บทที่ 6 ไม่ได้เป็นอะไรกัน

“ยังไม่อาบน้ำอีกหรอ นึกว่าแต่งตัวเสร็จแล้ว”

ธาดาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าขวัญจิรายังนั่งนิ่งอยู่ที่เตียงด้วยชุดเดิม ท่าทางเธอเหมือนมีบางอย่างอยากพูดกับเขา เรื่องนี้เขาเห็นตั้งแต่ก่อนขึ้นมาบนห้องแต่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้พูด

“พอดีว่าฉันมีเรื่องที่อยากจะพูดกับนายให้รู้เรื่องก่อน ก็เลยรอ”

“หนึ่งครั้ง” เขาพูดแทรกขึ้น

“อะไรอีก หนึ่งครั้งอะไรของนายมิทราบ!” เธอหน้าตึงใส่เขา ไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร อุตส่าห์ตั้งใจจะพูดดีด้วยแท้ๆ แต่อารมณ์นั้นมอดหายลงเพียงเพราะเขาทำมึนไม่ยอมพูดให้รู้เรื่องรู้ราว

“สองครั้ง”

“นะ...นาย”

หญิงสาวเงียบเสียงตัวเองลงทันทีที่เขายกแขนขึ้นมากอดอก นึกขึ้นได้ว่าเขาพูดอะไรเอาไว้ก่อนที่จะวิ่งหนีลงไปข้างล่าง เธอจึงถอยกรูดจนเกือบตกเตียงเมื่อเขาย่างสามขุมเข้ามาด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์มากเสน่ห์ นั่น

“ครั้งนี้จะให้อภัยเพราะถือว่าลืมตัว แต่ถ้ามีครั้งหน้า...จะเอาจริง”

“เอาแต่ใจ!”

“เหมือนเธอเลยว่ามั้ย?” เขายกยิ้ม แกล้งขยับมาใกล้มากขึ้น

“นี่! เลิกแกล้งได้แล้วนะ อยู่ให้แกล้งจนกว่าเรื่องจะจบ ไม่ต้องรีบแกล้งตั้งแต่วันแรกที่มาถึงหรอกน่า!”

“นานแค่ไหนที่เธอจะอยู่”

ขวัญจิราขมวดคิ้วยุ่ง ไม่เข้าใจในคำถามนั้น ไม่รู้ว่าเขาถามว่าเธอจะอยู่นานแค่ไหนเหมือนที่คนทั่วไปถาม หรือถามเพื่อจะได้ทำใจที่ต้องอยู่ร่วมกัน คิดเอาเองในใจเสร็จสรรพก็เลือกอย่างหลัง ทั้งที่ความจริงนั้นกลับตรงข้ามกับสิ่งที่เลือกจนเธออาจจะคาดไม่ถึง

“ว่าไงล่ะ?”

“สักสองเดือนได้ หกสิบวันไม่ขาดไม่เกินแน่นอน” เธอตอบกลับเสียงใส มั่นใจว่าตัวเองต้องจบเรื่องนี้ได้ก่อนเวลาที่ระบุไว้แน่

“แล้วถ้าต้องอยู่นานกว่านั้นล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“ไม่ไหว กลัวนาย... เอ่อ...กลัวเฮียเบื่อหน้าฉันเสียก่อน”

“แทนตัวเองเหมือนที่พูดกับคนอื่นเถอะ...มันน่ารักดี” ท้ายประโยคเขากระซิบบอกแล้วผละตัวออกห่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนที่ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรจึงขยับตัวลงจากเตียงหลังจากเขาลุกออกไป คว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่แล้วรีบตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที

ธาดาทิ้งตัวลงนั่ง เป่าปากออกมาเบาๆ แล้วต่อสายหาน้องสาวเพื่อถามบางอย่างที่คิดว่าเขาควรรู้ พูดคุยกันอยู่สักพักประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกมา เขาจึงจำต้องวางสายทั้งที่มีเรื่องถามต่ออีกมาก แต่ก็ช่างเถอะ...เอาไว้เธอเผลอเมื่อไหร่ค่อยต่อสายไปหาธารธาราอีกทีก็แล้วกัน

“นี่อาบน้ำเสร็จแล้วหรอ?” เขาชิงถามเธอก่อน เพราะรู้ว่าเธอได้ยินแน่ว่าเขาพูดโทรศัพท์กับใคร

“ยัยธารว่าไงบ้าง โทรหาฉันหรือโทรหานาย”

ขวัญเดินออกมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งราวพร้อมถามเขาราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อไอร้อนแผ่เข้ามาที่แผ่นหลังจนสัมผัสได้ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ช้ากว่าฝ่ามือเขาที่ล็อกใบหน้าของเธอให้หันไปหาเพื่อรับบทลงโทษที่ถูกขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้อย่างบางเบา

ดวงตากลมโตของขวัญจิราเบิกกว้างขึ้น หวีในมือร่วงลงสู่พื้นเมื่อสัมผัสนี้ไม่ใช่การแตะสัมผัสอย่างคราวแรก แต่เขาใช้ปลายลิ้นดันเข้ามาในโพรงปากฉ่ำหวานช้าๆ ราวกับเป็นนักสำรวจผู้เก่งกาจ ทำแบบนั้นเพียงครู่เดียวก็ผละออกไปแต่ใบหน้ายังคงคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

“นี่คือบทลงโทษ เฮียจะไม่ใจดีกับขวัญอีก ถ้าขวัญยังดื้อ...” เขากระซิบบอกเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงเป่ารดต้นคออยู่แบบนั้น

นานร่วมนาทีกว่าขวัญจิราจะหาเสียงของตัวเองเจอ หญิงสาวผลักเขาออกอย่างแรง จ้องหน้าอย่างเอาเรื่องเมื่อสมองไตร่ตรองทุกอย่างจบลง

“ไอ้บ้า! ทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายหรือผู้หญิงประเภทที่นายจะมาทำอะไรแบบนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ!!” เธอตะคอกเขาอย่างเหลืออดทั้งที่ใบหน้ายังคงแดงซ่านจากสัมผัสก่อนหน้า

“จะให้จูบอีกรอบหรอ บอกให้เรียกว่ายังไง?”

ธาดาไม่ได้นึกโกรธกับท่าทางนั้น แต่กลับชอบใจที่ยัยเปี๊ยกของเขากล้าด่าเขากลับทั้งที่ความเขินอายยังคงกระจายออกมาโดยรอบ ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองเหยื่ออันโอชะไม่วางตา ออกจะพอใจด้วยซ้ำที่แววตาของเธอในตอนนี้มีแค่เขา

“ไม่ตลกนะนายธาดา จะเล่นบ้าอะไรกับฉัน!!”

“ไม่ได้เล่น แต่เอาจริง เมื่อกี้ก็จูบจริงนะ เธอไม่รู้ตัวหรอกหรือ?”

“คนทุเรศ! ฉันจะลงไปฟ้องป๊าเดี๋ยวนี้ เพราะฉันไม่อยากอยู่ที่นี่กับนายอีกแล้ว แค่วันเดียวก็เปลืองตัวชะมัดเลย!”

“ขี้แพ้...” ช่างเป็นคำที่หยุดขวัญจิราได้อย่างดีเยี่ยมเสียจริง สองเท้าชะงักกึก หันมามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเพียงแค่ได้ยินคำนั้น

ชายหนุ่มไม่รอให้เธอได้พูดอะไร เขาเดินไปนั่งที่ปลายเตียงอย่างเชื่องช้า เงยหน้าสบตากับเธอและชิงพูดในสิ่งที่คิดไว้ขึ้นมาก่อน อาจจะดูใจร้ายและนิสัยไม่ดีไปสักนิด แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป