บทที่ 8 8

บรรยากาศภายในคฤหาสน์ภูริพงษ์พัฒน์อึมครึมลงถนัดตา ข่าวการตั้งครรภ์ของรดาถูกแพร่กระจายไปในหมู่คนรับใช้อย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง รดาจงใจทำตัวอ่อนแอและเรียกร้องความสนใจจากอติภพหนักขึ้นกว่าเดิม หล่อนมักจะบ่นปวดศีรษะ เวียนหัว หรือไม่ก็แพ้ท้องอยากรับประทานอาหารแปลกๆ กลางดึก ซึ่งอติภพก็ยอมตามใจหล่อนทุกอย่างด้วยความรู้สึกผิดและหน้าที่ความรับผิดชอบ

​มนต์มีนาเฝ้ามองภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย หญิงสาวพยายามเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ทว่าความจริงที่ว่าสามีของเธอกำลังจะมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นก็เป็นดั่งหอกแหลมที่คอยทิ่มแทงหัวใจอยู่ทุกลมหายใจ เธอรู้ดีว่าเวลาของตนเองในคฤหาสน์หลังนี้เหลือน้อยลงเต็มที เมื่อไหร่ที่รดาคลอดลูกออกมา เมื่อนั้นเธอก็คงหมดประโยชน์และถูกอติภพเฉดหัวทิ้งอย่างไม่ไยดี

​วันเวลาล่วงเลยผ่านไป ท้องฟ้าเบื้องนอกถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีทึมเทา บรรยากาศอับชื้นและลมกระโชกแรงบ่งบอกถึงพายุใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน มนต์มีนารู้สึกอึดอัดจนต้องเดินออกมาสูดอากาศที่ระเบียงทางเดินชั้นสอง หญิงสาวทอดสายตามองสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเลื่อนลอย ความเหนื่อยล้าจากการตั้งครรภ์แฝดทำให้ร่างกายของเธอซูบซีดและอ่อนเพลียกว่าปกติมาก

​"มายืนรับลมหนาวแบบนี้ เดี๋ยวก็จับไข้หรอกจ๊ะ มีน" เสียงหวานหยดย้อยที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้มนต์มีนาสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวหันไปมองรดาที่เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ในชุดคลุมท้องราคาแพงที่อติภพเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญ

​            มนต์มีนาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "มีนแค่มาสูดอากาศน่ะค่ะ รดามีธุระอะไรกับมีนหรือเปล่าคะ"

​            รดายิ้มมุมปาก นัยน์ตาแฝงความร้ายกาจอย่างปิดไม่มิด "ฉันก็แค่แวะมาดูอาการคนแพ้ท้องน่ะจ้ะ ช่วงนี้ดูเธอโทรมลงไปเยอะเลยนะ ไม่ทราบว่าภพเขาพาไปฝากครรภ์บ้างหรือยังล่ะ"

​มนต์มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รดารู้เรื่องที่เธอตั้งครรภ์ได้อย่างไร หญิงสาวพยายามควบคุมสติและน้ำเสียงไม่ให้สั่น "รดาพูดเรื่องอะไรคะ มีนไม่ได้ตั้งครรภ์"

​"อย่ามาเล่นละครตบตาฉันเลยมีน ฉันเห็นยาบำรุงครรภ์ในห้องของเธอหมดแล้ว" รดาก้าวเข้ามาประชิดตัวมนต์มีนา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและดุดัน "เธอคิดจะใช้เด็กในท้องมาผูกมัดภพงั้นหรือ ฝันไปเถอะ! ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมีลูกกับเขา เด็กที่เกิดจากความต่ำต้อยของเธอมันก็เป็นได้แค่ลูกเมียน้อยเท่านั้นแหละ"

​"หยุดพูดจาดูถูกมีนเดี๋ยวนี้นะคะ" มนต์มีนาสวนกลับด้วยความโกรธจัด ความอดทนของเธอขาดผึงเมื่ออีกฝ่ายลามปามถึงลูกในท้อง "มีนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณภพ ลูกของมีนก็คือสายเลือดที่แท้จริงของตระกูลภูริพงษ์พัฒน์ รดาต่างหากที่เป็นแค่แขกไม่ได้รับเชิญและพยายามจะแย่งสามีคนอื่น"

​            เพียะ!

​            ฝ่ามือเรียวของรดาตวัดตบลงบนใบหน้าของมนต์มีนาอย่างแรงจนหญิงสาวหน้าหัน รอยริ้วแดงปรากฏชัดเจนบนแก้มซีดเซียว มนต์มีนายกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่ารดาจะกล้าลงไม้ลงมือกับเธอถึงเพียงนี้

​"นี่คือบทเรียนสำหรับคนที่กล้าต่อปากต่อคำกับฉัน!" รดาตวาดลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น "เธอคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวมันจะมีความหมายอะไรฮะ มนต์มีนา ภพเขารักฉัน เขาต้องการลูกของฉัน ไม่ใช่ลูกของเธอ! และฉันก็จะไม่มีวันยอมให้มารหัวขนของเธอเกิดมาแย่งความรักไปจากลูกของฉันเด็ดขาด!"

​พูดจบ รดาก็จงใจก้าวถอยหลังไปที่บันไดหรูหราซึ่งทอดตัวลงสู่ชั้นล่าง หญิงสาวกะจังหวะอย่างแม่นยำ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเสียหลักและกรีดร้องออกมาสุดเสียง

​"กรี๊ด! ช่วยด้วย! มีนอย่าผลักฉัน!"

​ร่างของรดาหงายหลังร่วงหล่นลงไปตามขั้นบันไดอย่างรวดเร็ว มนต์มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หญิงสาวถลันตัวเข้าไปหมายจะคว้าร่างของอีกฝ่ายไว้ ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว ร่างของรดากลิ้งตกลงไปกระแทกกับพื้นหินอ่อนชั้นล่างอย่างแรงจนสลบเหมือดไปในทันที

​            เสียงกรีดร้องของรดาดังไปทั่วคฤหาสน์ อติภพที่เพิ่งก้าวลงจากรถและเดินเข้ามาในบ้านพอดี ต้องหยุดชะงักด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์และพบร่างของรดานอนนิ่งอยู่บนพื้น เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากระหว่างขาของหญิงสาวเปรอะเปื้อนกระโปรงสีอ่อนเป็นวงกว้าง

​"รดา!" อติภพตะโกนลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ชายหนุ่มถลาเข้าไปประคองร่างที่ไร้สติของหญิงสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน "รดา ทำใจดีๆ ไว้ รดา!"

​ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที คนรับใช้ต่างวิ่งกรูกันเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก อติภพช้อนร่างของรดาขึ้นอุ้มแนบอก ก่อนจะตวัดสายตาอันดุดันขึ้นไปมองมนต์มีนาที่ยืนตัวสั่นอยู่บนบันไดขั้นบนสุด

​            "เธอทำอะไรลงไป มนต์มีนา!" เสียงตะคอกของเขาดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชังอย่างรุนแรง

​            "มีนเปล่านะคะคุณภพ มีนไม่ได้ทำอะไรเลย รดาเขาสะดุดล้มลงไปเอง" มนต์มีนาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลรินลงมาอาบสองแก้ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป