บทที่ 9 เงินเดือนก้อนแรก กับ แขกไม่ได้รับเชิญ
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก... เผลอแป๊บเดียว ต้นหอม ก็ย้ายเข้ามาอยู่ใน "กรงทอง" หรือเรือนริมน้ำของอาณาจักรธีระโยธินได้ครบหนึ่งเดือนเต็มแล้ว
ชีวิตในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอจินตนาการไว้ตอนแรกที่คิดว่าจะโดนขัง โดนเฆี่ยนตี หรือโดนใช้งานเยี่ยงทาส ตรงกันข้าม มันกลับเป็นชีวิตที่... ค่อนข้างจะสุขสบายเกินคาดเสียด้วยซ้ำ
กิจวัตรประจำวันของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทาง ตื่นเช้ามาช่วยป้าแววจัดโต๊ะอาหาร แม้ป้าแววจะยังคงรักษามาตรฐานความตึงเปรี๊ยะของใบหน้าไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็เริ่มลดการแขวะลงบ้างแล้ว กินมื้อเช้าพร้อมกับ คุณธีร์ ส่งเขาไปทำงาน แล้วตัวเองก็นั่งเคลียร์เอกสาร หรือบางวันที่เขาหอบงานกลับมาทำที่บ้าน เธอก็ทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวประกบติด
อย่างเช่นวันนี้...
ภายในห้องทำงานหรูหราที่เย็นฉ่ำ เสียงรัวแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ดัง ต๊อกแต๊กๆๆ เป็นจังหวะระรัวเร็วราวกับปืนกลดังมาจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่
ต้นหอมในชุดเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายการ์ตูนกวนๆ กับกางเกงวอร์มขายาวนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวพรมลงบนคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว สายตาจับจ้องที่หน้าจอเขม็ง สลับกับมองเอกสารร่างลายมือไก่เขี่ยที่คุณธีร์เขียนไว้
ส่วนเจ้าของห้อง... ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์ กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้อีกตัวข้างๆ ที่สั่งให้เด็กไปยกมาเพิ่ม จะได้ไม่ต้องนั่งเบียดกัน... เขากำลังถอดแว่นสายตาออกมาเช็ด แล้วนวดหว่างคิ้วตัวเองเบาๆ ด้วยความเมื่อยล้า
"เสร็จหรือยัง..." เขาถามเสียงเนือยๆ
"แป๊บค่ะ... อีกสองบรรทัด" ต้นหอมตอบโดยไม่ละสายตา "ลายมือคุณนี่มันรหัสลับชัดๆ อ่านยากชะมัด 'อนุมัติ' หรือ 'ไม่อนุมัติ' เขียนให้มันชัดๆ หน่อยสิคะคุณ"
"ก็คนมันรีบ..." ธีรดนย์บ่นอุบ "สายตาฉันมันไม่ค่อยดี จ้องคอมนานๆ แล้วปวดกระบอกตาไปหมด ไม่เหมือนเด็กๆ อย่างเธอหรอก พลังเหลือเฟือ"
"ก็บอกแล้วว่าให้ไปตัดแว่นใหม่ หรือไม่ก็กินวิตามินบำรุงสายตาบ้าง แก่แล้วก็ต้องดูแลตัวเองหน่อยสิคะ"
"ด่าว่าแก่อีกแล้วนะ..."
"พูดความจริงค่ะ! ...อ่ะ เสร็จแล้ว!"
ต้นหอมกด Enter ครั้งสุดท้ายดัง ปัง! แล้วหมุนหน้าจอไปให้เขาดู "เชิญท่านรัฐมนตรีตรวจทานค่ะ พิมพ์ตามร่างเป๊ะๆ แก้คำผิดให้เรียบร้อย จัดหน้ากระดาษให้สวยงามพร้อมปริ้นท์"
ธีรดนย์หยิบแว่นมาสวม แล้วกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในไฟล์รายงานสรุปการประชุมที่ยาวเหยียดกว่าสิบหน้ากระดาษ ซึ่งต้นหอมใช้เวลาพิมพ์แค่ไม่ถึงชั่วโมง
"อืม..." เขาพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นมุมปาก "เป๊ะมาก... ไม่ตกหล่นสักคำ จัดหน้าสวยด้วย เก่งนี่เรา"
เขาอดชื่นชมในใจไม่ได้ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ต้นหอมพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีดีแค่ปากแจ๋ว หรือแค่ความนุ่มนิ่มน่ากอด แต่เธอทำงานเก่งจริง หัวไว เรียนรู้งานเร็ว และมีความละเอียดรอบคอบที่น่าทึ่ง ช่วยแบ่งเบาภาระสายตาและสมองของเขาไปได้เยอะมาก
"แน่นอนสิคะ ระดับต้นหอมซะอย่าง" เธอยืดอกรับคำชมอย่างภูมิใจ ก่อนจะทำตาล็อกแล็กเหลือบมองปฏิทินตั้งโต๊ะ แล้วหันมาส่งสายตาวิบวับให้เขา
"ว่าแต่... คุณธีร์คะ วันนี้วันที่เท่าไหร่เอ่ย?"
ธีรดนย์เลิกคิ้ว มองท่าทางเจ้าเล่ห์ของยัยตัวแสบแล้วก็นึกขำ รู้ทันทีว่าเธอต้องการอะไร
"วันที่ 30... ทำไม?" เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"วันที่ 30... สิ้นเดือนไงคะ!" ต้นหอมเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ "สัญญาของเราคืออะไรน้า... เงินเดือนออกทุกสิ้นเดือนใช่ไหมเอ่ย?"
"อ๋อ... เงินเดือน" ธีรดนย์แกล้งทำท่านึกได้ "เออว่ะ ลืมไปเลย"
"ลืมได้ไง! ห้ามลืมนะ! นี่มันหยาดเหงื่อแรงงานหนูนะคุณ!" ต้นหอมโวยวายทันที "ไหนจะค่าพิมพ์งาน ค่าตรวจคำผิด ค่าชงกาแฟ ค่าเป่าพุงวันนั้นอีก... จ่ายมาเลยนะ!"
ธีรดนย์หัวเราะหึๆ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดเข้าแอปธนาคารอย่างช้าๆ เพื่อยั่วโมโห
"ทวงจังเลยนะ... ตื่นเต้นเหรอ? ไม่เคยเห็นเงินหมื่นหรือไง?"
"ก็ตื่นเต้นสิคะ! ทำงานมาทั้งเดือนเพื่อวันนี้วันเดียวนะคุณ!" ต้นหอมชะโงกหน้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์เขา "เร็วๆ สิคะ เดี๋ยวแอปธนาคารล่มทำไง"
"ใจเย็นๆ สิหนู..." ธีรดนย์หยุดนิ้วที่กำลังจะกดยืนยันยอดโอน แล้วเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาแพรวพราว "อยากได้เร็วๆ ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนหน่อย"
"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีก? หนูทำงานให้คุณคุ้มเกินคุ้มแล้วนะ!"
"อ้อนฉันสิ..." เขายิ้มเจ้าเล่ห์ "ลองพูดเพราะๆ เรียกฉันว่า 'ป๋าขา' แล้วขอร้องดีๆ... เผื่อฉันจะใจดีทิปให้เพิ่มจากห้าหมื่น เป็นหกหมื่น... หรือแสนนึงก็ได้นะ"
ข้อเสนอที่น่าสนใจ ต้นหอมชะงักไปนิดนึง เงินแสนมันก็หอมหวนอยู่หรอก แต่ไอ้คำว่า 'ป๋าขา' กับหน้าตาหื่นกามของตาลุงนี่มัน...
"อี๋!" ต้นหอมทำหน้าเหยเก ขนลุกซู่ "ไม่เอาค่ะ! ขนลุก! แค่ห้าหมื่นนี่ก็เยอะจนใช้ไม่หมดแล้ว แถมหนี้ 6 ล้านก็ยกเลิกไปแล้วด้วย แค่นี้ไอ้ต้นหอมก็สบายตัวแล้วค่ะ!"
"แน่ใจเหรอ? เงินแสนเลยนะ?" เขาเอาเงินมาล่ออีกรอบ
"ไม่เอาค่ะ!" เธอเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจ "โอนมาแค่เงินเดือนพอค่ะ หนูไม่อยากเป็นเด็กเสี่ย!"
ธีรดนย์มองเด็กดื้อตรงหน้าแล้วก็อดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ ผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอมีแต่วิ่งเข้าหาเงิน ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เศษเงินจากเขา แต่กับต้นหอม... เธอกลับพอใจในสิ่งที่ตัวเองหามาได้ และรักษาระยะห่างไว้อย่างน่าเอ็นดู
"เออๆ... ยอมแล้วครับ แม่คนทรนง"
เขากดนิ้วยืนยันการโอนเงินทันที
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของต้นหอมดังขึ้นแทบจะทันที หญิงสาวรีบคว้ามาดู
เงินเข้าบัญชี: 50,000.00 บาท ยอดคงเหลือ: 52,150.00 บาท
"เยส!" ต้นหอมกำหมัดชูขึ้นฟ้า ยิ้มกว้างจนตาหยี "เข้าแล้ว! ห้าหมื่นเน้นๆ! ขอบคุณนะคะคุณธีร์! คุณเป็นเจ้านายที่ประเสริฐที่สุดในโลกเลย!"
ท่าทางดีใจราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ทำให้ธีรดนย์พลอยอมยิ้มตามไปด้วย เขามองเธอที่ก้มลงกราบโทรศัพท์ตัวเองแล้วส่ายหัว
"แค่ห้าหมื่นดีใจขนาดนี้... เธอนี่มันเลี้ยงง่ายจริงๆ"
"สำหรับเศรษฐีอย่างคุณมันคงเป็นเศษเงิน..." ต้นหอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แววตาเป็นประกายจริงใจ "แต่สำหรับหนู... มันคือชีวิตของครอบครัวหนูเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะที่ให้โอกาสหนู"
คำพูดซื่อๆ นั้นกระแทกใจท่านรัฐมนตรีเข้าอย่างจัง เขารู้สึกว่าเงินห้าหมื่นที่เสียไป มันคุ้มค่ายิ่งกว่าไวน์ขวดละแสนที่เขาเปิดเลี้ยงแขกในงานสังคมเสียอีก
เพราะมันแลกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดในบ้านหลังนี้... และงานเอกสารที่เนี้ยบกริบแบบที่เลขาฯ หน้าห้องยังอาย
"อืม... ก็ตั้งใจทำงานต่อไปแล้วกัน" เขาเก๊กขรึมกลบเกลื่อนความเขิน "ไปพักได้แล้วไป ฉันจะงีบสักหน่อย ปวดตา"
"รับทราบค่า! นอนหลับฝันดีนะคะป๋า... อุ๊ย คุณท่าน!"
ต้นหอมแกล้งหลุดปากแซว แล้วรีบวิ่งจู๊ดออกจากห้องไปก่อนจะโดนเขวี้ยงด้วยแฟ้ม ทิ้งให้ธีรดนย์นั่งยิ้มกับตัวเองเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว
ช่วงบ่าย
ต้นหอมเดินฮัมเพลงออกมานั่งเล่นที่ม้านั่งใต้ต้นลีลาวดี ลมยามบ่ายพัดเย็นสบาย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจัดการธุระสำคัญที่สุดของวัน
นิ้วเรียวกดเข้าแอปธนาคารอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเช็กยอด แต่เพื่อโอนออก
โอนเงินไปยัง: นางสายใจ (ยาย) จำนวนเงิน: 30,000.00 บาท
เธอกดยืนยัน แล้วรอสักพักก่อนจะกดวิดีโอคอลหาปลายทาง
"ฮัลโหลยาย!"
ภาพบนหน้าจอปรากฏใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ยิ้มแย้มของยายสายใจ และไอ้แสบน้องชายตัวดีที่โผล่หน้าเข้ามาแจม
"พี่หอม! โอนเงินมาทำไมตั้งเยอะแยะ!" น้องชายร้องทักทันทีที่เห็นสลิปแจ้งเตือน "สามหมื่นเลยเหรอพี่! พี่ไปปล้นใครมาเปล่าเนี่ย!"
"ปากเสียไอ้แสบ! นี่เงินเดือนฉันย่ะ!" ต้นหอมแว้ดใส่แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ฉันได้งานดี เจ้านายใจดี เงินเดือนเลยดีตามไปด้วย"
"สามหมื่นนี่เยอะมากเลยนะลูก..." ยายพูดเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า "เอ็งเก็บไว้ใช้เองบ้างเถอะ ยายกับเจ้าแสบกินง่ายอยู่ง่าย ไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้หรอก"
"ยายไม่ต้องห่วงหนู หนูมีเก็บ" ต้นหอมโกหกคำโต เหลือติดตัวสองหมื่นก็หรูแล้ว "เงินสามหมื่นนี่นะ ยายให้ไอ้แสบไปซื้อพัดลมตัวใหม่เลยนะ ตัวเก่ามันดังครืดคราดจนหนวกหู ซื้อตู้เย็นใหม่ด้วยก็ดี ของสดจะได้ไม่เสีย"
เธอร่ายยาวจัดสรรปันส่วน "แล้วส่วนที่เหลือ ให้ยายเก็บใส่บัญชีไว้เป็นค่าหมอค่ายาเผื่อฉุกเฉิน ห้ามเอาไปใช้หนี้แทนคนอื่นเด็ดขาดนะ! ส่วนแกไอ้แสบ... แบ่งไปเป็นค่าเทอมกับค่าขนม ตั้งใจเรียน อย่าให้พี่ต้องเหนื่อยฟรี เข้าใจไหม!"
