บทที่ 6 ฝึกทักษะการแสดง

ถ้อยคำคาดหวังของย่าชื่นทำเอาชีวาถึงกับอ้าปากค้าง ถ้อยคำที่เตรียมจะเถียงถูกกลืนหายลงไปในลำคอ

"โธ่ แม่จ๋า เรื่องคู่ครองของหลานเอาไว้ก่อนเถอะจ้ะ แม่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเหนื่อยๆ นอนพักผ่อนอย่าเพิ่งคิดอะไรให้ปวดหัวมากเลยนะจ๊ะ"

เมษาที่ยืนฟังอยู่นานรีบขยับเข้ามาพูดเลี่ยงเพื่อตัดบทสนทนาที่กำลังทำให้หลานสาวกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"ส่วนแม่สร้อย หมดธุระแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ คนป่วยต้องการการพักผ่อน"

เมื่อแม่สื่อจอมจุ้นล่าถอยกลับไป ชีวาสบโอกาสจึงรีบขอตัวเดินก้าวพ้นประตูห้องออกมาด้วยความรู้สึกสับสน หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตรงระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างหมดสภาพ ในหัวมีแต่คำถามตีวนวุ่นวาย ย่าของเธอเอาอะไรมามั่นใจว่าผู้บ่าวไทบ้านหน้าตามอมแมมแถมยังเรื่องมากคนนั้นเป็นคนดีและพึ่งพาได้ นี่ย่าเห็นเขาเป็นเงาะป่าในเรื่องสังข์ทองหรืออย่างไร ถึงคิดว่าถอดรูปออกมาแล้วจะหล่อเหลาเอาการ

เมษาในคราบชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินตามหลานสาวออกมา หันมามองด้วยความเป็นห่วง "เป็นอะไรไปลูก หน้ามุ่ยเชียว"

"ลุงเมษาก็ได้ยินที่ย่าพูดนี่จ๊ะ" ชีวายกมือขึ้นนวดขมับ "ย่าบอกว่าถ้าชีวาไม่แต่งกับนายก้องภพ ชีวาก็ต้องหาใครสักคนมาดูแล ย่าถึงจะนอนตายตาหลับ แล้วย่ายังเชียร์ให้ชีวาลองคบกับนายเข้มด้วยนะจ๊ะ"

ชีวาบ่นกระปอดกระแปด นึกค่อนขอดความหวังดีของคุณย่าอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้

"ชีวาอยากหาใครสักคนมาแกล้งเป็นแฟน เพื่อให้ย่าสบายใจและกันนายก้องภพออกไปให้พ้นทาง แต่ในเวลาฉุกละหุกแบบนี้ ชีวาจะไปหาผู้ชายที่ไว้ใจได้และยอมเล่นละครตบตาคนอื่นมาจากไหนกันจ๊ะ"

ถ้อยคำของหลานสาวทำเอาผู้จัดการมือทองที่กำลังคิดไม่ตกเรื่องงานถึงกับตาโต ประกายความหวังบางอย่างสว่างวาบขึ้นในหัว ตอนนี้เขามีเรื่องด่วนต้องรีบกลับไปจัดการที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสืบหาตัวคนปล่อยภาพหลุดและเคลียร์ข่าวฉาวให้จบสิ้นโดยเร็วที่สุด การทิ้งริวเอาไว้ที่รีสอร์ตคนเดียวในคราบคนงานอาจจะเสี่ยงเกินไป แต่ถ้าหากซูเปอร์สตาร์หนุ่มได้ขยับฐานะมาเป็นคนรักของเจ้าของรีสอร์ต ทุกอย่างก็จะเข้าทางพอดี ริวจะได้ย้ายไปอยู่ในบ้านพักส่วนตัวที่ปลอดภัยที่สุด มีคนคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างดี แถมยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้แม่และหลานสาวของเขาอีกด้วย

"ชีวาไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ลุงมีทางออก" เมษาระบายยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปตบไหล่หลานสาวเบาๆ "ลุงมีคนที่เหมาะสมและไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวลุงจะไปเจรจากับเขาให้เอง หลานไปดูแลย่าชื่นเถอะ แล้วพรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวรับมือกับว่าที่แฟนกำมะลอได้เลย"

ชีวาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่ยังไม่ทันได้ซักถามอะไร ผู้เป็นลุงก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปเสียแล้ว หญิงสาวมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความมึนงง ได้แต่หวังว่าลุงเมษาคงไม่ได้ไปคว้าใครที่ไหนมาสร้างความวุ่นวายเพิ่มให้เธออีกก็พอ

