บทที่ 1 ภารกิจซ่อนตัวให้เงียบที่สุด

แสงแฟลชวูบวาบจากกล้องนับร้อยตัวสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลา ริวก้าวเดินบนพรมแดงด้วยท่วงท่าสง่างาม โครงหน้าคมคายและนัยน์ตาทรงเสน่ห์เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณงานประกาศรางวัลประจำปี ซูเปอร์สตาร์หนุ่มอันดับหนึ่งของวงการแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อแจกจ่ายให้ช่างภาพและสื่อมวลชน

ทว่าเบื้องหลังแสงสีอันเจิดจรัส วงการมายาแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยการแข่งขัน สายตาหลายคู่จากเพื่อนร่วมวงการที่มองมาล้วนแฝงความริษยา นักแสดงหน้าใหม่บางคนลอบมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่า ขณะที่ผู้จัดละครหลายคนสวมกอดเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่กลับหันไปกระซิบกระซาบกันทันทีที่เขาคล้อยหลัง ทุกคนต่างรอเวลาที่จะดึงเขาให้ร่วงหล่นจากจุดสูงสุด

หลังเสร็จสิ้นพิธีการบนเวที ริวปลีกตัวมาร่วมงานปาร์ตี้ส่วนตัว ชายหนุ่มรับแก้วเครื่องดื่มจากบริกรมาถือไว้ตามมารยาท เขายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อดับกระหาย ทว่าเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ความผิดปกติกลับจู่โจมร่างกายอย่างกะทันหัน

เสียงดนตรีในงานปาร์ตี้เริ่มอื้ออึงคล้ายเขาดำดิ่งลงใต้น้ำ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนแสงไฟหมุนคว้าง อาการมึนงงและไร้เรี่ยวแรงแล่นพล่านไปทั่วตัว ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ริวพยายามสะบัดศีรษะขับไล่ความง่วงงุนที่โจมตีอย่างรุนแรง เขากวาดสายตาพร่ามัวมองหาผู้จัดการส่วนตัวที่ควรจะคอยประกบดูแลอยู่ไม่ห่าง

แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นร่างสูงโปร่งของเมษา หรือที่คนในวงการเรียกว่า เจ๊เมย์ ผู้จัดการสาวประเภทสองมือทองกำลังยืนหัวเราะร่วน เอนซบอิงแอบอยู่กับนายแบบหนุ่มดาวรุ่งที่มุมโถงทางเดิน ภาพนั้นบิดเบี้ยวและเลือนรางลงทุกขณะ

"เจ๊เมย์" ริวพยายามเค้นเสียงเรียก แต่ลำคอกลับแห้งผาก ชายหนุ่มรู้ตัวทันทีว่าเขาถูกวางยา ร่างกายสูงใหญ่เริ่มโซเซ เขาพยายามพยุงร่างหลบออกจากสายตาผู้คน ดันประตูเข้าไปในห้องพักรับรองแขกวีไอพีที่อยู่ใกล้ที่สุด หวังเพียงจะได้พักสายตาและหลบซ่อนตัวจนกว่าจะตั้งสติได้

ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับโซฟาบุหนัง สติสัมปชัญญะของซูเปอร์สตาร์หนุ่มก็ดับวูบลง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประตูห้องถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ แสงแฟลชสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด บันทึกภาพทุกมุมเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือทำลายชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ของเขา

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง

"กรี๊ด ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้"

เสียงกรีดร้องของเมษาดังลั่นห้องนั่งเล่น ผู้จัดการสาวประเภทสองเดินวนไปวนมาด้วยใบหน้าซีดเผือด มือที่ประดับเล็บเจลสีแดงสดสั่นระริกขณะถือแท็บเล็ต หน้าจอแสดงภาพถ่ายของริวในสภาพหมดสติอยู่บนโซฟา โดยมีหญิงสาวนิรนามคนหนึ่งนอนซบอยู่บนแผงอกในท่าทางที่ชวนให้คิดลึก ข้อความข่มขู่เรียกเงินก้อนโตและขู่จะปล่อยภาพแฉให้สื่อมวลชนทุกสำนัก ทำให้เมษาแทบจะล้มทั้งยืน

ริวที่เพิ่งสร่างจากฤทธิ์ยานอนหลับ นั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเคียดแค้น

"ผมถูกวางยาในงานเมื่อคืน แล้วเจ๊มัวแต่ไปทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว" ชายหนุ่มตวาดเสียงกร้าว