"ครับพี่! ผมสัญญาจะตั้งใจเรียน พี่หอมโคตรเจ๋งเลยว่ะ!" น้องชายยกนิ้วโป้งให้
"เอ็งดูแลตัวเองดีๆ นะนังหนู... ยายคิดถึงเอ็งนะ"
"หนูก็คิดถึงยาย... คิดถึงไอ้แสบด้วย" ต้นหอมเสียงสั่นเครือเล็กน้อย พยายามกลั้นน้ำตา "ไว้หนูจะหาเวลาไปเยี่ยมนะ รักยายนะ"
เมื่อวางสายไป ต้นหอมเอนหลังพิงพนักม้านั่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและความอึดอัดที่ต้องอยู่ในบ้านคนอื่นมลายหายไปจนหมดสิ้น
แค่รู้ว่ายายกับน้องสุขสบาย... จะให้เธอทนรองรับอารมณ์ตาลุงธีร์ หรือต้องพิมพ์งานจนนิ้วล็อก เธอก็ยอมทั้งนั้น
"สู้ตายไอ้หอม! เพื่ออนาคต!"
เธอนั่งเล่นสูดอากาศอยู่สักพักจนแดดเริ่มร่มลมตก ความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจก็เริ่มทำงาน
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่เรือนริมน้ำกับสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหลัง โดยมีกฎเหล็กจากคุณธีร์ว่า "ห้ามข้ามเขตไปตึกใหญ่เด็ดขาด"
"ตึกใหญ่..."
ต้นหอมลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองผ่านแนวพุ่มไม้ดัดที่สูงท่วมหัว ซึ่งทำหน้าที่เป็นรั้วธรรมชาติกั้นอาณาเขตระหว่างเรือนริมน้ำกับคฤหาสน์หลังใหญ่ด้านหน้า
"เขาบอกว่าเมียเก่าเขาอยู่ที่นั่น... สวยระดับนางงาม ไฮโซระดับประเทศ... อยากเห็นจังแฮะว่าตัวจริงเป็นยังไง"
ความซุกซนและนิสัยสอดรู้สอดเห็นทำให้ต้นหอมค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้แนวรั้วพุ่มไม้นั้น
"แค่แอบดูนิดเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง... ไม่ได้เดินข้ามไปสักหน่อย"
เธอปลอบใจตัวเอง แล้วค่อยๆ แหวกพุ่มไม้ออกเล็กน้อยเป็นช่องพอให้สายตาลอดผ่านไปได้
ภาพเบื้องหน้าคือสวนสไตล์อังกฤษที่ตกแต่งอย่างอลังการ มีน้ำพุรูปปั้นกามเทพอยู่ตรงกลาง และศาลาสีขาวสไตล์วิกตอเรียนตั้งโดดเด่นอยู่กลางสนามหญ้าเขียวขจี
และที่ศาลานั้น... มีร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์แดงอยู่อย่างสง่างาม
คุณหญิงแพรวพรรณ
แม้จะมองจากระยะไกล ต้นหอมก็สัมผัสได้ถึงรังสีความ "แพง" ที่แผ่ออกมา เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมสีครีมเข้ารูป ผมเกล้าขึ้นเปิดต้นคอระหง ท่วงท่าการยกแก้วไวน์ขึ้นจิบดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด
"โห... สวยจริงด้วยแฮะ" ต้นหอมพึมพำกับตัวเอง "อย่างกับนางพญาหงส์... มิน่าล่ะ ตาลุงธีร์ถึงเกรงใจนักหนา"
"มองพอหรือยัง?"
เสียงเย็นชาแต่คมกริบดังขึ้น ราวกับดังมาจากลำโพงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง ต้นหอมสะดุ้งโหยง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
คุณแพรวพรรณไม่ได้หันมามองทางพุ่มไม้เลยสักนิด เธอยังคงนั่งจิบไวน์มองไปข้างหน้า แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่ามีคนแอบดู
"จะแอบดูอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม? หรือต้องให้ฉันเรียก รปภ. มาลากตัวออกมา?"
ต้นหอมหน้าซีดเผือด ซวยแล้ว! โดนจับได้! จะหนีตอนนี้ก็คงไม่ทันและดูมีพิรุธหนักกว่าเดิม
"เอาวะ... กล้าทำต้องกล้ารับ!"
ต้นหอมสูดหายใจลึก ตัดสินใจเดินอ้อมพุ่มไม้ออกไปปรากฏตัวที่สนามหญ้าฝั่งตึกใหญ่ เธอเดินก้มหน้ากุมมืออย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไปหยุดยืนห่างจากศาลาพอสมควร
"ขอโทษค่ะ... หนูไม่ได้ตั้งใจจะรบกวน"
คุณแพรวพรรณวางแก้วไวน์ลงช้าๆ แล้วค่อยๆ หันมามองผู้บุกรุก
สายตาคู่นั้น... ไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดหรือโมโหร้ายแบบนางอิจฉาในละคร แต่มันเป็นสายตาที่ว่างเปล่า เยือกเย็น และ "เหยียด" จนคนถูกมองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ฝุ่นผง
เธอไล่สายตามองต้นหอมตั้งแต่หัวจรดเท้า... มองเสื้อยืดสกรีนลายการ์ตูน กางเกงวอร์ม และรองเท้าแตะ
"นี่น่ะเหรอ... เด็กคนใหม่ของธีร์?"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่เจ็บจี๊ดถึงกระดองใจ
"ค่ะ... หนูชื่อต้นหอม เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณธีร์ค่ะ" ต้นหอมตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตา
"ผู้ช่วยส่วนตัว..." คุณแพรทวนคำ แล้วแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... เรียกตำแหน่งให้ดูดีจังนะ ปกติฉันเห็นแต่เรียกอย่างอื่น"
เธอลุกขึ้นยืน ถือแก้วไวน์เดินนวยนาดเข้ามาหาต้นหอม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายข่มกลิ่นแป้งเด็กของต้นหอมจนมิด
"แปลกใจนะ..." คุณแพรพูดพลางเอียงคอมองพิจารณารูปร่างต้นหอม "ปกติรสนิยมของคุณธีร์เขาจะชอบพวกนางแบบ หุ่นเพรียวๆ ขาเรียวๆ... ไม่นึกว่าช่วงนี้จะเปลี่ยนแนวมาชอบ... 'หมู'"
ฉึก!
คำว่า 'หมู' กระแทกหน้าต้นหอมเต็มๆ หญิงสาวเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายคือ 'คุณผู้หญิง' ของบ้าน
"หนูอาจจะอวบไปหน่อย... แต่หนูก็ทำงานเก่งนะคะ" ต้นหอมเถียงข้างๆ คูๆ
"ทำงานเก่ง?" คุณแพรเลิกคิ้ว "งานแบบไหนล่ะ? งานบนเตียง หรือ... งานเอกสารบังหน้า?"
"คุณผู้หญิง!" ต้นหอมเงยหน้ามองขวับ เริ่มทนไม่ไหว
"จุ๊ๆ... อย่าเพิ่งของขึ้นสิแม่หนู" คุณแพรยิ้มเย็น "ฉันก็แค่สงสัย... ปกติพวก 'อีหนู' ที่ธีร์พามา ไม่เคยมีใครอยู่ได้เกินสามวันเจ็ดวันหรอก ส่วนใหญ่ก็ทนความเจ้าอารมณ์ของเขาไม่ไหว หรือไม่ก็โดนฉัน 'จัดการ' จนกระเจิงไปเอง"
เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวต้นหอม แล้วกระซิบเสียงเบาที่ชวนขนลุก
"แต่เธออยู่มาได้ตั้งหนึ่งเดือน ทนทานดีเหมือนกันนะ หรือว่า...ลีลาเด็ดจนเขาหลง?"
"หนูไม่ใช่เมียน้อยนะ!" ต้นหอมปฏิเสธเสียงแข็ง "หนูมาทำงานใช้หนี้! แล้วคุณธีร์เขาก็ให้เกียรติหนูมากด้วย!"
"อ้อ... ใช้หนี้" คุณแพรพยักหน้าทำความเข้าใจ "งั้นก็คงเป็นหนี้ก้อนโตสินะ ถึงต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนี้"
เธอถอยหลังกลับไปหยิบแก้วไวน์ แล้วปรายตามองต้นหอมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เหมือนมองขยะเปียก
"กลับไปที่เรือนของเธอซะ... แล้วจำใส่หัวไว้ว่าที่นี่มีกฎ เขตนี้ไม่ใช่ที่ที่เธอจะมาเดินเล่น"
"..."
"และที่สำคัญ..." คุณแพรแสยะยิ้มมุมปาก "อย่าเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะจริงจังกับเธอ... สำหรับธีรดนย์ ผู้หญิงอย่างเธอ ก็เป็นได้แค่ 'ของแก้ขัด' เวลาเขาเบื่ออาหารภัตตาคารเท่านั้นแหละ"
"..."
"ไปได้แล้ว... ฉันเหม็นกลิ่นคนจน"
คำพูดสุดท้ายเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบหน้าต้นหอมฉาดใหญ่ หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ น้ำตาแห่งความเจ็บใจคลอเบ้า แต่เธอกลั้นไว้ไม่ยอมให้ไหลออกมาให้ผู้หญิงคนนี้เห็นความอ่อนแอ
"ขอโทษที่มารบกวนค่ะ!"
ต้นหอมกระแทกเสียงตอบ แล้วหันหลังวิ่งกลับไปทางพุ่มไม้ทันที ไม่สนใจกิ่งไม้ที่เกี่ยวแขนจนเป็นรอยถลอก
เธอวิ่ง วิ่ง และวิ่งกลับมาจนถึงเรือนริมน้ำ หายใจหอบถี่ด้วยความโกรธและความน้อยใจ คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นยังก้องอยู่ในหัว
'ของแก้ขัด... หมู... เหม็นกลิ่นคนจน'
ต้นหอมทรุดตัวลงนั่งที่บันไดหน้าเรือน ซบหน้าลงกับเข่า ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
เธอรู้ตัวดีว่าเธอจน เธอรู้ว่าเธอไม่ได้สวยเหมือนนางแบบแต่เธอก็เป็นคน มีหัวใจ มีความรู้สึก ทำไมคนรวยพวกนี้ถึงชอบเหยียบย่ำคนอื่นนัก!
"ฮึก... คอยดูนะ... สักวันฉันจะรวยให้ดู!"
ขณะที่เธอกำลังนั่งสะอื้นอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินเข้ามาใกล้ เงาของใครบางคนทาบทับลงมา
"ต้นหอม?"
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำเอาเธอสะดุ้งเงยหน้าขึ้น
คุณธีร์ ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววตกใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ
"เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม? ใครทำอะไรเธอ?" เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ จับไหล่เธอเขย่าเบาๆ
ต้นหอมมองหน้าเขา... หน้าของผู้ชายที่เพิ่งจะโอนเงินให้เธอเมื่อเช้า ผู้ชายที่ชอบแกล้งแต่ก็ใจดีกับเธอ
แต่เขาก็คือสามีของผู้หญิงใจร้ายคนนั้น...
"เปล่าค่ะ..." ต้นหอมปาดน้ำตา ลุกขึ้นยืนหนีสัมผัสของเขา "ไม่มีอะไร... ฝุ่นเข้าตาเฉยๆ"
"ต้นหอม..." ธีรดนย์กดเสียงต่ำ ไม่เชื่อน้ำคำโกหก "อย่ามาโกหก ตาบวมขนาดนี้... ไปเจอใครมา? ไปที่ตึกใหญ่มาใช่ไหม?"
เขารู้ทันเสมอ... สมกับเป็นรัฐมนตรี
ต้นหอมเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบ เธอไม่อยากฟ้อง ไม่อยากให้เขาต้องทะเลาะกันเพราะเธอ และที่สำคัญ เธอไม่อยากได้ยินคำยืนยันจากปากเขาว่าเธอเป็นแค่ "ของแก้ขัด" จริงๆ
"หนูเหนื่อย... ขอตัวไปพักก่อนนะคะ"
พูดจบเธอก็รีบวิ่งขึ้นบันไดหนีเข้าห้องไป ทิ้งให้ธีรดนย์ยืนงงและหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่หน้าเรือน
เขามองไปทางตึกใหญ่ แววตาดุดันวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
"แพร..." เขากัดฟันกรอด "คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ"
ดูท่า...สงครามประสาทระหว่างเรือนริมน้ำกับตึกใหญ่ คงจะระเบิดขึ้นในไม่ช้านี้แน่
