บทที่ 9 9
"โกหก! ฉันได้ยินเสียงรดาร้องให้เธอหยุด! เธอจงใจผลักรดาตกบันไดเพื่อฆ่าลูกของฉันใช่ไหม ผู้หญิงใจอำมหิต!" อติภพตวาดกลับอย่างไม่ฟังเสียง เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่ามนต์มีนาคือฆาตกรที่พยายามจะพรากชีวิตลูกของเขาไป
"มีนไม่ได้ทำจริงๆ นะคะคุณภพ เชื่อมีนเถอะค่ะ มีนไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้หรอก" มนต์มีนาร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามก้าวลงบันไดมาหาชายหนุ่ม ทว่าสายตาที่เขามองมานั้นทำให้เธอต้องหยุดชะงัก มันเป็นสายตาของความขยะแขยงและชิงชังราวกับมองเศษขยะที่ไร้ค่า
"อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!" อติภพสั่งเสียงกร้าว "ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไป ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอ ฉันจะทำให้เธอต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
ชายหนุ่มอุ้มร่างของรดาวิ่งออกไปที่รถอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้มนต์มีนายืนร้องไห้แทบขาดใจอยู่บนบันไดเพียงลำพัง ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงและจับผิดของบรรดาคนรับใช้ที่มองมายังเธอ
พายุฝนเบื้องนอกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ราวกับจะตอกย้ำความโหดร้ายของโชคชะตาที่กำลังเล่นตลกกับชีวิตของเธอ มนต์มีนาทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กับพื้นบันไดอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอถูกใส่ร้าย เธอถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรใจยักษ์ และคนที่เธอรักที่สุดกลับไม่ยอมเชื่อใจเธอเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ความมืดมิดเข้าปกคลุมคฤหาสน์ภูริพงษ์พัฒน์ พร้อมกับพายุฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มนต์มีนานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในห้องนอนที่มืดมิด หวาดผวาและหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของอติภพ ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยสภาพที่เปียกปอน ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
"คุณภพ รดาเป็นยังไงบ้างคะ ลูก" มนต์มีนาถามเสียงสั่น พยายามลุกขึ้นยืน ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหายไปจนหมด
"ลูกฉันตายแล้ว" อติภพตอบเสียงเหี้ยม นัยน์ตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความปวดร้าว "รดาแท้งลูก เพราะฝีมือของเธอ ผู้หญิงใจคอโหดเหี้ยมอย่างเธอ ไม่สมควรจะได้รับความเมตตาจากใครอีกต่อไป"
"ไม่จริง มีนไม่ได้ทำ มีนสาบานได้ว่ามีนไม่ได้ผลักรดา คุณภพต้องเชื่อมีนนะคะ" มนต์มีนาส่ายหน้าทั้งน้ำตา ถลาเข้าไปจับแขนของชายหนุ่มอย่างอ้อนวอน
ทว่าอติภพกลับสะบัดแขนออกอย่างแรงจนร่างบอบบางของหญิงสาวเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! ฉันขยะแขยงผู้หญิงตลบตะแลงอย่างเธอ ฉันให้โอกาสเธอมามากพอแล้ว แต่เธอกลับตอบแทนความหวังดีของครอบครัวฉันด้วยการฆ่าสายเลือดของฉัน!"