กลางดึกคืนนั้น หลังจากพาย่าชื่นกลับมาพักฟื้นที่รีสอร์ตเรียบร้อยแล้ว

บริเวณระเบียงไม้ทอดยาวริมน้ำของบ้านพักหลังเล็ก ริวกำลังยืนทอดสายตาออกไปในความมืดมิด ชายหนุ่มเพิ่งจัดการขัดถูคราบรองพื้นสีเข้มออกจากใบหน้าและลำตัวจนหมดจด เผยให้เห็นผิวขาวจัดและโครงหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติอีกครั้ง สายลมเย็นที่พัดมาปะทะร่าง ทำให้ความวุ่นวายในจิตใจสงบลงได้บ้าง

"ริว"

เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำเอาชายหนุ่มหันขวับกลับไปมอง เมษาในคราบลุงวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจังผิดจากปกติ ผู้จัดการส่วนตัวกวาดสายตามองซูเปอร์สตาร์ในความดูแลก่อนจะถอนหายใจยาว

"เจ๊มีเรื่องด่วนต้องคุยด้วย พรุ่งนี้เช้าเจ๊ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ ไปสืบเรื่องรูปหลุดนั่น ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ อนาคตในวงการของเธอได้ดับวูบแน่"

"อ้าว แล้วเจ๊จะทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียวเนี่ยนะ" ริวขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้น "ให้ผมทนอยู่ในคราบผู้บ่าวไทบ้าน กินน้ำพริกเผ็ดๆ แถมไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้เนี่ยนะ เจ๊บ้าไปแล้วเหรอ"

"ฟังเจ๊ก่อนสิยะ เจ๊ไม่ได้จะทิ้งให้เธอตกระกำลำบากเสียหน่อย" เมษารีบยกมือขึ้นห้าม "เจ๊มีข้อเสนอที่จะทำให้เธอได้ย้ายไปอยู่ในบ้านพักหลังใหญ่ที่มิดชิดและเป็นส่วนตัวที่สุด มีอาหารเสิร์ฟถึงที่ทุกมื้อ และรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวายกับเธอเด็ดขาด เธอจะได้ซ่อนตัวอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยที่สุดจนกว่าเจ๊จะจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ"

ริวหรี่ตามองอย่างจับผิด ท่าทีของเมษาทำให้เขารู้สึกระแวง "ข้อเสนอดีขนาดนี้ แล้วข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร"

"เธอต้องสวมบทบาทเป็นแฟนของชีวา แกล้งทำเป็นว่ารักกันมากต่อหน้าย่าชื่นและคนในรีสอร์ต"

ชายหนุ่มเบิกตากว้าง อ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาจากลำคอ

"ฮะ เจ๊สติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือเปล่า ระดับซูเปอร์สตาร์อย่างผม จะให้มาเล่นละครสวมบทแฟนปลอมๆ หลอกคนแก่เนี่ยนะ ทำไมผมต้องไปรับหน้าเป็นไม้กันหมาให้ยัยผู้หญิงปากร้ายนั่นด้วย"

"ก็เพราะยัยผู้หญิงปากร้ายนั่นแหละที่เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีให้เธอได้" เมษาอธิบายอย่างใจเย็น "ชีวากำลังถูกแม่สื่อตามตื๊อบีบให้แต่งงานกับลูกชายนายกเทศมนตรี หลานฉันต้องการใครสักคนมาบังหน้า ซึ่งย่าชื่นก็ดันถูกใจความมีสติของเธอตอนที่ช่วยพาท่านไปโรงพยาบาลเมื่อคืน ถ้าเธอยอมช่วยชีวา เธอจะได้สิทธิพิเศษระดับวีไอพีทั้งหมดในรีสอร์ตแห่งนี้ ถือว่าวินวินทั้งคู่ไงริว"

"แต่ผมต้องแกล้งเป็นแฟนนายจ้างจอมโหดเนี่ยนะ" ริวแค่นเสียงค้าน แม้ในใจจะเริ่มคล้อยตามกับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

"หรือเธอจะเลือกนอนตบยุงในบ้านพักแคบๆ ร้อนๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะ" เมษาเลิกคิ้วท้าทาย "ถือเสียว่าเป็นการฝึกทักษะการแสดงก็แล้วกัน ระดับพระเอกแถวหน้าอย่างเธอ คงไม่กลัวการเล่นบทผู้บ่าวไทบ้านคลั่งรักหรอกใช่ไหม"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป