บทที่ 6 หลักสูตรผู้ช่วยภาคค่ำ
นาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงบอกเวลาหนึ่งทุ่มตรงพอดิบพอดี
ต้นหอม ยืนเท้าสะเอวหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนหรูหราที่ป้าแววจัดไว้ให้ ห้องนี้กว้างขวางกว่าห้องเช่ารูหนูของเธอประมาณสิบเท่าได้ ตกแต่งด้วยโทนสีครีมสบายตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงระยับ แต่สิ่งที่ขัดตาที่สุดในห้องตอนนี้ คงหนีไม่พ้น... "แฟชั่น" ของผู้อาศัยคนใหม่
บนเตียงกว้างมีกองเสื้อผ้าที่ถูกรื้อออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ส่วนใหญ่เป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และชุดลำลองง่ายๆ ตามประสาคนสู้งานและไม่เน้นสวยงาม
"จะให้ใส่ชุดสวยๆ ไปนั่งทำหน้าสลอนให้ตาลุงนั่นดูเหรอ... ฝันไปเถอะ!"
ต้นหอมบ่นพึมพำ นึกหมั่นไส้สายตาเจ้าเล่ห์ของคุณธีร์ตอนอยู่บนรถตู้ คิดจะให้เธอแต่งตัวสวยๆ ไปยั่วเขาเหรอ ไม่มีทางซะหรอก เธอมาทำงานใช้หนี้ ไม่ได้มาเป็นตุ๊กตาหน้ารถใคร
มือเรียวคว้า เสื้อฟุตบอลทีมโปรดสีแดงสด ตัวโคร่งออกมาสวมทับบราลูกไม้ ตามด้วย กางเกงบอลขาสั้นสีดำ เอวยางยืดที่ใส่สบายที่สุดในสามโลก เป็นชุด "กันตาย" ที่เธอชอบใส่ตอนอยู่ห้องเช่า เพราะมันระบายอากาศดี คล่องตัว และที่สำคัญ... มันดู "ไม่แคร์โลก" ดี
"นี่แหละ เหมาะสุดแล้ว สบายตัว ไม่ต้องกลัวโป๊ (มั้ง)"
เธอมองตัวเองในกระจก เสื้อบอลตัวใหญ่โคร่งช่วยพรางรูปร่างอวบอั๋นได้ระดับหนึ่ง แต่มันก็ยาวลงมาคลุมกางเกงบอลจนเกือบมิด ทำให้ดูเหมือน... ไม่ได้ใส่กางเกง ถ้ามองผ่านๆ
"ช่างเถอะ ใครจะสน อยู่ในบ้านแค่นี้เอง"
ต้นหอมรวบผมยาวสลวยขึ้นมัดเป็นจุกแบบลวกๆ เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องและใบหน้าหวานที่ไร้เครื่องสำอาง ก่อนจะเดินออกจากห้อง ลากรองเท้าแตะเดินลงบันไดวนมุ่งหน้าสู่ชั้นล่าง
บรรยากาศภายใน 'เรือนริมน้ำ' ยามค่ำคืนเงียบสงัด ไฟทางเดินเปิดสลัวๆ พอให้เห็นทาง ป้าแววและเด็กรับใช้คงแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่เรือนคนใช้แล้ว ทิ้งให้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ
ต้นหอมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่แกะสลักลวดลายพยัคฆ์ ซึ่งเป็นห้องเดียวที่มีแสงไฟลอดออกมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตค่ะ... ต้นหอมเองค่ะ"
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังตอบรับกลับมาทันที
ต้นหอมสูดหายใจเฮือก บิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไป
ไอเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้า กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดผสมกลิ่นหนังแท้ลอยมาแตะจมูก ห้องทำงานของคุณธีร์กว้างขวางและดูเคร่งขรึม ผนังด้านหนึ่งเป็นตู้หนังสือสูงจรดเพดาน อีกด้านเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนและแม่น้ำเจ้าพระยา
และที่กลางห้อง... บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่บุหนังสีดำมันขลับ ร่างสูงของเจ้าของบ้านกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์
คุณธีร์ (ธีรดนย์ ธีระโยธิน) อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกรำไร แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ จนถึงศอก เขาละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า หันมามองผู้มาเยือน... แล้วคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที
เขากวาดตามองชุด "เสื้อบอลสีแดง" ของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสีหน้าเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
"นี่เธอ..." ธีรดนย์ถอดแว่นสายตาออกวางบนโต๊ะ "จะมาทำงาน หรือจะมาเตะบอล?"
