บทที่ 2 คนที่ไม่อยากพบหน้า
เรือยนต์ขนาดเล็กขับเข้ามาจอดที่เกาะส่วนตัวของธาดาในเวลาบ่ายคล้อย เด็กในบ้านสองคนรวมถึงหัวหน้าแม่บ้านก็รีบกุลีกุจอลงไปรอต้อนรับนายหญิงของบ้านตามคำสั่งเจ้านายอย่างเคร่งครัด อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่เห็นเธอคนนี้กลับมาที่นี่อีกครั้งในฐานะภรรยาของเจ้านาย เพราะหลายคนจำได้ว่าเมื่อปลายปีก่อนที่จัดเลี้ยงปีใหม่ขึ้นที่นี่ ขวัญจิราสร้างวีรกรรมน่าประทับใจไม่รู้ลืมอะไรเอาไว้ให้เจ้าของบ้านตัวจริงบ้าง
“สวัสดีค่ะคุณขวัญ ไม่คิดเลยว่าภรรยาคุณธามจะเป็นคุณขวัญไปได้ นี่ไปรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่มีใครรู้เลย” สุดาเอ่ยทักตามประสา เพราะคุ้นเคยกับขวัญจิรามากกว่าเด็กใหม่ทั้งสองคนที่เพิ่งยกกระเป๋าเข้าไป
“เอ่อ...รักตอนหลังๆ นี่มั้งคะ”
“แต่ไม่ว่ายังไงดาก็ดีใจด้วยนะคะ ยินดีต้อนรับสู่เกาะของเราค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ดา” หญิงสาวพยายามฉีกยิ้มให้พี่สุดาที่เป็นแม่บ้านของที่นี่อย่างเต็มกำลัง แต่สายตากลับมองเลยไปยังระเบียงบ้านที่มีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่
เกลียดขี้หน้านายนี่ชะมัด! หน็อย...ป๊าอุตส่าห์สั่งให้ไปรับ แต่นายนี่บอกกับคนขับรถมาแค่เพียงว่าเขาไม่จำเป็นต้องมา เพราะเขามีอย่างอื่นต้องทำและมันสำคัญมากกว่าการมารับเธอมาก ได้ฟังแล้วนึกอยากจะล้มเลิกทุกอย่างมันเสียเดี๋ยวนี้แต่ก็ทำไม่ได้! น่าเจ็บใจชะมัด!
“ดีจังเลยนะคะ ที่นี่จะได้เป็นบ้านจริงๆ สักที”
“เข้าบ้านก่อนเถอะพี่ดา ขวัญหิวน้ำจังเลยค่ะ”
รีบตัดบทแล้วเดินนำหน้าทันที กลัวว่าสาวเจ้าจะพูดอะไรต่อมิอะไรที่ชวนอ้วกออกมาอีกรอบ และที่สำคัญคือไม่อยากอยู่ในสายตาของผู้ชายคนนั้นเพราะหมั่นไส้เต็มทน คำพูดของเขาที่พูดใส่หน้าตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อนยังไม่เคยหายไปไหน และมันยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อเห็นหน้าเขาอีกครั้งในวันนี้
‘คนอย่างเธอใครจะเอาไปทำเมีย ปากจัดที่หนึ่ง ไม่เคยยอมใคร หัวดื้อ ไม่น่ารัก เอาไปมีหวังปวดประสาทตายก่อนได้ทำเมีย!’
ฮึ! คนอย่างฉันน่ะไม่สนหรอกว่าใครจะอยากได้ฉันไปทำเมียหรือเปล่า ขอแค่มีเงินไว้เลี้ยงตัวเองได้ ขวัญจิราก็ไม่แคร์อะไรทั้งนั้นย่ะ!
กระเป๋าเดินทางถูกยกขึ้นไปวางด้านบนอย่างเป็นระเบียบ เพียงครู่เดียวเสียงเปิดประตูบ้านก็ทำให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงหันกลับไปมองอีกครั้ง ยกมือไหว้ตามมารยาทแล้วเดินตรงไปหา รู้ดีว่าบิดาของเขาคงมีเรื่องจะพูดกับเธออยู่มาก เมื่อเช้ายัยธารถึงได้โทรมากำชับแต่เช้า ว่าป๊าเดินทางมาที่นี่ก่อนเธอตั้งสองวันเต็มเพื่อวางแผนไม่ให้ลูกรักของท่านถูกคลุมถุงชนโดยแม่ยายตัวเองเหมือนเมื่อครั้งเฮียธีอีก จะว่าไป...ป๊าก็รักลูกมากเหมือนกันนะ ถึงได้ยอมลงทุนขนาดนี้
“มาคุยกันหน่อยหนูขวัญ ดา...ไปตามธามลงมาให้ด้วย บอกว่าฉันรอที่ห้องทำงานข้างล่างนะ” ท่านหันไปสั่งแล้วเดินนำหน้าไป
ขวัญจิราถอนหายใจออกมาเบาๆ คว้ากล่องน้ำผลไม้ที่เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็นขึ้นมาดูดแก้กระหายโดยไว เธอไม่อยากให้ป๊ารอนาน กลัวว่าจะมีผลต่อข้อเสนอที่ท่านพูดไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนจนต้องรีบร้อนเดินตามมา
“อินทุอรกับอรอุมาจะมาพักที่รีสอร์ตของเราอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ป๊าไม่อยากให้ขวัญลำบากใจ แต่ยังไงก็ช่วยอยู่กันแบบสามีภรรยาจริงๆ หน่อยนะ เพราะเขาคงมาวุ่นวายที่นี่เรื่อยๆ นลินีก็จะมาพร้อมกัน อย่าให้เขาจับผิดได้ว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่ป๊าไปอธิบายไว้ ไม่อย่างนั้นแผนที่วางไว้ทั้งหมดคงล่ม”
บิดาของธาดาพูดขึ้นเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้า พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงข้างหญิงสาวแล้วหันมายักคิ้วกวนๆ ให้หนึ่งครั้งเป็นการทักทาย แต่ขวัญจิรากลับเบือนหน้าหนีเพราะกลิ่นบุหรี่ที่ติดตามตัวเขา
ให้ตายเถอะ...เหม็นชะมัด!
“ขวัญจะพยายามทำให้เต็มที่นะคะป๊า”
“ก็ดี” ไม่ใช่เสียงป๊า แต่เป็นเสียงใครอีกคนที่หญิงสาวไม่อยากหันหน้าไปมองด้วยซ้ำ
“ป้านีเขาจะมาที่นี่วันมะรืน มาล่วงหน้าเพราะอยากมาเตรียมตัวต้อนรับเพื่อนเขาด้วยตัวเองหลังจากยายคุณหนูคนนั้นกลับมาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นวันที่เขามาป๊าจะกลับ ขวัญอยู่ได้ใช่มั้ยลูก?”
“คิดว่าได้ค่ะป๊า”
“นั่นอาจจะแปลว่าไม่ได้ใช่มั้ย?” เขาพูดขึ้นมาลอยๆ จนทำให้คนฟังหน้าตึงที่ถูกสบประมาท
“ยุ่ง!”เธอตอกกลับเสียงดัง
“ยังไม่ทันเริ่มก็จะพังแล้ว รักกันไว้หน่อย...ไม่อย่างนั้นแกได้มีเมียเป็นยัยคุณหนูนั่นจริงๆ แน่เจ้าธาม ยายแกเขาไม่มีทางยอมผิดคำพูดง่ายๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งนลินีมาที่นี่หลังจากแม่แกไปบอกว่าแกมีเมียหรอก ยิ่งบอกว่าเป็นหนูขวัญด้วยแล้วพวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่”
ขวัญจิราถอนหายใจออกมาดังๆ ไม่ได้สนใจว่าใครจะมองอย่างไร เพียงแค่นึกถึงป้านี พี่สาวของแม่ยัยธารเพื่อนรักก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเห็นๆ รู้อยู่เต็มอกว่าท่านเจ้ากี้เจ้าการและสอดรู้สอดเห็นมาก เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้เธอจะทำยังไงไม่ให้ท่านจับได้ล่ะ
“ผมจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะครับ ไม่อยากได้เมียแบบนั้น ไม่ใช่คนที่ชอบเหมือนที่มีอยู่” ธาดาบอกด้วยรอยยิ้ม สายตามองมาที่คนตัวเล็กที่นั่งบอกบุญไม่รับ นึกขำเธอนักกับท่าทางรังเกียจรังงอนกันแบบนี้