"เจ๊ขอโทษ เจ๊ผิดไปแล้วลูก เจ๊แค่มัวแต่คุยงานกับสปอนเซอร์นิดหน่อยเอง" เมษาเสียงสั่น รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะไม่อยากยอมรับว่าตนเองหลงเสน่ห์ผู้ชายจนลืมดูแลเด็กในสังกัด "แต่ตอนนี้เราต้องแก้ปัญหาก่อน ขืนภาพพวกนี้หลุดออกไป พรีเซนเตอร์สิบกว่าตัวของเธอปลิวหายหมดแน่ คู่แข่งต้องรอเหยียบซ้ำจนจมดินชัวร์"

"แล้วจะให้ทำยังไง จ่ายเงินให้พวกมันเหรอ"

"ไม่ได้เด็ดขาด ขืนจ่ายไปมันก็ต้องกลับมาแบล็กเมล์เราอีกไม่จบไม่สิ้น" เมษาสูดหายใจลึก พยายามดึงสติผู้จัดการมือทองกลับมา "เราต้องหนี ซ่อนตัวให้เงียบที่สุด จนกว่าเจ๊จะสืบหาตัวคนบงการและจัดการเคลียร์รูปพวกนี้ได้"

"หนีไปไหน"

"เจ๊จะปล่อยข่าวให้สื่อว่าเธอทำงานหนักจนป่วยกะทันหัน ต้องบินด่วนไปรักษาตัวที่คลินิกส่วนตัวในสวิตเซอร์แลนด์ จะไม่มีใครสงสัยถ้ารูปพวกนี้หลุดออกมาตอนที่เธอไม่อยู่ เราจะอ้างว่าเป็นรูปตัดต่อเพื่อดิสเครดิต" เมษาเริ่มร่ายแผนการ "เก็บกระเป๋าเดี๋ยวนี้เลยริว เราจะออกต่างจังหวัดกัน"

หลายชั่วโมงต่อมา บนถนนสายยาวที่มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ

ทิวทัศน์ตึกระฟ้าและป้ายโฆษณาแบรนด์หรูค่อยๆ ถูกกลืนหายไป แทนที่ด้วยเงาทะมึนของทิวเขาและแมกไม้สลับซับซ้อน รถตู้คันใหญ่แล่นทะยานเข้าสู่เขตชนบท แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทะลุกระจกติดฟิล์มจนอากาศภายในห้องโดยสารเริ่มอบอ้าว ริวขยับตัวบนเบาะหนังอย่างงุ่นง่าน ท่อนขาที่ยาวเกินมาตรฐานต้องงอคู้เป็นเวลานานจนปวดร้าวไปถึงกระดูกสันหลัง

ชายหนุ่มขยับหมวกแก๊ปและแว่นกันแดดสีดำสนิทเพื่อพรางตัว พลางพ่นลมหายใจออกมาระลอกใหญ่

"นี่เรานั่งรถกันมากี่ชั่วโมงแล้ว กระดูกผมจะพังหมดแล้วนะเจ๊" ริวบ่นเสียงขุ่นพลางนวดต้นคอที่แข็งตึง

"แอร์รถก็เปิดจนสุดทำไมมันยังร้อนขนาดนี้ ทำไมไม่จองตั๋วเครื่องบินวีไอพีไปลงใกล้ๆ แล้วค่อยหารถไปส่ง จะได้ไม่ต้องมาทนหลังขดหลังแข็งแบบนี้"

"โอ๊ย พ่อคุณ ทนเอาหน่อยเถอะ" เมษาตวัดสายตาดุปราม "ถ้านั่งเครื่องบิน คนก็เห็นกันหมดสิว่าเธอไม่ได้ไปสวิตเซอร์แลนด์ตามข่าว ขืนมีใครแอบถ่ายรูปไปลงโซเชียล แผนที่เราวางไว้ก็พังไม่เป็นท่า นั่งรถน่ะเงียบที่สุดแล้ว"

ริวกลอกตาด้วยความหงุดหงิด เขาหันไปมองผู้จัดการส่วนตัวหมายจะต่อล้อต่อเถียง ทว่ากลับต้องชะงักค้างเมื่อเห็นการกระทำของอีกฝ่าย เมษาที่เคยจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมและเครื่องสำอางหนาเตอะ บัดนี้กำลังใช้แผ่นเช็ดหน้าถูริมฝีปากสีแดงสดของตนเองออกอย่างเอาเป็นเอาตาย ซ้ำยังหยิบขวดน้ำยาล้างเล็บมาเทชุ่มสำลี ขัดถูสีเจลฉูดฉาดบนนิ้วมือจนหลุดลอก ก่อนจะคว้าเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งมาสวมทับกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง ท่าทางกรีดกรายถูกพับเก็บ กลายสภาพเป็นชายชาตรีวัยกลางคนในชั่วพริบตา

"เจ๊ทำอะไรเนี่ย ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้" ริวถามอย่างงุนงง

บทถัดไป