บทที่ 5 คนที่ไม่อยากพบหน้า llll
“อะไรอีก?”
“ไม่รู้จักแหวนหรือไง ไม่น่าเชื่อนะว่าเธอจะไม่รู้จัก”
“อย่ากวนประสาทได้มั้ย ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ” เธอบอกเขาอย่างเหลืออด เมื่อก่อนไม่อยากเข้าใกล้อย่างไร ตอนนี้ดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเสียแล้ว
“ไม่ได้กวนประสาท ก็เห็นเธอถามเลยคิดว่าไม่รู้จักจริงๆ” เขายังกวนเธอไม่เลิก รอยยิ้มทรงเสน่ห์กำลังทำให้คนมองหน้าหงิกขึ้นเรื่อยๆ
“นายธาดา!”
“เฮียธาม...ถ้าไม่เรียกแบบนี้ระหว่างที่อยู่ที่นี่ คราวนี้จะจูบจริงและจะไม่ขัดข้องเลยถ้าอารมณ์จะพาเราสองคนไปได้ไกลกว่านั้น”
“ทะลึ่ง!” หญิงสาวผลักเขาอย่างแรง แต่กลับไม่เป็นผล
“ว่าไงล่ะ”
“นี่! รู้มั้ยว่าฉันมาที่นี่เพื่อช่วยนาย ไม่ได้เป็นคนอยากมาตั้งแต่แรก แต่เพราะป๊า เฮียธีและยัยธารขอร้องให้ช่วย ฉันถึงต้องมาทำเรื่องงี่เง่าที่นี่ ฉะนั้นอย่ากวนประสาทให้มากนักได้มั้ย ฉันไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะปล่อยให้นายยั่วได้ทุกครั้งที่เจอหน้าหรอกนะ!”
“แล้วไงต่อ?”
โอ๊ย!!! ไอ้บ้าธาดา ไอ้คนหน้ามึน นึกอยากจะหยิบโคมไฟที่หัวเตียงมาทุ่มใส่เขาให้รู้แล้วรู้รอดที่เขาช่างกวนประสาทกันได้ขนาดนี้ ไม่น่ายอมตกลงรับเงื่อนไขบ้าๆ นั่นเลยจริงๆ ให้ตายสิ!!
“ว่าไงล่ะขวัญ?”
เสียงเรียกนั้นทำให้ขวัญจิราลืมความโกรธไปชั่วครู่ อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่ได้ยินเขาเรียกชื่อตัวเองแบบนั้น เพราะเมื่อก่อนเขามักจะเรียกแค่เธอหรือไม่ก็ยัยเปี๊ยกไม่เคยเรียกชื่อหรือสรรพนามอื่นที่ดีกว่านั้นได้เลย
“ตกใจอะไรอีก?”
“ผีเข้าหรือไง ถึงได้เรียกกันดีๆ ได้น่ะ”
“ก็ปกติผัวเมียกันเขาพูดกันดีๆ ไม่ใช่หรอ หรือเธอชอบแบบซาดิสม์ผิดไปจากคนอื่นล่ะ จะได้ทำตัวถูก”
“นายธาม!”
“เอาล่ะ...ถ้านับจากนี้ถ้าไม่ได้ยินเธอเรียกว่าเฮียธาม ฉันจะนับคำเอาไว้แล้วมาจูบเธอเป็นการลงโทษ หนึ่งครั้งต่อจูบหนึ่งที แบบนี้ดีมั้ย เผื่อเธอจะติดใจรสหวานจากปากฉันขึ้นมาบ้าง”
“ดีกับผีอะไรล่ะ คนบ้าอำนาจ นิสัยไม่...”
ปลายนิ้วของเขายกขึ้นมาแตะกลีบปากอวบอิ่มเบาๆ โน้มตัวมาใกล้จนปลายจมูกเกือบแตะกัน นัยน์ตาพราวระยับนั้นมองเธอด้วยแววตาที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง เสียงของเขาดังขึ้นจนดึงสติของเธอให้กลับคืนมา
“อย่าคิดจะท้าทาย มันไม่เข้าท่าหรอกนะคนสวย เพราะฉันจะไม่ทำแค่จูบถ้าเธอยังต่อต้านกันไม่เลิกแบบนี้”
ธาดาผละตัวออกห่างเล็กน้อยจนมีระยะระหว่างกันมากขึ้น หญิงสาวเม้มปากอีกครั้งอย่างที่ชอบทำเวลาใช้ความคิดอย่างหนัก จ้องเขาอย่างเอาเรื่องที่บังอาจขู่กันแบบนี้ และคำตอบที่ได้กลับมาจากดวงตาดุๆ ของเขาก็มีแค่เพียง...เขาไม่ได้ล้อเล่น
“ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย ไม่น่ามาอยู่ใกล้นายแบบนี้!” หญิงสาวบ่นอุบ พยายามจะเดินหนีแต่เขากลับคว้าข้อมือไว้
“ไม่ปล่อยให้หนีพ้นหรอก”
คำพูดของเขากำกวมจนทำให้ขวัญจิราไม่เข้าใจความหมาย ไม่ปล่อยให้หนีพ้นคืออะไร ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นนักโทษของใครที่จะมาใช้คำว่าหนีได้ และเหมือนเขาจะรู้ทันว่าเธอคิดอะไรอยู่ จึงขยับตัวมายืนตรงหน้า ยกแหวนทองกลมเกลี้ยงวงหนึ่งขึ้นมาจนคนถูกมองต้องขมวดคิ้วยุ่งเพราะเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำกับเธอสักอย่าง
“อะไรอีก”
“เป็นผัวเมียกันก็ต้องใส่แหวนติดนิ้วไว้ด้วยสิ”
“ไม่ใส่ เพราะฉันไม่ใช่เมียนายจริงๆ สักหน่อย และไม่จำเป็นต้องย้ำสถานะนั้นบ่อยด้วย ฟังแล้วคลื่นไส้เป็นบ้า!”
“ขวัญจิรา...”
เสียงเรียกอย่างเต็มยศนั้นทำให้หญิงสาวถอนหายใจออกมา มองสายตาดุดันของเขาแล้วได้แต่ปลงอยู่ในใจเงียบๆ มีครั้งไหนบ้างมั้ยที่เธอจะเถียงชนะคนอย่างเขาน่ะ!
“เอามาสิ” สุดท้ายก็บอกเขาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
“ยื่นมือเธอมา”
เมื่อเห็นหญิงสาวยังยืนนิ่งเขาจึงคว้ามือของเธอไปโดยง่าย สายตาที่มองมาก็แปลกๆ ชวนหวั่นไหวเป็นบ้า ไม่นานเขาก็บรรจงสวมแหวนวงนั้นเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้าย มองดูอยู่ชั่วครู่ก่อนจะละสายตาออกไปคล้ายกับว่ามีบางอย่างที่อยากจะพูดแต่ก็เลือกที่จะเงียบ
“ไม่จูบมือฉันแบบในหนังไปด้วยเลยล่ะ! เดี๋ยวจะไม่สมบทบาทในฐานะสามีไง!” เธอประชดเข้าให้หนึ่งโครมและเป็นฝ่ายตกใจเสียเองที่เขาทำอย่างที่ประชดจริงๆ
ธาดายกมือข้างซ้ายของหญิงสาวขึ้นมาจูบค้างไว้ สายตาของเขาจ้องตาเธอไม่ละไปไหนจนเจ้าตัวต้องหลุบตาลง รู้สึกหวั่นไหวในอกพิกลทั้งที่รู้ว่านี่ก็แค่การประชดประชันให้เธออายเท่านั้น
“น้อยไปมั้ย ถ้าเธอคิดว่าน้อยไปพอจะได้พาเข้าหอตั้งแต่ตอนนี้”
“ไอ้บ้า! ใครเค้าจะอยากเข้าหอกับนาย ห้ะ!” ขวัญผลักอกเขาแรงๆ แล้ววิ่งออกมาจากห้องทันที ทิ้งให้เจ้าของห้องหนุ่มยืนยิ้มอยู่นานสองนาน กับสัมผัสที่เกิดขึ้นมาโดยความบังเอิญ
ธาดาใช้ปลายนิ้วไล้ไปมาที่กลีบปากของเขา มองตามคนตัวเล็กที่วิ่งหนีลงไปข้างล่างแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างที่น้อยครั้งจะทำ หมุนตัวกลับไปหยิบแหวนอีกวงที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา มองชื่อที่สลักบนแหวนนั้นด้วยรอยยิ้มละมุนแล้วสวมมันเข้าที่นิ้วนางของตัวเอง
“เธอหนีเฮียไม่พ้นหรอกขวัญจิรา”
