บทที่ 10 10
สายฝนที่สาดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในหัวใจของมนต์มีนาทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวย่ำเท้าไปตามถนนที่มืดมิดและเปียกลื่นอย่างไร้จุดหมาย เสื้อผ้าเปียกปอนลู่แนบไปกับลำตัวบอบบางที่สั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ ร่างกายของเธออ่อนล้าเต็มทน ทว่าสิ่งที่แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีคือจิตใจของเธอเอง
ภาพความเกลียดชังในแววตาของอติภพ น้ำเสียงตวาดกร้าวที่ขับไล่ไสส่งเธอราวกับหมูกับหมา คำด่าทอที่ตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินและฆาตกร ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากล่าวหาว่าเธอฆ่าลูกของเขา ทั้งที่เธอเองก็กำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาอยู่เช่นกัน แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับฟังและขับไล่เธอออกมาเผชิญชะตากรรมอย่างเลือดเย็น
มนต์มีนายกมือขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตนเองแผ่วเบา น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาผสมกับหยาดฝนที่เกาะกุมใบหน้าซีดเซียว เธอไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว ครอบครัวของเธอที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือในการกอบกู้ธุรกิจคงไม่ต้อนรับเธอที่กลับไปในสภาพของหญิงม่ายที่ถูกสามีทอดทิ้ง ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่สามารถเอาชีวิตของลูกน้อยไปเสี่ยงกับครอบครัวที่เห็นแก่เงินพวกนั้นได้
แสงไฟหน้ารถยนต์สาดส่องฝ่าความมืดมิดเข้ามา มนต์มีนาพยายามยกมือขึ้นบังแสงจ้าที่แยงตา รถเก๋งสีดำคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบฟุตปาธข้างตัวเธอ กระจกหน้าต่างฝั่งผู้โดยสารเลื่อนลงมา เผยให้เห็นใบหน้าถมึงทึงของชายวัยกลางคนผู้เป็นบิดาของเธอเอง
"ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ ยัยมีน แกจะมายืนประจานความโง่ของตัวเองอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน" น้ำเสียงของคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและไม่พอใจ
มนต์มีนาส่ายหน้าช้าๆ ถอยหลังห่างออกจากรถยนต์คันนั้น "มีนไม่กลับไปหรอกค่ะคุณพ่อ มีนไม่มีประโยชน์สำหรับครอบครัวของเราอีกแล้ว คุณภพเขาไล่มีนออกมาแล้วค่ะ"
"ฉันรู้แล้ว! ไอ้อติภพมันโทรมาอาละวาดใส่ฉันจนหูชา แกทำบ้าอะไรลงไปฮะ ถึงได้ไปผลักรดาตกบันไดจนแท้งลูกแบบนั้น แกอยากให้ครอบครัวเราพังพินาศไปพร้อมกับแกหรือไง"
"มีนไม่ได้ทำนะคะคุณพ่อ มีนถูกใส่ร้าย" มนต์มีนาพยายามอธิบายด้วยความหวังอันริบหรี่ หวังเพียงว่าพ่อบังเกิดเกล้าจะเชื่อใจและเข้าข้างเธอสักครั้ง
"หุบปาก! แกคิดว่าฉันจะเชื่อคำแก้ตัวโง่ๆ ของแกงั้นหรือ รดาเขาเป็นถึงลูกสาวตระกูลศิริโสภณ เขาจะเอาเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้มาโกหกทำไม แกมันก็แค่นังเด็กอิจฉาริษยาที่กลัวว่าตัวเองจะตกกระป๋องเท่านั้นแหละ" คำพูดของคนเป็นพ่อราวกับมีดคมที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมในหัวใจของลูกสาว
"ในเมื่อคุณพ่อเชื่อเขา มากกว่าเชื่อลูกสาวตัวเอง แล้วจะให้มีนกลับไปทำไมคะ มีนไม่ขอกลับไปเป็นเครื่องมือให้พวกคุณหลอกใช้เพื่อเงินอีกแล้ว" มนต์มีนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตัดพ้อ
"แกคิดว่าฉันอยากรับแกกลับมานักหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้อติภพมันขู่ว่าจะถอนทุนทั้งหมดและฟ้องร้องเรียกเงินคืน ฉันก็คงปล่อยให้แกนอนตายอยู่ข้างถนนนี่แหละ ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนและปล่อยให้แกไปตายจริงๆ"
ความจริงที่แสนโหดร้ายเปิดเผยออกมา มนต์มีนากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด น้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองไหลรินออกมาไม่ขาดสาย ไม่มีใครรักและต้องการเธอเลยสักคน แม้กระทั่งพ่อแท้ๆ ก็ยังเห็นเงินตราสำคัญกว่าสายเลือดของตนเอง เธอเป็นเพียงหมากรุกตัวหนึ่งที่ถูกคนรอบข้างใช้ผลประโยชน์และโยนทิ้งเมื่อหมดค่า
"มีนไม่ไปค่ะ มีนจะไปตามทางของมีน คุณพ่อกลับไปเถอะค่ะ" เธอตัดสินใจเด็ดขาด หันหลังให้รถยนต์คันนั้นและเตรียมจะก้าวเดินต่อไป
"นังลูกเนรคุณ! แกคิดว่าแกจะรอดไปได้งั้นหรือ แกไม่มีเงิน ไม่มีที่ซุกหัวนอน แกจะไปรอดได้ยังไง!" เสียงตวาดของบิดาดังไล่หลังมา ทว่ามนต์มีนาไม่ได้หันกลับไปมองอีกเลย หญิงสาวก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่บอบช้ำ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดเพื่อลูกในครรภ์
