บทที่ 11 อดใจไม่ไหว ll
“ถ้ายังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยชุดนี้ รับรองว่าเราจะมีโอกาสได้ทำแบบนั้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่แน่ๆ ขวัญจิรา” คำพูดของเขาทำให้เธอนึกได้ ก้มมองตัวเองที่อยู่ในสภาพล่อแหลมแล้วรีบวิ่งไปจากตรงนั้น คว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่แล้วตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที
“คนบ้า! เห็นตั้งแต่แรกก็ไม่พูด บ้าจริงๆ เลย!!”
ก่นด่าเขาเพียงเท่านั้นก็ลงมืออาบน้ำ จัดการตัวเองจนเรียบร้อยเพราะไม่อยากนึกถึงเขาอีก เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ เจอหน้ากันก็ไม่ค่อยพูด หรือหากพูดก็คงเป็นเรื่องทะเลาะหรือถกเถียง แล้วนี่อะไร...ทำไมเขาเปลี่ยนไปแบบนี้ หัวไปกระแทกกับอะไรมาถึงได้ประสาทกลับไปได้!
จัดการตัวเองเรียบร้อยก็นึกอยากร้องไห้ออกมาดังๆ เพราะความเร่งรีบเมื่อครู่ทำให้เธอลืมคว้าชุดที่จะใส่ในวันนี้เข้ามา สุดท้ายก็ต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานสองนานว่าจะทำอย่างไรกับร่างกายตัวเองที่มีแค่เพียงผ้าขนหนูห่อหุ้มร่างกาย
ขวัญจิราใช้เวลารวบรวมความกล้าราวสิบนาที จากนั้นจึงผลักบานประตูออกมาช้าๆ เดินออกมายืนเกาะโต๊ะเครื่องแป้งแล้วชะโงกหน้าดูสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าในห้องว่างเปล่าและม่านที่ระเบียงถูกปิดไว้สนิทเธอก็ยิ้มออกมา โล่งใจที่เขาไม่ได้ยืนอยู่ในห้องกับเธอ
ชุดนอนสีหวานถูกโยนลงไปในตะกร้าที่วางอยู่ข้างๆ ยืดตัวตรงแล้วขยับปมผ้าขนหนูให้คลายกว่านี้อีกนิดหลังจากผูกเอาไว้แน่น หมุนตัวกลับเพื่อไปเตรียมชุดที่จะสวมใส่ในวันนี้ แต่เธอก็ต้องตกใจจนหัวใจแทบวาย เมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่ตรงบานประตู ที่เธอเปิดออกมาแล้วไม่เห็นเขาเป็นเพราะประตูบังหรือเนี่ย โอ๊ย!!! ขวัญจิราอยากจะกรี้ดออกมาดังๆ
“จะยั่วกันหรือไง ยังไม่รีบไปแต่งตัวอีก” คนที่นุ่งผ้าขนหนูปกปิดร่างกายส่วนล่างไว้เอ่ยถามหน้าตาย แต่สองเท้ากลับขยับเข้ามาใกล้
“ใครจะยั่วอะไร ถอยออกไปเลยนะเฮียธาม”
“แล้วถ้าไม่ถอยล่ะ” เขายิ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับ
“จะร้องเสียงดังๆ ให้คนวิ่งมาดู”
“ให้เขามาดูเราทำอะไรกันดีล่ะ?”
