บทที่ 4 ยอมแพ้ไม่ได้
วันต่อมา
ฉันตื่นตั้งแต่ตีสี่ เป็นเวลาปกติทำให้ฉันลุกขึ้นมาทำอาหารอยู่ในครัวตั้งแต่เช้า
ฉันรู้ว่าพี่ลูนชอบทานแกงเขียวหวานไก่มาก ข้อมูลนี้ฉันเก็บได้จากคุณลุงนั่นแหละ วัตถุดิบฉันวานคุณรันให้เตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานเพราะยุ่งกับงานแต่งทั้งวันจนไม่มีเวลาว่างเลย
วัตถุดิบมีหัวกะทิ หางกะทิ พริกแกงเขียวหวาน เนื้อไก่ ใบมะกรูด ใบโหระพา มะเขือพวง มะเขือเปราะ และเครื่องปรุง ทั้งน้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ สัดส่วนของวัตถุดิบฉันกะไว้ว่าสามารถแบ่งให้ทั้งคุณเรย์และคุณรันนำไปทานด้วยได้
เริ่มแรกเคี่ยวหัวกะทิก่อน ฉันเองก็ไม่เคยทำแกงเขียวหวาน แต่ก็จะลองทำดู ปกติถนัดขนมไทยมากกว่าของคาวที่ป็นเครื่องแกง
"หอมกะทิจัง"ฉันสูดดมกลิ่นหอมของกะทิอย่างเคลิบเคลิ้ม การทำอาหารและขนมคือความสุขของฝนริน!
การที่ได้ทำให้คนที่รักทาน และยิ่งเขามีความสุขกับรสชาตินั่นยิ่งทำให้ฉันอยากจะทำมันขึ้นไปอีก
ระหว่างทำฉันก็ดูตามสูตรที่แม่จดไว้ให้ในสมุด ตั้งใจขนาดนี้อยากได้มงศรีภรรยาคนเก่งเลยค่ะ
"ทำอะไร" น้ำเสียงนิ่งขรึมดึงขึ้นจากด้านหลังทำเอาฉันตกใจ พอฉันไปมองก็พบว่าเป็นคุณสามีในชุดสูทเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกที่ยืนกอดอกพิงประตูด้วยใบหน้าราบเรียบ
"ทำอาหารไงคะ แง หนูไม่รู้ว่าพี่ลูนจะตื่นเช้าขนาดนี้ รอสักครู่นะคะ"พอเห็นว่าคนที่ตั้งใจจะทำให้กินตื่นแล้วฉันก็ต้องเร่งมืออย่างไว
"ปกติผมตื่นมาทำเอง...ไม่ชินเวลามีคนทำให้ งั้นนั่งรอก็ได้" เขาว่าพลางเดินไปนั่งลงเก้าอี้ที่โต๊ะทานอาหาร
"พี่ลูนอาบน้ำแล้วเหรอคะ" ฉันหาเรื่องชวนคุยเพราะคิดว่าบรรยากาศมันเงียบเกินไป
"ครับ"
"นั่งรอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวหนูรีบทำให้"
"คุณทำแกงเขียวหวานเหรอ?"
"ใช่ค่ะ ทำครั้งแรกด้วย แต่มั่นใจพอสมควรว่าอร่อย เดี๋ยวใกล้เสร็จหนูให้พี่มาชิมนะคะ จะได้กะรสชาติถูกว่าจะเอาประมาณไหน"
"ได้ครับ"เขารับคำอย่างว่าง่าย
ชีวิตตอนนี้ไม่ต่างจากความฝัน ได้ตื่นมาทำอาหารให้คนที่รัก ฉันเกือบทำตัวไม่ถูกแต่ก็ยังมุ่งมั่นตั้งใจเช่นเดิม
หวังว่าเราจะได้เปลี่ยนเป็นคู่รักจริง ๆ บ้าง
แต่ฉันไม่สามารถหาโอกาสไหนที่จะเหมาะกับการลองสารภาพรักดูเลย พี่ลูนดูผลักไสฉันทางอ้อมและเราดูห่างเหินกันมาก ๆ แต่ถ้าเป็นฉันก็คงทำเหมือนเขาล่ะมั้ง จู่ ๆ ต้องมาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ และยังเป็นคนที่เขาไม่รัก อยู่ร่วมกันแบบผลประโยชน์อีก เอาเข้าจริงฉันเองก็อึดอัดไม่ต่างจากเขา
แต่ฉันน่ะยิ้มง่าย พี่ลูนก็หน้าตึงง่ายเช่นกัน
"ว่าแต่ข้าวเที่ยงพี่ลูนจะห่อไปเลยหรือให้หนูทำไปให้ดีคะ"
"ผมห่อไปเลยก็ได้ จะได้ไม่รบกวนคุณมากนัก"
"โอเคค่ะ"
"คุณไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนี้ก็ได้ ถ้าจะให้ผมอยู่ทานตามข้อตกลง ผมจะไปทำงานช้ากว่าปกตินิดหน่อยก็ได้ มันไม่ใช่ปัญหา"
"ยิ่งรู้ว่าพี่ตื่นเวลานี้ประจำหนูก็ต้องตื่นเช้ากว่านี้ค่ะ ปกติหนูตื่นเวลานี้มาเตรียมวัตถุดิบทำขนมที่ร้านอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ"
"...ผมเปล่าห่วง ผมแค่ไม่ชอบเห็นใครลำบากเพราะผม" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเคย
แต่ขอมโนหน่อยเถอะ สานฝันกันหน่อย!
"หนูอยากให้พี่เรียกมันว่าความเต็มใจค่ะ มันคือกฎที่หนูตั้งมาเองแสดงว่าหนูอยากทำให้พี่นะคะ"
"แล้วแต่ครับ"
"แล้วข่าวแต่งงานของเราไม่ส่งผลกระทบกับบริษัทพี่เหรอคะ" ฉันลองถามดู เพราะช่วงก่อนแต่งไม่กี่วันชีวิตฉันเหมือนดาราท่านหนึ่ง ถูกขุดคุ้ยประวัติจนถึงต้นบรรพบุรุษเลยมั้ง คนลงข่าวก็สรรหาวิธีจริง ๆ
"ส่งผลนิดหน่อยครับ ต้องยอมรับว่สบอร์ดบริหารบางส่วนอยากเห็นการปรองดองเป็นทองแผ่นเดียวกันของรุ่งอรุณภาคิณกับจิตราพัชร์ตระกูลของคุณพริ้ง" เขาตอบกลับเสียงนิ่ง สายตาจดจ้องอยู่กับโทรศัพท์อย่างจริงจัง
"มีอะไรให้ช่วยอีกบอกได้น้า"
"ไม่เป็นไรครับ"
ปฏิเสธอย่างไว ฉันนี่ขำแห้งเลย
"พี่ลูนอยากทานอะไรเพิ่มไหมคะ ขนมไรงี้ หนูทำอร่อยหมดน้า"
"คุณเปิดร้านขนมไทยหนิ ไม่รีบไปเปิดร้านเหรอครับ" พอเขาพูดถึงเรื่องฉันบ้าง รอยยิ้มก็ผุดออกมากว้างโดยไม่รู้ตัว หรือเขากำลังไล่ทางอ้อม!?
"หยุดหนึ่งวันเพื่อประชุมแผนการตลาดของร้านใหม่น่ะค่ะ ใกล้เสร็จแล้วค่ะพี่ลูน หอมป่าว ๆ "
"ครับ " เสียงเย็นชาเหมือนเคย
"อ้อ! เดี๋ยวหนูทำเผื่อคุณเรย์ด้วยดีกว่า"
"คุณได้ใส่อะไรนอกเหนือจากวัตถุดิบไหม"
"คะ? จะถามสูตรความหอมเหรอคะ ไม่นะคะ หนูทำตามสูตรของแม่" ฉันหันไปตอบเขาด้วยความงงงวยพร้อมกับชูสมุดจดสูตรให้เขาดู
พอคิด ๆ ดูแล้วคำถามของเขามันมีความหมายแฝง อย่างกับกำลังระแวงว่าฉันจะลอบฆ่าเขา เพราะเจ้าตัวดันเอ่ยถามตั้งแต่ที่ยังไม่ทันได้ชิมรสชาติ
"..."
ชีวิตของเขาผ่านอะไรมาเนี่ย