"มาทำงานสิคะ!" ต้นหอมตอบหน้าตาย เดินลากแตะเข้ามาหยุดหน้าโต๊ะ "ก็คุณบอกให้มาเรียนงานภาคค่ำ อยู่ในบ้านแค่นี้ หนูเลยเน้นแต่งกายสุภาพ... ต่อสุขภาพจิตตัวเองค่ะ"
"สุภาพบ้านเธอสิ ใส่กางเกงหรือเปล่านั่น?" เขาชะโงกหน้ามองต่ำ "เสื้อยาวจนปิดมิด นึกว่าใส่แต่เสื้อในเดินลงมา"
"ใส่ค่ะ! กางเกงบอลขาสั้นไง ไม่เห็นเหรอ" ต้นหอมเลิกชายเสื้อขึ้นนิดนึงโชว์ขอบกางเกงสีดำ "นี่ไงคะ ครบเครื่อง"
"เฮ้อ... ปวดหัวกับเด็ก" ธีรดนย์นวดขมับ "เอาเถอะ จะใส่อะไรก็เรื่องของเธอ แต่ระวังหน่อยแล้วกัน กางเกงขากว้างขนาดนั้น เวลานั่งระวัง 'หวอ' จะออก"
"ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูเซฟดี" เธอเถียงฉอดๆ "ว่าแต่งานไหนคะที่จะให้ทำ? หนูบอกก่อนนะว่าหนูไม่ตามคุณออกไปตากแดดตากลมข้างนอกนะ หน้าที่หนูคือผู้ช่วยในบ้าน"
"รู้แล้วน่า... ฉันก็ไม่ได้กะจะลากเธอไปโชว์ตัวที่กระทรวงหรอก เดี๋ยวคนเขาจะนึกว่าฉันพาลูกหมูไปเดินเล่น" เขาเหน็บแนม
ธีรดนย์ชี้ไปที่กองแฟ้มเอกสารตั้งใหญ่บนโต๊ะ
"ช่วงแรก งานของเธอคือจัดการเอกสารพวกนี้... แยกหมวดหมู่ ตรวจทานคำผิด แล้วก็สรุปยอดบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนตัวของฉันในแต่ละเดือน...ทำแค่ในห้องนี้ ไม่ต้องเสนอหน้าออกไปข้างนอก เข้าใจไหม?"
"โอเคค่ะ งานถนัดเลย" ต้นหอมยิ้มกริ่ม นึกว่าจะยาก ที่แท้ก็แค่งานเอกสาร "งั้นหนูขอกลับไปทำที่ห้อง..."
"ทำที่นี่" เขาขัดขึ้นเสียงเข้ม "เอกสารพวกนี้เป็นความลับ ห้ามเอาออกจากห้องทำงานเด็ดขาด"
"อ้าว... งั้นหนูไปนั่งทำที่โซฟารับแขกตรงโน้น..."
"ไม่ได้"
"ทำไมอีกคะ?"
"โซฟาตรงนั้นไฟไม่พอ เดี๋ยวสายตาสั้น" เขาหาข้ออ้างหน้าด้านๆ "มานั่งนี่... มาดูตัวอย่างไฟล์ในคอมฯ ก่อน ฉันจะสอนวิธีลงระบบ"
เขาตบที่วางแขนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของตัวเอง... ซึ่งแน่นอนว่ามันมีที่ว่างเหลืออยู่นิดเดียว
"จะบ้าเหรอคุณ!" ต้นหอมตาโต "เก้าอี้ตัวเดียวจะนั่งสองคนได้ไง! หนูตัวไม่ใช่เล็กๆ นะ!"
"ก็รู้ตัวนี่ว่าอ้วน"
"เขาเรียกว่าอวบ!"
"เออๆ อวบก็อวบ... มานั่งเร็วๆ อย่าลีลา ฉันจะรีบสอนจะได้รีบพักผ่อน" เขาทำเสียงดุ "หรือจะให้ฉันเดินไปอุ้ม?"
"ไม่ต้อง! เดินเองได้!"
ต้นหอมบ่นกระปอดกระแปด เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาเขาอย่างจำยอม ธีรดนย์ขยับตัวชิดพนักพิงด้านซ้าย เว้นพื้นที่ด้านขวาอันน้อยนิดไว้ให้
ต้นหอมมองพื้นที่ว่างนั้นอย่างหนักใจ... คือเก้าอี้มันก็ตัวใหญ่สมฐานะรัฐมนตรีแหละ แต่มันออกแบบมาให้นั่งคนเดียวไง! แล้วสะโพกดินระเบิดของเธอมันจะยัดลงไปได้ยังไงโดยไม่เบียดเขา
"เร็วๆ สิ"
"นั่งแล้วเนี่ย!"
ต้นหอมตัดสินใจหย่อนก้นลงไปนั่งที่ขอบเก้าอี้อย่างหมิ่นเหม่ กะว่าจะนั่งแค่หมิ่นๆ พอให้ทรงตัวได้
แต่ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักลงไป ด้วยความที่เบาะมันนุ่มและพื้นที่มันแคบ ทำให้ก้นนิ่มๆ ของเธอไถลเข้าไปชนกับต้นขาแกร่งของเขาอย่างจัง!
"ว้าย!"
"เฮ้ย!" ธีรดนย์ร้องเสียงหลง เมื่อแรงกระแทกจากสะโพกอวบอัดดันให้เขาต้องขยับขาหนี แต่หนีไปไหนไม่ได้เพราะติดที่วางแขน
"คุณ! ขยับไปหน่อยสิ! มันเบียด!" ต้นหอมโวยวาย พยายามขยับก้นยุกยิกเพื่อหาที่ทางที่สบายตัว
"เธอนั่นแหละอยู่นิ่งๆ!" ธีรดนย์กัดฟันกรอด "อย่าขยับเยอะ!"
แต่ต้นหอมไม่ฟัง เธอพยายามขยับสะโพกส่ายไปมาเพื่อดึงชายเสื้อบอลที่รั้งขึ้นมาลงไปปิดต้นขา และพยายามทรงตัวไม่ให้ตกเก้าอี้ การขยับซ้ายขวานั้นส่งผลให้ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มบดเบียดเสียดสีไปกับหน้าขา และ จุดกึ่งกลางลำตัว ของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"นี่... ยัยตัวแสบ"
เสียงของธีรดนย์เปลี่ยนไป... จากเสียงดุๆ กลายเป็นเสียงพร่าต่ำที่ฟังดูอันตราย
หมับ!
ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดของเธอไว้แน่น ล็อกร่างอวบอิ่มให้หยุดการเคลื่อนไหว แล้วกระชากเข้ามาจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกกว้างของเขา
"คุณ! จะทำอะไร! ปล่อยนะ!" ต้นหอมตกใจ ดิ้นขลุกขลัก
"ก็บอกว่าอยู่นิ่งๆ ไง..." เขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ "ขยับยั่วกันขนาดนี้... อยากโดนฉีดยาหรือไง?"
"ยั่วอะไร! ก็เก้าอี้มันแคบ! ก้นหนูมันล้นเนี่ยไม่เห็นเหรอ!" เธอเถียงหน้าดำหน้าแดง
"เออ... ล้น... ล้นมือดีชะมัด"
มือหนาที่โอบเอวอยู่เริ่มไม่อยู่นิ่ง ปลายนิ้วร้ายกาจสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อบอลตัวโคร่ง สัมผัสกับผิวเนื้อเนียนละเอียดที่หน้าท้องนุ่มนิ่ม
"อ๊ะ! เอามือออกไปนะตาแก่!" ต้นหอมสะดุ้งเฮือก พยายามแกะมือเขาออก แต่สู้แรงคีมเหล็กไม่ได้
"ปากดีจังนะ..." ธีรดนย์ไม่สนใจแรงขัดขืนอันน้อยนิด เขาใช้มืออีกข้างเชยคางเธอให้หันมา แล้วก้มลงสูดดมความหอมจากซอกคอขาวเนียนอย่างถือสิทธิ์ "นึกว่าจะแน่... ที่แท้ก็ตัวสั่นเป็นลูกนก"
"หนูไม่ได้สั่น! หนูหนาวแอร์!"
