร์ที่เพิ่งจะขโมยจูบเธอไปเมื่อกี้... ความคิดขบถก็ผุดขึ้นมา
‘ทำไมต้องกลัว! ฉันเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่นักโทษ! เลิกงานแล้วฉันมีสิทธิ์จะไปไหนก็ได้! อีกอย่าง... ถือว่าหนีหน้าตาลุงนั่นด้วย กำลังไม่อยากมองหน้าพอดี!’
คิดได้ดังนั้น ปฏิบัติการแหกกรงทองจึงเริ่มต้นขึ้น!
ต้นหอมเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อหาชุดที่ดูดีที่สุดที่จะใส่ออกไปงานปาร์ตี้ ซึ่งมีอยู่น้อยนิด สายตาไปสะดุดกับ เดรสสายเดี่ยวสีดำ ผ้ากำมะหยี่เข้ารูป ตัวนี้เธอเคยซื้อมาใส่ตอนไปงานเลี้ยงปีใหม่บริษัทเก่า มันขับผิวขาวๆ และเน้นสัดส่วนอวบอั๋นของเธอได้ดีนักแล
"ตัวนี้แหละ... แต่เดี๋ยวโป๊ไป ยามหน้าประตูจะสงสัย"
เธอหยิบเดรสมาสวม หมุนตัวหน้ากระจก... อื้ม เซ็กซี่ใช้ได้ จากนั้นก็คว้า เสื้อคลุมคาร์ดิแกนสีครีม ตัวใหญ่มาสวมทับ รูดซิปขึ้นจนถึงคอ อำพรางความเซ็กซี่ไว้ภายใต้ลุคป้าๆ
"เรียบร้อย... ดูไม่ออกหรอก"
ต้นหอมรวบผมขึ้นง่ายๆ คว้ากระเป๋าสะพาย แล้วกดแอปพลิเคชันเรียกรถทันที ปักหมุดให้มารับที่ 'หน้าประตูรั้วใหญ่' ของคฤหาสน์ เพราะเธอไม่อยากให้รถเข้ามาในเขตบ้าน เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่
หญิงสาวค่อยๆ ย่องออกจากห้องนอน เดินลงบันไดวนอย่างเงียบเชียบที่สุด พยายามไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้า
บรรยากาศชั้นล่างเงียบกริบ ไฟในห้องทำงานของคุณธีร์ปิดไปแล้ว แสดงว่าเขาคงขึ้นไปนอนที่ปีกขวาแล้ว
‘ทางสะดวก!’
ต้นหอมย่องออกจากเรือนริมน้ำ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินในสวนที่มืดสลัว มุ่งหน้าสู่ประตูรั้วใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 500 เมตร
เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมเพราะความตื่นเต้นและความไกล แต่เธอก็กัดฟันเดินจนมาถึงป้อมยามหน้าประตูใหญ่
แสงไฟนีออนจากป้อมยามสว่างจ้า ลุงยามกะดึกกำลังนั่งฟังวิทยุอยู่ พอเห็นร่างตะคุ่มๆ เดินมาก็รีบชะโงกหน้าออกมาดู
"อ้าว... คุณต้นหอม?" ลุงยามจำได้แม่น "ดึกป่านนี้จะไปไหนครับ? เดินมาทำไมมืดๆ?"
ต้นหอมรีบปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด ส่งยิ้มหวานเจี๊ยบ
"สวัสดีค่ะลุง... พอดีหอมจะออกไปทำธุระนิดหน่อยค่ะ เรียกรถไว้แล้ว"
"ธุระ?" ลุงขมวดคิ้ว มองดูนาฬิกา "สี่ทุ่มกว่าแล้วนะครับ... คุณท่านทราบหรือเปล่า?"
คำถามจี้จุดทำเอาต้นหอมสะอึก "เอ่อ... ทราบค่ะ! ทราบแล้ว! หอมบอกท่านแล้วค่ะ" เธอโกหกหน้าตาย
"แล้วจะไปไหนครับ? เผื่อคุณท่านถามผมจะได้รายงานถูก"
"เอ่อ..." ต้นหอมลังเล ถ้าบอกว่าไปงานวันเกิดพี่นนท์ เดี๋ยวเรื่องถึงหูคุณธีร์แล้วจะยาว "ไปงานวันเกิดเพื่อนค่ะ เพื่อนสนิทสมัยเรียน นัดเจอกันแป๊บเดียว เดี๋ยวหอมก็กลับแล้วค่ะ"
"อ๋อ... งานวันเกิดเพื่อน" ลุงพยักหน้าเข้าใจ "แล้วให้ผมเรียกรถกอล์ฟไปส่งที่รถไหมครับ?"
"ไม่เป็นไรค่ะ! รถมาโน่นแล้ว!"
ต้นหอมชี้ไปที่รถเก๋งคันเล็กที่ขับมาจอดเทียบหน้าประตูพอดี "หอมไปก่อนนะลุง ไม่ต้องห่วงค่ะ แป๊บเดียวกลับ!"
เธอไหว้ลุงยามลวกๆ แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถแท็กซี่ที่มารับ รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ลุงสมหมายยืนเกาหัวแกรกๆ
"ไปงานวันเกิดเพื่อน..." ลุงพึมพำ ก่อนจะหันไปหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาตามหน้าที่
ถึงคุณต้นหอมจะบอกว่าขออนุญาตแล้ว... แต่กฎคือกฎ หน้าที่ของ รปภ. คือต้องรายงานความเคลื่อนไหวเข้า-ออกให้เจ้านายรับทราบ โดยเฉพาะเวลาวิกาลแบบนี้
"ศูนย์เรียกอินทรีหนึ่ง... ศูนย์เรียกอินทรีหนึ่ง..."
ห้องนอนใหญ่ ปีกขวา
ธีรดนย์เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เขานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำเกาะพราวตามกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง ผมเปียกหมาดๆ ถูกเสยขึ้นลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มจางๆ เมื่อนึกถึงสัมผัสที่ริมฝีปากเมื่อครู่
กริ๊งงงง...
เสียงโทรศัพท์ภายในบนหัวเตียงดังขึ้น
ธีรดนย์เดินไปกดรับสาย "ว่าไง?"
"ขออนุญาตครับนาย...รายงานจากป้อมหน้าครับ" เสียงลุงยามดังลอดมา
"มีอะไร?"
"เมื่อสักครู่ คุณต้นหอมเดินออกมาที่ประตูหน้า แล้วนั่งรถแท็กซี่ออกไปข้างนอกครับ"
รอยยิ้มบนหน้าธีรดนย์หายวับไปทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"ออกไปข้างนอก? ดึกป่านนี้เนี่ยนะ?"
"ครับ... เธอบอกว่าขออนุญาตนายแล้ว บอกว่าจะไป งานวันเกิดเพื่อน ครับ"
"งานวันเกิดเพื่อน..." ธีรดนย์ทวนคำเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
ขออนุญาตงั้นเหรอ? โกหกชัดๆ! เมื่อกี้ยังวิ่งหนีเขาเข้าห้องไปหยกๆ แล้วเพื่อนคนไหน? เพื่อนที่ไหนนัดกันสี่ทุ่มห้าทุ่ม?
ความหวงแหนและสัญชาตญาณนักล่าทำงานทันที
"เธอบอกไหมว่าไปที่ไหน?"
"ไม่ได้บอกครับ บอกแค่ว่าเพื่อนสนิท นัดเจอกันแป๊บเดียวครับ"
"โอเค... ขอบใจมาก คราวหลังถ้าไม่ได้ยินคำสั่งจากปากฉัน ห้ามปล่อยให้ออกไปเด็ดขาด เข้าใจไหม!"
ธีรดนย์กระแทกหูโทรศัพท์วางลงกับแท่นอย่างแรง
"งานวันเกิดเพื่อนงั้นเหรอ..."
เขากัดฟันกรอด เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า กระชากเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ออกมาสวมอย่างรวดเร็ว
"หนีเก่งนักนะตัวแสบ... ปากยังไม่ทันหายบวม ก็ร่านไปหาเพื่อนซะแล้ว"
เขาไม่รู้หรอกว่าเพื่อนคนไหน แต่ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกมันสั่งให้เขาอยู่นิ่งไม่ได้ เขาอยากจะออกไปลากตัวกลับมาเดี๋ยวนี้
มือหนาหยิบกุญแจรถ ทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่แล้วเขาก็ชะงักฝีเท้าที่หน้าประตู
ธีรดนย์สูดลมหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมา... ถ้าออกไปตามตอนนี้ ก็เหมือนเขากำลังวิ่งไล่จับเด็กดื้อ และถ้าไปถึงที่... เขาอาจจะระเบิดอารมณ์จนงานกร่อย
"ไม่..." เขาเปลี่ยนใจ "ฉันจะไม่ไปตาม"
เขาเดินกลับมาที่มินิบาร์ เทวิสกี้ลงแก้วเพียวๆ แล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด
"อยากไปก็ไป... แต่ขากลับ อย่าหวังว่าจะได้นอนดีๆ เลยแม่ตัวดี"
ธีรดนย์ตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่ใช่คนที่วิ่งตาม... แต่เขาจะเป็น นายพราน ที่นั่งขัดปืนรอเหยื่อกลับเข้าถ้ำเงียบๆ
และคืนนี้...เขาจะรอจนกว่าเธอจะกลับมา