“ทะลึ่ง!!” เดินไปจนสุดเตียง แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด ผ้าเช็ดตัวอันหมิ่นเหม่นี้สร้างความประหม่าให้ขวัญจิราไม่น้อย แต่ต้องพยายามทำใจสู้
“ไม่ได้ทะลึ่งสักหน่อย ก็แค่ถามเฉยๆ ว่าขวัญอยากให้เฮียทำอะไร”
“อยากให้เฮียไปอาบน้ำได้แล้ว ขวัญจะรีบไปแต่งตัว เดี๋ยวป๊ารอนาน” เธอหาทางออกให้ตัวเองโดยไวหลังจากเห็นว่าเข็มนาฬิกาเคลื่อนไปจวนจะถึงเลขเจ็ดอยู่รอมร่อ
“ป๊าเข้าใจดีว่าข้าวใหม่ปลามัน”
ธาดาขยับเข้ามาใกล้ จนขวัญจิราหงายลงไปบนเตียง คนที่รอโอกาสอยู่แล้วจึงรีบโน้มตัวไปทาบทับ ประกบจูบลงไปแผ่วเบาแต่ไม่รุกล้ำ เพียงเสี้ยวนาทีก็ผละออก กระซิบบางเบาที่ข้างหูจนคนฟังหัวใจสั่นไหว
“มอร์นิ่งคิสส์ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าให้เฮียด้วยนะสาวน้อย” หอมแก้มเธออีกครั้งแล้วเขาก็ขยับตัวออกห่าง หมุนตัวกลับแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำโดยไว กัดฟันแน่นจนสันกรามนูนเป่ง เลือดร้อนในกายปลุกเร้าตัวตนให้ตื่นตัวจนแทบไม่อยากห้ามใจ
เฮ้อ...แบบนี้เขาจะปล่อยเธอไปได้สักกี่วันกัน
มื้ออาหารเช้าของวันเริ่มต้นด้วยความเรียบง่าย การนั่งทานมื้อเช้าที่มองเห็นวิวทะเลทำให้ขวัญจิรารู้สึกผ่อนคลาย เผลอมองวิวข้างหน้าจนไม่รู้ตัวว่าธาดามานั่งเคียงข้างตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้แม้ว่าเขาจะถือวิสาสะเอาขนมปังแผ่นใหญ่ที่เธอทาแย้มไว้ไปกินอย่างหน้าตาเฉยด้วยซ้ำ
“อร่อยดีนะ”
“นั่นมันของขวัญนะ เฮียมาแย่งไปแบบนี้ได้ยังไง ทุเรศจริง!!” เธอโวยเบาๆ เพราะบิดาเขานั่งร่วมวงด้วย ไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าท่าน แต่อดไม่ได้ที่จะเอ็ดเขาออกมา คนอะไรไร้มารยาทชะมัด!
“เอาของเฮียไปทาแยมใหม่สิ เป็นเมียภาษาอะไรไม่รู้จักเตรียมให้ผัวบ้างเลย แบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะ” เขาบอกหน้าระรื่น ครู่หนึ่งได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นมาแต่ยังคงไม่หยุดแกล้ง
“คนนิสัยเสีย ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ!!” หญิงสาวหน้างอ แต่ก็คว้าเอาขนมปังตรงหน้ามาทาแยมใหม่อยู่ดี แต่วางแค่ไม่ถึงวินาที ขนมปังแผ่นนั้นก็อันตรธานหายไปอีกครั้ง
“อร่อยจัง” เขาบอกพร้อมกับดูดคราบแยมที่เปื้อนนิ้วออก
“ป๊า...ดูเฮียธามสิ นิสัยไม่ดี มาแย่งของกินของขวัญหน้าตาเฉยเลย”
ขวัญจิรารีบฟ้องบิดาของเขาหลังจากเห็นว่าท่านพับหนังสือพิมพ์ในมือเก็บ แต่ท่านไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากมองหน้าบุตรชายแล้วส่ายหน้าไปมาช้าๆ รอยยิ้มละมุนมุมปากนั้นทำให้หญิงสาวไม่เข้าใจนักว่าทำไมท่านไม่พูดอะไรบ้าง
“ไปชงกาแฟให้หน่อยสิ เฮียเอากาแฟดำนะ ใส่น้ำตาลนิดหน่อย”
“ขวัญไม่ทำ” เธอตอบกลับแบบไม่ต้องคิด
“อย่าดื้อ อย่าคิดว่าอยู่ต่อหน้าป๊าแล้วเฮียจะไม่กล้าทำอะไรนะขวัญ” เขายักคิ้วให้เธอกวนๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติที่ใครเขาก็ทำกันทั้งนั้น
“เฮียไม่กล้าหรอก!” เธอท้าเขาด้วยน้ำเสียงอวดดี
ธาดาหันไปมองหน้าบิดาชั่วครู่ ใช้มือสอดเข้าไปที่ท้ายทอยของขวัญจิราแล้วรั้งเธอเข้ามาใกล้ ประทับเรียวปากลงไปที่กลีบปากนวลกระทั่งได้ยินเสียงร้องตกใจของสุดาดังขึ้นมา เขาจึงต้องยอมขยับตัวออกห่างทั้งที่ในใจยังคงรู้สึกเสียดาย
