บทที่ 1 ตอนที่1

ร่างเล็กในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดสีสันสดใส สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวเข้าชุด มีกระเป๋าสะพายใบเล็กคล้องไหล่เอาไว้ง่ายๆ กำลังก้มลงเลือกซื้อพวงกุญแจผ้าที่ถูกตัดเย็บเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งป้าแก่ๆ เอาใส่ตะกร้าพลาสติกใบเก่าๆ มานั่งขายอยู่ริมถนน และไม่มีลูกค้ามาเลือกดูเลยสักคน หฤทัยกำลังจะเดินไปร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ตรงมุมถนน แต่พอเห็นคนวัยแม่ที่สวมเสื้อสีมอๆ และกำลังถอดหมวกสานพัดพะเยิบๆ คลายร้อน สลับกับยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่ออยู่เป็นพักๆ คนขี้สงสารจึงอดที่จะหยุดช่วยอุดหนุนไม่ได้

“พวงกุญแจขายยังไงคะป้า”

“อันละสามสิบเก้าบาท สามพวงร้อยจ้ะหนู ป้าเย็บเองกับมือทุกอันเลยนะ นี่ป้าขายมาตั้งแต่เช้ายังได้ไม่ถึงสิบพวงเลย สงสารคนแก่ช่วยป้าซื้อสักอันสองอันเถอะนะแม่หนูนะ”

“หนูเอาอันนี้แล้วกันค่ะ”

เธอเลือกอยู่ไม่นานก็หยิบเอาพวงกุญแจที่เป็นรูปหัวใจสีแดงแล้วมีลูกศรปักตรงกลางมาหนึ่งอัน ก่อนจะเปิดกระเป๋าสะพายควักแบงก์หนึ่งร้อยยื่นให้ป้าคนขาย

“ป้าไม่ต้องทอนนะคะ”

“ขอบคุณมากนะจ๊ะแม่หนู นอกจากสวยน่ารักแล้วยังใจบุญสุนทานอีก ขอให้เจริญๆ นะหนูนะ”

ป้าคนขายยิ้มหน้าบาน อวยพรพร้อมกับยกมือพนมท่วมหัวจนผู้อ่อนวัยกว่ารับไหว้แทบไม่ทัน

“ขอให้ขายดีๆ นะคะป้า”

ส่งยิ้มหวานให้เสร็จเธอก็เดินจากมา มุ่งตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่เห็นอยู่ไกลๆ นั้นต่อ ขณะที่เดินไปตามทางเท้าข้างถนน เธอก็ดึงกระเป๋าสะพายขึ้นมาแล้วเอาพวงกุญแจที่เพิ่งซื้อมาสดๆ ร้อนๆ ห้อยเอาไว้กับห่วงซิปของกระเป๋า ทว่าพอห้อยพวงกุญแจเสร็จ ยังไม่ทันจะได้เอากระเป๋าคล้องไหล่ตามเดิมก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมากระชากกระเป๋าไปต่อหน้าต่อตา

“เฮ้ย! ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่า...มีคนกระชากกระเป๋า”

คนโดนวิ่งราวกระเป๋าร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก สองเท้าก็วิ่งตามไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง หากฝีเท้าโจรไวกว่าเธอมาก มันวิ่งลัดเลาะเข้าไปในตัวอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งมีผ้าตาข่ายสีเขียวกางล้อมเอาไว้บางส่วน บอกให้รู้ว่าเป็นเขตห้ามเข้า แต่คนรีบร้อนตามโจรยังไม่มีแก่ใจจะมาสนใจอะไรทั้งสิ้น เมื่อเห็นมีคนกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างรถคันหนึ่ง และเขากำลังจะเปิดประตูก้าวขึ้นรถ เธอจึงรีบร้องเรียกให้ช่วย

“พี่คะ ช่วยจับผู้ชายคนนั้นเอาไว้ที มันขโมยกระเป๋าของหนู”

เสียงร้องให้ช่วยดังลั่นนั้นทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวขึ้นรถต้องขมวดคิ้วหันไปมองอย่างสนใจ หากกว่าที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ร่างเล็กก็วิ่งลิ่วๆ ตามผู้ชายคนนั้นหายเข้าไปในไซต์งานซึ่งเขาร้องห้ามเอาไว้ไม่ทัน และครู่เดียวก็ได้ยินเสียงร้องเหมือนคนตกใจและได้รับบาดเจ็บดังตามมา

“ว้ายยยย…โอ๊ย!”

ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งตามเข้าไปดู เพราะในไซต์งานที่เขาเพิ่งก้าวออกมามีแต่อุปกรณ์ก่อสร้างที่คนงานวางทิ้งเอาไว้ เกรงว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ และก็จริงดังคาด เพราะพอเขาโผล่เข้าไปก็เห็นร่างเล็กกำลังนอนแอ้งแม้งคลุกฝุ่นอยู่บนพื้น ส่วนไอ้โจรกระชากกระเป๋าวิ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เขาจึงรีบเข้าไปพยุงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง

“เป็นอะไรไหม”

คนนอนคลุกพื้นยังพูดไม่ออกเพราะจุกจากแรงล้ม พลางเบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้ และคนมาช่วยพยุงก็เห็นสภาพของเธอโดยที่คนเจ็บไม่ต้องบอกอะไรเลย ต้นแขนเรียวขาวที่พ้นเสื้อยืดออกมานั่นโดนกระเบื้องบาดเลือดทะลักดูน่ากลัว ช่วงขาไปตลอดหัวเข่าถลอกจากรอยครูดของหินที่ใช้ผสมปูนสร้างผนังเลือดซึมออกมาแดงเถือกไปหมด

“ไม่เบาเลยนะเนี่ย ไปหาหมอกันก่อนดีกว่านะ”

พูดเสร็จเขาก็ไม่รอฟังความเห็นจากคนเจ็บ จัดการช้อนเอาร่างเล็กขึ้นอุ้มง่ายดายราวกับยกลังโฟม แต่พอลองเทียบรูปร่างสูงใหญ่ที่หฤทัยคาดเดาจากสายตาความสูงน่าจะเหยียบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ อาจจะหย่อนนิดหน่อย แล้วไม่ใช่คนสูงผอมเก้งก้างเลยด้วย เพราะขณะที่อยู่ในวงแขนของเขาเธอสัมผัสได้ถึงกล้ามแขนและแผงอกที่แข็งแรงมาก คิดว่าน่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ และคงไม่มีปัญหาที่เขาจะอุ้มผู้หญิงซึ่งความสูงแค่ร้อยหกสิบสองเซนติเมตร น้ำหนักเพียงสี่สิบหกกิโลกรัมอย่างเธอ หากคนเจ็บก็ยังอดพะวงเรื่องกระเป๋าที่ถูกโจรวิ่งราวเอาไปนั้นไม่ได้

“แต่กระเป๋าของหนู...”

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”

เสียงโต้กลับมาเหมือนจะดุนั้นทำเอาคนเจ็บต้องหุบปากฉับ แล้วกัดกลีบปากซุกหน้าอยู่กับอกกว้างนั้นเงียบๆ เขาพาเธอมานั่งในรถเสร็จก็ดึงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ออกมามัดแผลห้ามเลือดที่ต้นแขนให้เธอ ก่อนจะหันไปสตาร์ตรถเอสยูวีคันโตขับออกไปจากหน้าไซต์งานพร้อมกับเอ่ยบอกคนนั่งข้างไปด้วย

“มีคลินิกอยู่ไม่ไกลหรอก แต่ถ้าจะไปโรงพยาบาลเกรงว่าเลือดเราจะหมดตัวซะก่อน”

“แต่หนูไม่มีเงินเลยนะคะ เงินสดกับบัตรทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าที่โจรมันกระชากเอาไป”

“ไม่มีเงินก็นั่งเฉยๆ ไป”

เสียงเรียบๆ ขรึมๆ นั้นทำให้หฤทัยเงียบเสียงลง แล้วนั่งก้มหน้ามองมือบนตักอย่างคนทำตัวไม่ถูก เขาก็ไม่ได้พูดเสียงดังหรือกระโชกโฮกฮากใส่เธอ แต่หน้าตานิ่งเฉยนั้นเธอไม่รู้ว่าเขาเต็มใจช่วยหรือจำใจช่วยกันแน่ ทำให้หฤทัยไม่กล้าโต้แย้งหรือชวนเขาคุย และที่สำคัญเขาคือคนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้ในเวลานี้ ถ้าเกิดเขารำคาญแล้วทิ้งเธอเอาไว้ข้างทางในสภาพเจ็บๆ แบบนี้แล้วจะยุ่ง

บทถัดไป