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปกระชากแขนของมนต์มีนาให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะลากร่างของหญิงสาวออกไปจากห้องอย่างไม่ปรานี มนต์มีนาร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามขัดขืนและอ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าอติภพกลับหูอื้อตาบอดด้วยความโกรธแค้น เขาไม่รับฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น
เขาดึงลากเธอลงบันไดมาจนถึงห้องโถงชั้นล่าง ก่อนจะเหวี่ยงร่างของหญิงสาวออกไปทางประตูหน้าคฤหาสน์อย่างแรง หญิงสาวล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นหินอ่อนท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามา
"ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้! และอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!" อติภพตวาดลั่น ชี้หน้าไล่หญิงสาวด้วยความเกลียดชังสุดหัวใจ
"คุณภพคะ มีนขอร้องล่ะค่ะ อย่าไล่มีนไปเลยนะคะ มีนไม่มีที่ไปแล้ว ข้างนอกฝนก็ตกหนัก มีนกำลังท้องนะคะคุณภพ" มนต์มีนาตัดสินใจบอกความจริงออกไป หวังว่าเขาจะเห็นแก่ลูกในท้องของเธอบ้าง
ทว่าคำสารภาพนั้นกลับยิ่งจุดไฟโทสะในใจของอติภพให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช "ท้อง เธอคิดว่าฉันโง่ขนาดที่จะเชื่อคำโกหกพรรค์นี้งั้นหรือ เธอฆ่าลูกของฉัน แล้วยังจะกล้าเอาเรื่องท้องมาอ้างเพื่อเรียกร้องความสงสารอีกหรือ ผู้หญิงอย่างเธอ มันเลวทรามเกินกว่าที่จะเป็นแม่คนได้!"
"มีนไม่ได้โกหกนะคะ มีนท้องจริงๆ มีนท้องลูกของคุณภพ" มนต์มีนาร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ พยายามคลานเข้าไปเกาะขาของชายหนุ่ม
แต่อติภพกลับถอยห่างออกไปราวกับรังเกียจเชื้อโรค "ถึงเธอจะท้องจริง ฉันก็ไม่มีวันยอมรับเด็กที่เกิดจากผู้หญิงหน้าเงินและฆาตกรอย่างเธอเป็นลูกเด็ดขาด ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ไปตายที่ไหนก็ไป!"
ปัง!
ประตูบานใหญ่ถูกปิดใส่หน้ามนต์มีนาดังสนั่น ตัดขาดความหวังและความรักทั้งหมดที่เธอเคยมีให้ผู้ชายคนนี้ หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่หน้าประตูคฤหาสน์ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ สายฝนที่เย็นยะเยือกสาดซัดเข้าใส่ร่างบอบบางที่สั่นเทิ้ม ทว่ามันกลับไม่สามารถดับความหนาวเหน็บและปวดร้าวในหัวใจของเธอได้เลย
มนต์มีนาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด น้ำตาแห่งความเจ็บปวดผสมปนเปไปกับหยาดฝน เธอสูญเสียทุกอย่างแล้ว สูญเสียครอบครัว สูญเสียความรัก และสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นคน เธอถูกผลักไสให้ตกลงสู่ขุมนรกที่มืดมิดที่สุด โดยฝีมือของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ
หญิงสาวลูบหน้าท้องของตัวเองแผ่วเบา ร้องไห้กระซิกกับลูกน้อยในครรภ์
"แม่ขอโทษนะลูก แม่ปกป้องพวกหนูไม่ได้ แม่มันอ่อนแอเกินไป แต่แม่สัญญา แม่จะพาพวกหนูหนีไปให้ไกล ไกลจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ ไกลจากนรกขุมนี้ แม่จะเข้มแข็งเพื่อพวกหนูให้ได้"
มนต์มีนาพยุงร่างที่อ่อนล้าและบอบช้ำของตนเองให้ลุกขึ้นยืน หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า หันหลังให้กับคฤหาสน์ภูริพงษ์พัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวออกไปท่ามกลางพายุฝนและความมืดมิด ทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้ในวันข้างหน้า
ชีวิตของมนต์มีนาผู้แสนอ่อนแอได้ตายจากไปแล้ว ท่ามกลางสายฝนในค่ำคืนนี้ และเมื่อวันใหม่มาเยือน เธอจะถือกำเนิดขึ้นใหม่ กลายเป็นใครอีกคนที่แข็งแกร่งและเยือกเย็น เพื่อรอวันที่จะกลับมาทวงคืนความยุติธรรม และมอบบทเรียนราคาแพงให้กับทุกคนที่เคยทำร้ายเธอ