"เหรอ..." เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ แล้วเริ่มขยับสะโพกสอบดันขึ้นเบาๆ
ต้นหอมตัวแข็งทื่อ... สัมผัสได้ถึงความแข็งขึงที่ตื่นตัวเต็มที่ภายใต้กางเกงสแล็ค ซึ่งกำลังดันบั้นท้ายของเธออยู่อย่างจาบจ้วง ยิ่งเธอนั่งทับมันเต็มๆ แบบนี้ ยิ่งรู้สึกชัดเจนถึงขนาดและความร้อนที่แผ่ออกมา
"คุณธีร์... หยุดนะ" เสียงเธอเริ่มสั่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความรู้สึกวาบหวามที่แล่นพล่านขึ้นมาจากท้องน้อย
เธอห่างหายเรื่องแบบนี้มานาน... ร่างกายมันเลยทรยศ เจ้าความรู้สึกแปลกๆ นี่มันตอบสนองไวเกินไป!
"หยุดทำไม... เธอเป็นคนเริ่มเองนะ" เขาใส่ร้ายหน้าด้านๆ มือที่อยู่ใต้เสื้อเลื่อนขึ้นสูง กอบกุมความอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อบอลตัวโคร่ง
"อื้อ!" ต้นหอมเผลอครางออกมาเมื่อมือหยาบกร้านเคล้นคลึงหน้าอกเธออย่างหนักหน่วง แม้จะมีบรากั้นอยู่ แต่มันก็เสียวซ่านจนแข้งขาอ่อนแรง
"เสื้อตัวใหญ่ดีนะ... ล้วงง่ายดี" เขากระซิบเย้าแหย่ "แถมกางเกงนี่ก็... ขากว้างจัง"
มืออีกข้างของเขาละจากเอว เลื่อนต่ำลงไปที่ต้นขาขาวผ่องที่โผล่พ้นกางเกงบอลขาสั้น ลูบไล้เบาๆ แล้วค่อยๆ สอดมือเข้าไปในขากางเกงที่กว้างจนแทบจะเห็นแก้มก้น
"ไม่! อย่าจับตรงนั้น!" ต้นหอมหนีบขาเข้าหากันแน่น ตะครุบมือเขาไว้ "ไอ้ลามก! สอนงานบ้าอะไรมาล้วงกันแบบนี้!"
"ก็สอนหลักสูตรพิเศษไง..." ธีรดนย์ไม่ยอมแพ้ เขาใช้นิ้วเกลี่ยวนเวียนอยู่แถวโคนขาด้านใน แกล้งให้เธอเสียวเล่น "ดูสิ... ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว ไหนบอกว่าไม่ชอบ?"
"ไม่ชอบ! ปล่อยนะ!" ต้นหอมพยายามศอกใส่เขา แต่ธีรดนย์รับไว้ได้สบายๆ เขาใช้จังหวะนี้รวบข้อมือเธอทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียว แล้วกดแนบกับพุงกะทินุ่มๆ ของเธอ
"ยอมรับมาซะดีๆ ว่าเธอเองก็ 'อยาก'..." เขาโน้มหน้าลงมาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ "ร้างสนามไปนานสิท่า... เครื่องถึงได้ร้อนไวขนาดนี้"
คำพูดแทงใจดำทำเอาต้นหอมน้ำตาซึมด้วยความอายปนเจ็บใจ เธอรู้ทันเขาทุกอย่าง รู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่ร่างกายบ้านี่มันไม่รักดี!
"เออ! ร้างมานานแล้วจะทำไม!" เธอตะโกนใส่หน้าเขาเพื่อกลบเกลื่อน "แต่หนูก็เลือกนะ! ไม่ใช่ใครก็ได้! โดยเฉพาะคนแก่อย่างคุณ!"
ธีรดนย์ชะงัก รอยยิ้มร้ายกาจจางลงเล็กน้อย กลายเป็นความหมั่นเขี้ยวที่ทวีคูณ
"เลือกงั้นเหรอ..."
เขาบดริมฝีปากลงมาปิดปากเธออย่างรุนแรง ดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มจนบวมเจ่อ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับขยับสะโพกบดเบียดก้นเธอแรงขึ้น เป็นจังหวะเนิบนาบแต่หนักหน่วง เสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าจนเกิดความร้อนรุ่ม
"อื้มมม..."
ต้นหอมหมดแรงจะขัดขืน ร่างกายอ่อนระทวยพิงอกเขาอย่างจำนน สัมผัสเสียดสีที่จุดอ่อนไหวมันรุนแรงจนเธอเผลอขยับสะโพกตอบรับเขาอย่างลืมตัว
ธีรดนย์ครางต่ำในลำคออย่างพอใจ เขาชอบปฏิกิริยานี้... ชอบที่เธอปากเก่งแต่ร่างกายกลับซื่อตรง ชอบความนุ่มนิ่มของเนื้อหนังที่เต็มไม้เต็มมือ ไม่เหมือนพวกนางแบบผอมแห้งที่เขาเคยควง
อารมณ์ของชายหนุ่มพุ่งพล่านจนแทบจะระเบิด เขาอยากจะจับเธอกดลงกับโต๊ะทำงานซะเดี๋ยวนี้ แล้วจัดการถอดชุดบอลบ้าๆ นี่ออกให้หมด
แต่... เขายังทำไม่ได้
สัญญาคือสัญญา เขาไม่อยากบังคับฝืนใจและที่สำคัญ... เขาอยากจะ "ปราบพยศ" ให้เธอเดินเข้ามาขอร้องเขาเองมากกว่า
ธีรดนย์ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง มองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและตาฉ่ำเยิ้มด้วยความกระหาย
"พอแค่นี้ก่อน..." เขาบอกเสียงแหบพร่า ทั้งที่ส่วนล่างยังปวดหนึบแทบระเบิด
"ฮะ...?" ต้นหอมลืมตาขึ้นมองอย่างงุนงง อารมณ์ค้างเติ่งกลางอากาศ
"บอกว่าพอแค่นี้... วันนี้สอนแค่นี้แหละ" เขาแกล้งทำเสียงขรึม ยอมคลายวงแขนออก "ขืนสอนต่อ... เดี๋ยวโต๊ะทำงานฉันจะพังซะก่อน"
ต้นหอมได้สติ รีบกระเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ทันที ขาแข้งสั่นพั่บๆ จนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ก็รีบเกาะขอบโต๊ะไว้ทัน
เธอรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ หน้าแดงจัดจนแทบจะระเบิด ความอายถาโถมเข้ามาจนไม่กล้าสบตาเขา
"คะ... คนบ้า! คนฉวยโอกาส! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
"เดี๋ยว..." เสียงทุ้มรั้งไว้
ต้นหอมชะงัก มือจับลูกบิดประตูแน่น "อะ... อะไรอีกคะ?"
ธีรดนย์นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ สายตามองเธอด้วยความเอ็นดูปนเจ้าเล่ห์
"ฝันดีนะ... ยัยลูกหมู"
"กรี๊ด! อย่ามาเรียกหนูว่าลูกหมูนะ!"
ต้นหอมหันมาแยกเขี้ยวใส่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเปิดประตูวิ่งแน่บออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของราชสีห์เฒ่าดังก้องไล่หลัง
ธีรดนย์มองประตูที่ปิดลงด้วยรอยยิ้มกว้าง เขายกมือขึ้นลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด... นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกกระชุ่มกระชวยและเลือดลมสูบฉีดขนาดนี้
"หึ... ปากเก่ง แต่ตัวสั่นเป็นลูกนก น่ารักชะมัด"
เขาเหลือบมองเป้ากางเกงตัวเองที่ยังคงนูนเด่นอย่างน่าอนาถ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เวรกรรม... แกล้งเด็ก แต่คนแก่ดันทรมานเองซะงั้น สงสัยคืนนี้ต้องพึ่งน้ำเย็นซะแล้วมั้งเรา"
