บทที่ 12 ทำเพื่อรัก

1 เดือนผ่านไป

ความไม่ย่อท้อของฝนรินทำให้ผมเอะใจ อะไรทำให้เธอต้องทำเพื่อผมขนาดนี้

เธอทำตามกฎดีนะ จากที่ผมหวาดระแวงก็เริ่มวางใจขึ้นหน่อยว่าในอาหารจะไม่มียาเบื่อหนูหรือเศษแก้วแฝงอยู่เป็นวัตถุดิบพิเศษ

เมื่อคืนผมนั่งวาดแบบสร้อยเพื่อส่งประกวดงานออกแบบเครื่องประดับที่จะถึงนี้ ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมมั่นใจในฝีมือมากพอจึงคิดอยากจะลองส่งดู ทว่าหัวข้อของมันที่ให้มาก็ทำเอาผมรู้สึกใจเขว วาดแล้วทิ้งไปหลายครั้งจนเมื่อคืนแทบไม่ได้อะไรเลย เอาเข้าจริงมันก็ยากมากนั่นแหละเพราะตอนนี้ผมไม่มีแบบดี ๆ ในหัวอย่างที่ผ่านมา คงเพราะช่วงนี้มีแต่เรื่องราววุ่นวายไม่พัก

ข้าวเช้าวันนี้ผมไม่ได้แตะ เพราะมีประชุมสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ของห้างที่จะเข้ามาลงทุน คนคนนี้ดีลงานยาก ผมพยายามติดต่อกับทาง Yang กรุ๊ป มานาน กว่าพวกเขาจะยอมตอบตกลงมาคุยก็ยาก

หากได้Yang กรุ๊ปมาร่วมมือด้วย แน่ล่ะ...ว่าใครก็หาข้อกังขาจากผมไม่ได้ รากฐานของบริษัทก็จะแข็งแรงกว่าเก่า

"ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม" ผมถามคุณพฤกษ์ เลขาของตัวเอง

"...ผมตรวจสอบสามรอบแล้ว แต่ท่านรองจะตรวจอีกครั้งก็ได้นะครับ"

"ครับ" ผมตอบรับ และเปิดเอกสารแต่ละหน้าเพื่อดูความเรียบร้อย

ทว่า...

"คุณพฤกษ์ เอกสารข้อเสนอหายไปไหน?"

"ครับ?"

"เอกสารข้อเสนอฉบับที่สาม ถึงจะมีรายละเอียดไม่มากแต่มันขาดไม่ได้"

"...ผมหยิบมาจากบนโต๊ะท่านรองก็มีเท่านี้นะครับ"

"..."หรือผมจะลืมไว้บนโต๊ะทำงานที่บ้าน เพราะหลายวันก่อนผมเอางานจากบริษัทกลับไปทำบ่อย ๆ

ผมชั่งใจสักพัก ก่อนจะตัดสินใจโทรหาฝนรินเพราะไม่มีทางอื่นแล้ว

"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ลูน"

"คุณอยู่บ้านไหม หรืออยู่ร้าน"

"อยู่บ้านค่ะ ร้านยังไม่เสร็จดีค่ะ "

"...เปิดกล้อง แล้วเดินไปที่ห้องทำงานผมที ช่วยดูเอกสารซองสีน้ำตาลให้ผมหน่อย " เพียงแค่ผมออกคำสั่งผมก็ได้ยินเสียวเท้าของเธอวิ่งขึ้นบันได

"ขออนุญาตนะคะ..." ผมได้ยินเสียงเธอทุกอย่าง และเห็นภาพผ่านวิดิโอคอล

"อันนี้ใช่ไหมคะ!?" เธอหยินซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมา

"ลองเปิดดูที ว่าหัวกระดาษเขียนว่าอะไร"

"ผลประโยชน์ และส่วนแบ่งในการร่วมมือฉบับที่สาม"

"ครับ ถูกต้อง เดี๋ยวผมให้คุณเรย์ไปเอา"

"แต่ท่านรองครับ...วันนี้พี่เรย์ลาป่วย" เสียงกระซิบจากเลขาทำให้ผมเผลอถอนหายใจยาว

"เดี๋ยวหนูเอาไปให้ค่ะ พี่ลูนอยู่ห้างใช่ไหมคะ"

"ผมอยู่สำนักงานของห้าง มันอยู่หลังห้างอีกที งั้นคุณรีบมาได้ไหม ผมต้องใช้มันด่วนมาก ยี่สิบนาทีถึงทันไหม ผมจะออกมารอหน้าห้าง"

"ค่ะ ๆ เดี๋ยวหนูรีบไป" ผมยังไม่ทันถามเธอเพิ่ม ฝนรินก็ตัดสายไป

ความหวังของผม ต้องพึ่งเธอแล้ว

End Lune part

Fonrin part

ตอนที่เสียงโทรศัพท์แล้วขึ้นเป็นชื่อพี่ลูนฉันดีใจจนแทบกระโดด ช่วงนี้เขาดูวุ่น ๆ จนไม่มีเวลาได้พักใช้ชีวิต ดังนั้นฉันจึงอยากเป็นศรีภรรยาที่ดี คอยช่วยเหลือเรื่องเล็กน้อยให้เขา

เอกสารสำคัญ ฉันต้องรักษาเยี่ยงชีวิต!

ไอเทมของเราในตอนนี้มีเพียงมอเตอไซค์ของลุงคนสวน และจักรยานของแม่บ้าน พอดีว่าฉันขับรถไม่แข็งดังนั้นจะไม่เสี่ยงดีกว่า จะให้ไปรบกวนคนรถ นั่นก็เป็นคนของบ้านใหญ่ซึ่งพี่ลูนสั่งโดยเด็ดขาดว่าไม่ต้องไปยุ่งกับใครในบ้านนั้น มิเช่นนั้นฉันจะโดนเข้าห้องเชือดแน่

"คุณลุงกบคะ หนูขอยืมมอไซค์หน่อยนะคะ เดี๋ยวรีบขับมาคืนค่ะ พอดีต้องรีบออกไปธุระ" ฉันเดินมาจออนุญาตคุณลุงคนสวนที่กำลังทำหน้าที่อย่างขมักเขม้น

"ได้ครับ นี่ครับกุญแจ" ชายวัยกลางคนยื่นพวงกุญแจรถมาให้ฉันด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

"ขอบคุณค่ะ"

ถึงไม่รู้ว่าสำนักงานอยู่ตรงไหนแต่ฉันก็ต้องรีบไปให้ถึงห้างก่อน อย่างพอถึงห้างแล้วฉันจะโทรหาพี่ลูนแล้วให้เขาฝากคนมาเอาก็ยังทัน

ฉันรีบบึ่งมอไซต์ไปด้วยความเร็วไม่มากนัก ส่วนเอกสารก็เอาใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าเอาไว้ใต้เบาะอย่างหวงแหน

ครืน!

แต่แล้วท้องฟ้าสีครามก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเทา เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ เม็ดฝนเริ่มโรยริน ถึงฉันจะชื่อฝนริน แต่ก็เกลียดคำว่าฝนรินในวันนี้เลย โชคดีที่ฉันเอาเอกสารใส่แฟ้มอีกที ป้องกันการเสียหายทุกอย่าง ตอนนี้อยู่ในกระเป๋าด้วยโอกาสเสียหายก็จะมีเป็นศูนย์ น้ำคงไม่ซึมไปโดนหรอกมั้ง

"รถดันมาตัดอีก!" วันนี้วันซวยอะไรกันนะ ฉันมองนาฬิกาบนข้อมือเพื่อดูเวลา ในใจก็ยิ่งกังวลยิ่งกว่าเก่า ขืนเอสไปช้าพี่ลูนต้องซวยแน่ ๆ หรือไม่ก็จะต้องโดนคนอื่นตำหนิ! ซึ่งฉันยอมไม่ได้อย่างแน่นอน

เมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียวฉันก็รีบบิดไปให้เร็ว ทว่าในจังหวะนั้นเองสายฝนที่เคยรินเบา ๆ ก็กลายเป็นกระหน่ำอย่างรุนแรงจนแทบมองไม่เห็นทาง สิ่งที่ฉันห่วงที่สุดในตอนนี้คือเอกสาร ส่วนอย่างอื่นไม่ป็นไรสักนิด!

เพราะสายฝนที่ลงเม็ดอย่างรุนแรง ทำให้มองทางข้างหน้าไม่ชัดเจนนัก แว่นที่ใส่อยู่ก็เลือนรางไปกับเม็ดฝนที่เกาะอยู่

โครม!

"โอ๊ย!" ณ ตอนนี้ทุกอย่างมันเบลอไปหมด รู้ตัวอีกทีร่างกายก็หล่นกระแทกกับพื้นโดยมีมอเตอไซต์ที่ถูกยืมมาทับร่างอยู่

"คุณเป็นอะไรไหมคะ? ช่วยด้วยค่ะมีคนรถล้ม!"

ในหัวมีแต่เพียงคำว่าต้องช่วยพี่ลูน เอกสารต้องถึงมือพี่ลูน ฉันมีแต่พี่ลูน แม้ร่างกายไม่ว่าจะขาหรือแขนล้วนชาและแสบไปหมด ฉันอยากจะร้องไห้ให้กับสภาพตัวเองด้วยซ้ำ

" ไม่เป็นไรค่ะ" สุดท้ายฉันก็พาตัวเองและมอเตอไซต์คันเก่งลุกขึ้นและฝืนขับต่อไปให้ถึงจุดหมายให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป