บทที่ 10 อดใจไม่ไหว

ขวัญจิราลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเช้า พยายามจะพลิกตัวแต่ขยับไปไหนไม่ได้ เพียงครู่เดียวดวงตาคู่สวยก็ตื่นขึ้นเต็มตา เมื่อเปิดผ้าห่มออกดูแล้วพบว่ามือของเขาพาดทับเอวเธอเอาไว้ทั้งที่ข้างในนั้นเธอไม่ได้สวมใส่อะไรติดกายนอกจากชุดนอน!

บ้าจริง!! ขวัญจิราอุทานในใจ ความเคยชินทำให้เธอไม่ชอบใส่อะไรตอนนอน จึงค่อยๆ ยกแขนของเขาออกอย่างเบามือ แต่เหมือนถูกแกล้ง เพราะทันทีที่ผลักออก แรงกอดนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นจนเนื้อกายแนบชิดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ

“ปล่อยขวัญเดี๋ยวนี้นะเฮียธาม!!” สุดท้ายตัดสินใจโวยวาย เพราะรู้ทันว่าเขาตื่นก่อนแล้วแต่ไม่ยอมลุก

“เฮียง่วง ขอนอนต่ออีกนิดนะ”

“เฮีย!”

“อย่าเพิ่งโวยวายคนจะนอน”

“ไม่เอา ปล่อยขวัญก่อน ปล่อยเดี๋ยวนี้! ปล่อยสิ!”

ขวัญจิราพยายามดิ้นจนไปโดนอะไรต่อมิอะไรที่หลับใหลจนมันตื่นตัวขึ้นมา และสัมผัสนั้นทำให้เธอหน้าแดงเมื่อเดาได้ว่ามันคืออะไร สุดท้ายธาดาก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี แต่เพราะแรงดิ้นทำให้ขวัญจิรากลิ้งตกเตียงไปไม่เป็นท่า คนที่นอนมองอยู่บนเตียงจึงนึกขำ ไม่คิดว่าเธอจะตกใจกับความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาจนหน้าแดงเป็นตำลึงแบบนี้

“ทำไมหน้าแดง” เขาถามทั้งที่รู้คำตอบ

“ร้อนมั้ง!” ตอบแล้วก็เบนหน้าหนี เอื้อมมือไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือมากดแก้เขิน ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาจนลืมไปว่าสภาพของตัวเองนั้นล่อแหลมแค่ไหน

“ร้อนจริงๆ หรือเพิ่งร้อนเมื่อกี้” เขาตะแคงตัวหันมามองเธออย่างเต็มตา ไม่ยอมบอกเธอว่าเสื้อนอนตัวสวยมันอยู่ในสภาพไหน อยากเห็นตอนเธอโวยวายและเขินอาย ชอบมองเธอในเวลานั้นมากที่สุด

“เรื่องของขวัญ ไม่อยากตอบแล้ว เออ...ลิ้นชักตรงนี้ขวัญใช้เก็บของได้หรือเปล่า มีของติดมานิดหน่อยยังไม่ได้ที่เก็บเลย” เธอถามทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปที่จอสี่เหลี่ยมตรงหน้า

ธาดาเงียบไปชั่วครู่ ไม่แน่ใจว่าเขาเอาของบางอย่างออกไปเก็บที่อื่นแล้วหรือยัง แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ขวัญจิราก็เอื้อมมือไปดึงลิ้นชักอันล่างออกเสียก่อน เมื่อเห็นว่าของที่วางอยู่ด้านในเป็นอะไร ดวงตาของหญิงสาวก็เบิกกว้าง แก้มแดงๆ นั้นแดงกว่าเดิมมากจนธาดาเผลอขำออกมา ไม่คิดว่าถามปุ๊บก็จะเปิดปั๊บขนาดนี้

ขวัญจิราหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาตื่นๆ เม้มริมฝีปากจนแน่นเพราะไม่คิดว่าเขาจะมีของแบบนี้มากมายจนล้นเช่นนี้ นี่ซื้อเก็บไว้ใช้รายปีหรือมีไว้ใช้รายเดือนกันแน่ ไอ้คนหื่นกาม!

“มีของอยู่ในนั้นหรือเปล่า” เขาพยายามกลั้นขำ ถามเธอหน้าตาย

“มี” เธอตอบกลับเสียงดัง แก้มแดงระเรื่อจนธาดานึกอยากสัมผัส

“หยิบออกมาได้เลย ไม่รู้ว่ามีอะไรใส่ไว้บ้าง”

คำว่าไม่รู้ว่ามีอะไรใส่ไว้เรียกสายตาขุ่นเคืองจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี ขวัญจิราเบ้หน้าเล็กน้อย มองกล่องสี่เหลี่ยมหลากสีตรงหน้าที่คาดคะเนจากสายตาว่าต้องมีมากกว่าสิบกล่องด้วยความรู้สึกประหลาด เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีสต๊อกมากขนาดนี้ราวกับกลัวว่าจะหาซื้อตามร้านค้าไม่ได้

“เป็นอะไรไปอีก มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง”

“ก็ของสำคัญของเฮียไง”

ตอบได้ดี...ธาดานึกขำอยู่ในใจ

“แล้วมันคืออะไร หยิบออกมาดูหน่อย”

ขวัญจิราถอนหายใจออกมาแรงๆ ตวัดสายตามามองค้อนเขาแล้ว ตัดสินใจยกตะกร้าหวายที่วางอยู่ในลิ้นชักนั้นออกมาวางตรงหน้า จากนั้นก็ถอยกรูดลงไปนั่งที่พื้นดังเดิมไม่พูดไม่จาอะไร

“ก็แค่ถุงยางอนามัย ทำอายไปได้”

“ขวัญไม่ได้หน้าด้านหน้าทนเหมือนเฮียนี่”

“มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนโสด ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย” เขาตอบหน้าตาย นึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงนึกอยากแกล้งต่ออีกนิด

“มันจะไม่แปลก ถ้ารู้จักเก็บให้ดีกว่านี้”

“นี่ก็เก็บดีนะ เพราะทำตามคำเตือนทุกอย่าง ที่ข้างกล่องบอกว่าเก็บให้พ้นแสงแดดเพื่อยืดอายุการใช้งานของสินค้า ไม่เชื่อก็ลองดูสิ”

“เอ๊ะ! จะกวนประสาทกันหรือไง” คนหน้าแดงถามกลับ

“ไม่ได้กวน พูดจริงทุกคำ”

“กวนประสาท...ไม่อยากพูดด้วยแล้ว มาเอาไปเก็บดีๆ เลยนะ”

“เก็บให้หน่อยสิ”

“นี่มันของส่วนตัว เฮียต้องเก็บเองสิ ขวัญไม่ได้ใช้ด้วยสักหน่อย เรื่องอะไรมาวานกันง่ายๆ แบบนี้” เธอผลักตะกร้านั้นไปหาเขาหลังจากที่เขาผลักตะกร้านั้นมาตรงหน้าเธอก่อน

“คนอะไร ไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย”

“ก็มันไม่ใช่หน้าที่ขวัญ อยากใช้กับใครก็เอาไปให้เขาเก็บโน่น”

“งั้นก็ถูกคนแล้ว” ธาดาบอกขณะที่ขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง ทำให้ขวัญจิราไม่ทันได้ยินว่าเมื่อครู่เขาพูดอะไรบ้าง

“เฮียว่าไงนะ ขวัญไม่ทันฟัง”

“ไม่พูดแล้ว”

“ชิ! ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ไปอาบน้ำดีกว่า เห็นแล้วขนลุก มีทำไมตั้งมากมาย ขาดเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรือยังไงกัน” เธอค่อนขอดเขาออกมาเบาๆ แต่ธาดากลับยิ้มกริ่มเพราะได้ยินทุกถ้อยคำจากปากเธอชัดเจน

“บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย รู้จักป้องกันเอาไว้แบบนี้ก็ดีไม่ใช่หรือ?”

“ค่ะ...ไม่งั้นจะติดโรคได้ อย่าลืมใช้ทุกครั้งก็แล้วกันนะคะ” เธอประชดเขาโครมใหญ่ แต่กลับกลายเป็นตัวเองต้องเขินเสียเองเมื่อจู่ๆ เขาก็พูดจาสองแง่สองง่ามขึ้นมาว่า

“ถ้ากับขวัญคงไม่ใช้คำว่าลืม เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ แต่เป็นคำว่าจงใจจะไม่ใช้ต่างหาก” เขาขยิบตาเจ้าเล่ห์พร้อมลุกขึ้น

“เดี๋ยวเถอะเฮียธาม!!” หญิงสาวหันมาตะโกนใส่เขาเสียงดัง คว้าหมอนตรงหน้ามาเขวี้ยงใส่แต่เขากลับรับได้และหัวเราะออกมาเสียงดัง

ธาดาโยนหมอนลงเตียงดังเดิม คว้าซองบุหรี่คู่ใจและไฟแช็กสีสวยเดินออกไปที่ระเบียงห้องอย่างคนอารมณ์ดี ทิ้งให้คนขี้อายได้แต่ยืนหน้าแดงอยู่ตรงนั้น แถมก้าวขาออกจากห้องไปได้ไม่ทันพ้น เขาก็ชะโงกหน้ากลับมาบอกเธอว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป